
ครบ 7 วันหลังเกิดภัยพิบัติครั้งใหญ่ในเนปาล ความหวังในการค้นพบผู้รอดชีวิตเริ่มลดลง ท่ามกลางปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัยที่ยังดำเนินต่อเนื่อง โดยข้อมูลตามรายงานล่าสุดในต้นฉบับระบุว่า มีผู้เสียชีวิตแล้ว 1,127 ราย และยังมีผู้สูญหายประมาณ 4,900 คน ขณะที่เจ้าหน้าที่สามารถช่วยเหลือประชาชนได้มากกว่า 6,500 คน
ภัยพิบัติเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569 หลังธารน้ำแข็งบริเวณเทือกเขาหิมาลัยที่ระดับความสูงประมาณ 5,200 เมตร พังถล่มลงมา ส่งผลให้มวลน้ำ โคลน หิน และเศษซากจำนวนมากไหลเข้าสู่พื้นที่ด้านล่าง สร้างความเสียหายต่อชุมชนและโครงสร้างพื้นฐานหลายแห่ง
เจ้าหน้าที่เนปาลประเมินว่า ผู้สูญหายจำนวนหนึ่งอาจติดอยู่ใต้ชั้นโคลน ก้อนหิน และซากสิ่งปลูกสร้าง ทำให้ภารกิจค้นหามีความซับซ้อนมากขึ้นหลังเวลาผ่านไปหนึ่งสัปดาห์ อย่างไรก็ตาม ทีมกู้ภัยยังเดินหน้าปฏิบัติงานในพื้นที่ที่มีโอกาสพบผู้รอดชีวิต
หนึ่งในจุดสำคัญอยู่บริเวณ อุโมงค์ของโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำหลายแห่งในเขตราซูวา ใกล้แม่น้ำตรีศูลี เจ้าหน้าที่เชื่อว่าภายในโครงการมีห้องและพื้นที่สำหรับคนงาน ซึ่งอาจใช้เป็นจุดหลบภัยระหว่างเกิดเหตุได้
ข้อมูลในต้นฉบับระบุว่า เจ้าหน้าที่ช่วยประชาชนออกจากซากบริเวณโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำได้แล้วอย่างน้อย 279 คน แต่ยังมีผู้สูญหายในพื้นที่ดังกล่าวอย่างน้อย 639 คน โดยทีมกู้ภัยใช้เครื่องจักรหนักขุดค้นและเปิดเส้นทางที่ถูกโคลนและเศษซากปิดกั้น
ปฏิบัติการครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจากทีมกู้ภัยและเจ้าหน้าที่จากหลายประเทศ รวมถึง เนปาล จีน อินเดีย และสหรัฐฯ ขณะที่ความช่วยเหลือจากนานาชาติทยอยเข้าสู่ประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยทีมบรรเทาภัยพิบัติจากเกาหลีใต้เดินทางถึงกรุงกาฐมาณฑุ เพื่อร่วมสนับสนุนภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบภัย
สรุปข่าว
ครบ 7 วันหลังเกิดภัยพิบัติครั้งใหญ่ในเนปาล ความหวังในการค้นพบผู้รอดชีวิตเริ่มลดลง ท่ามกลางปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัยที่ยังดำเนินต่อเนื่อง โดยข้อมูลตามรายงานล่าสุดในต้นฉบับระบุว่า มีผู้เสียชีวิตแล้ว 1,127 ราย และยังมีผู้สูญหายประมาณ 4,900 คน ขณะที่เจ้าหน้าที่สามารถช่วยเหลือประชาชนได้มากกว่า 6,500 คน
ภัยพิบัติเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569 หลังธารน้ำแข็งบริเวณเทือกเขาหิมาลัยที่ระดับความสูงประมาณ 5,200 เมตร พังถล่มลงมา ส่งผลให้มวลน้ำ โคลน หิน และเศษซากจำนวนมากไหลเข้าสู่พื้นที่ด้านล่าง สร้างความเสียหายต่อชุมชนและโครงสร้างพื้นฐานหลายแห่ง
เจ้าหน้าที่เนปาลประเมินว่า ผู้สูญหายจำนวนหนึ่งอาจติดอยู่ใต้ชั้นโคลน ก้อนหิน และซากสิ่งปลูกสร้าง ทำให้ภารกิจค้นหามีความซับซ้อนมากขึ้นหลังเวลาผ่านไปหนึ่งสัปดาห์ อย่างไรก็ตาม ทีมกู้ภัยยังเดินหน้าปฏิบัติงานในพื้นที่ที่มีโอกาสพบผู้รอดชีวิต
หนึ่งในจุดสำคัญอยู่บริเวณ อุโมงค์ของโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำหลายแห่งในเขตราซูวา ใกล้แม่น้ำตรีศูลี เจ้าหน้าที่เชื่อว่าภายในโครงการมีห้องและพื้นที่สำหรับคนงาน ซึ่งอาจใช้เป็นจุดหลบภัยระหว่างเกิดเหตุได้
ข้อมูลในต้นฉบับระบุว่า เจ้าหน้าที่ช่วยประชาชนออกจากซากบริเวณโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำได้แล้วอย่างน้อย 279 คน แต่ยังมีผู้สูญหายในพื้นที่ดังกล่าวอย่างน้อย 639 คน โดยทีมกู้ภัยใช้เครื่องจักรหนักขุดค้นและเปิดเส้นทางที่ถูกโคลนและเศษซากปิดกั้น
ปฏิบัติการครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจากทีมกู้ภัยและเจ้าหน้าที่จากหลายประเทศ รวมถึง เนปาล จีน อินเดีย และสหรัฐฯ ขณะที่ความช่วยเหลือจากนานาชาติทยอยเข้าสู่ประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยทีมบรรเทาภัยพิบัติจากเกาหลีใต้เดินทางถึงกรุงกาฐมาณฑุ เพื่อร่วมสนับสนุนภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบภัย
เมืองเทวีฆาตเสียหาย บ้านริมแม่น้ำราว 300 หลังถูกทำลาย
ภาพจากโดรนเผยให้เห็นความเสียหายใน เมืองเทวีฆาต ริมแม่น้ำตรีศูลี ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก บ้านเรือนหลายแห่งเหลือเพียงโครงสร้าง ขณะที่บางส่วนถูกโคลนและเศษซากฝังกลบ โดยมีบ้านเรือนริมแม่น้ำถูกทำลายประมาณ 300 หลัง
หลังระดับน้ำลดลง ประชาชนบางส่วนกลับเข้าสู่พื้นที่เพื่อค้นหาทรัพย์สินที่ยังสามารถนำออกจากซากบ้านได้ ก่อนนำสิ่งของไปเก็บรักษายังศูนย์พักพิงชั่วคราว ปัจจุบันผู้ประสบภัยจำนวนมากยังต้องอาศัยในศูนย์พักพิง โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดอาหารให้วันละ 2 มื้อ ส่วนเสื้อผ้าและสิ่งของจำเป็นยังเป็นความต้องการเร่งด่วน
ท่ามกลางความเสียหาย ยังมีภาพบ้านสีเขียวอมฟ้าหลังหนึ่งที่ยังคงตั้งอยู่ ขณะที่อาคารและพื้นที่โดยรอบได้รับความเสียหายอย่างหนัก จนถูกกล่าวถึงบนสื่อสังคมออนไลน์ในชื่อ “Green Miracle” หรือ “บ้านปาฏิหาริย์สีเขียว”
จีนเปิดทางหลวง G216 เร่งส่งเครื่องจักรหนักเข้าพื้นที่
อีกความคืบหน้าสำคัญคือ จีนสามารถเปิดใช้งาน ทางหลวงแห่งชาติ G216 ซึ่งเป็นเส้นทางไปยังด่านชายแดนในทิเบตที่เชื่อมต่อกับเนปาล หลังถนนได้รับความเสียหายจากกระแสน้ำและเศษซากจนไม่สามารถใช้งานได้
เจ้าหน้าที่ทำงานตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อซ่อมแซมเส้นทาง การกลับมาเปิดใช้ถนนช่วยให้สามารถขนส่งเครื่องจักรหนักเข้าสู่พื้นที่ศูนย์กลางภัยพิบัติทางบกได้ หลังช่วงแรกต้องลำเลียงอุปกรณ์และสิ่งของบรรเทาทุกข์ทางอากาศ
จีนยังเตรียมส่งผู้เชี่ยวชาญด้านการพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลด้วย DNA เพิ่มเติม พร้อมความช่วยเหลือฉุกเฉินชุดที่ 3 ซึ่งตามข้อมูลต้นฉบับประกอบด้วยสะพานสำเร็จรูป ตู้เย็นสำหรับเก็บรักษาร่างผู้เสียชีวิต และอุปกรณ์สื่อสาร รวมถึงประสานกับสถานทูตประเทศต่าง ๆ เพื่อตรวจสอบสถานะผู้สูญหายและชาวต่างชาติที่ได้รับผลกระทบ
เนปาลเรียกร้องความช่วยเหลือจากกองทุนด้านสภาพภูมิอากาศ
ขณะเดียวกัน รัฐบาลเนปาลเรียกร้องความช่วยเหลือด้านความสูญเสียและความเสียหายจากปัญหาสภาพภูมิอากาศ โดยพาดพิงถึง จีน สหรัฐฯ และอินเดีย ในฐานะประเทศผู้ปล่อยก๊าซเรือนกระจกรายใหญ่ พร้อมเตรียมนำประเด็นความเป็นธรรมด้านสภาพภูมิอากาศเข้าสู่เวทีระหว่างประเทศ
เนปาลยังเรียกร้องความช่วยเหลือเร่งด่วนจาก กองทุน Loss and Damage ของสหประชาชาติ ซึ่งจัดตั้งขึ้นเพื่อสนับสนุนประเทศเปราะบางที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติที่เกี่ยวข้องกับสภาพภูมิอากาศ โดยให้เหตุผลว่าค่าใช้จ่ายในการฟื้นฟูสูงเกินกว่าทรัพยากรภายในประเทศจะรองรับได้
ข้อเรียกร้องดังกล่าวเกิดขึ้นก่อนการประชุมด้านสภาพภูมิอากาศของสหประชาชาติในเดือนพฤศจิกายน ท่ามกลางความคาดหวังของประเทศกำลังพัฒนาที่ต้องการให้ประเทศที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจและมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระดับสูง เพิ่มการสนับสนุนเงินทุนสำหรับรับมือความสูญเสียและความเสียหายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
ขณะนี้ภารกิจเร่งด่วนของเนปาลยังอยู่ที่การค้นหาผู้สูญหาย การช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบภัย และการเปิดเส้นทางเข้าสู่พื้นที่ที่ถูกตัดขาด โดยเฉพาะจุดที่เจ้าหน้าที่ประเมินว่ายังมีโอกาสพบผู้รอดชีวิตหลังภัยพิบัติผ่านมาครบหนึ่งสัปดาห์
- ธารน้ำแข็งละลายเร็ว จับตา “ทะเลสาบล่องหน” เสี่ยงน้ำหลาก
- เนปาลเรียกเงินชดเชย 3 ชาติปล่อยก๊าซสูงสุด ต้นเหตุโลกร้อน-น้ำท่วมรุนแรง
- มหาภัยพิบัติเนปาล–ทิเบต สัญญาณเตือนจากธรรมชาติ เมื่อธารน้ำแข็งทั่วโลกละลายเร็วขึ้น
- ภัยพิบัติถล่มหิมาลัย! โรงไฟฟ้าพลังน้ำเสียหาย บทเรียนราคาแพงจาก Climate Change
- “ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ” ใครได้ ใครจ่าย?
บรรณาธิการออนไลน์
