ทำไม Data Center จึงเลือกตั้งในกรุงเทพฯ? กทม. ชะลอใบอนุญาต 3 แห่ง

Share on Line Share on Facebook Share on X
ทำไม Data Center จึงเลือกตั้งในกรุงเทพฯ? กทม. ชะลอใบอนุญาต 3 แห่ง

ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย นายวิษณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นางสาวฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และผู้แทนจากกรมธุรกิจพลังงาน กระทรวงพลังงาน ร่วมแถลงข่าวกรณีการกำกับดูแล ศูนย์ข้อมูล หรือ Data Center ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยมีผู้แทนจากการไฟฟ้านครหลวง (MEA) และการประปานครหลวง (MWA) ร่วมชี้แจงข้อมูลด้านการใช้ไฟฟ้า การใช้น้ำ และประเด็นด้านพลังงานที่เกี่ยวข้อง

สรุปข่าว

กทม.ชะลอใบอนุญาต Data Center 3 แห่ง จากทั้งหมด 6 แห่งในกรุงเทพฯ เร่งทบทวนผังเมือง กฎหมายอาคาร EIA ไฟฟ้า ประปา และการสำรองน้ำมัน ย้ำความปลอดภัยประชาชน

ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย นายวิษณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นางสาวฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และผู้แทนจากกรมธุรกิจพลังงาน กระทรวงพลังงาน ร่วมแถลงข่าวกรณีการกำกับดูแล ศูนย์ข้อมูล หรือ Data Center ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยมีผู้แทนจากการไฟฟ้านครหลวง (MEA) และการประปานครหลวง (MWA) ร่วมชี้แจงข้อมูลด้านการใช้ไฟฟ้า การใช้น้ำ และประเด็นด้านพลังงานที่เกี่ยวข้อง

กทม.ชะลอใบอนุญาต Data Center 3 แห่ง

นายชัชชาติ กล่าวว่า กรุงเทพมหานครไม่ได้เพิกเฉยต่อประเด็น Data Center และได้รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับการก่อสร้างมาโดยตลอด โดยเมื่อประมาณ 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา ได้สั่งการให้ชะลอการออกใบอนุญาตเพิ่มเติม ขณะที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งการไฟฟ้า การประปา และกรมธุรกิจพลังงาน ยังไม่มีการอนุญาตเพิ่มเติมในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการสำรองถังน้ำมัน โดยกระบวนการออกใบอนุญาตในประเด็นดังกล่าวถูกชะลอไว้ก่อน

ปัจจุบันมี Data Center แบบ Standalone หรือศูนย์ข้อมูลที่จัดตั้งเป็นอาคารเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯ จำนวน 6 แห่ง โดย 3 แห่งได้รับใบอนุญาตแล้วตั้งแต่ปี 2566 ส่วนอีก 3 แห่ง กทม.ได้ชะลอการอนุญาตไว้ เพื่อให้ผู้ประกอบการกลับไปทบทวนและดำเนินการให้เป็นไปตามมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง

กทม.เร่งทบทวนกฎหมาย Data Center

ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า Data Center คือศูนย์รวมคอมพิวเตอร์สำหรับจัดเก็บและประมวลผลข้อมูล ซึ่งมีการใช้งานมานานแล้ว แต่ในอดีตส่วนใหญ่เป็นระบบที่อยู่ภายในองค์กรหรือบริษัท และใช้สำหรับการดำเนินงานของหน่วยงานนั้น ๆ

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันเทคโนโลยีและรูปแบบธุรกิจเปลี่ยนแปลงไป ทำให้เกิด Data Center ที่จัดตั้งขึ้นเป็นการเฉพาะ มีขนาดใหญ่ขึ้น และให้บริการแก่หน่วยงานหรือบริษัทอื่น จึงทำให้ช่วงที่ผ่านมา มี Data Center ลักษณะดังกล่าวเข้ามาขออนุญาตจากกรุงเทพมหานครเพิ่มขึ้น

หนึ่งในปัญหาสำคัญคือที่ผ่านมา Data Center ยังไม่มีนิยามที่ชัดเจนในกฎหมาย เมื่อมีการยื่นขออนุญาตจึงอาจถูกพิจารณาตามลักษณะของอาคาร เช่น อาคารคลังสินค้า ขณะที่ด้านผังเมืองยังไม่มีข้อกำหนดเฉพาะสำหรับ Data Center

นอกจากนี้ ในบางกรณี Data Center อาจไม่ได้อยู่ในประเภทกิจการที่ต้องจัดทำ รายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือ EIA รวมถึงไม่ได้อยู่ในข่ายที่ต้องขออนุญาตในฐานะโรงงานอุตสาหกรรม

ปัจจุบันรัฐบาลได้ประกาศนิยามของ Data Center แล้ว จึงจำเป็นต้องนำมาทบทวนรายละเอียดที่เกี่ยวข้อง ทั้ง ผังเมือง การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม การควบคุมอาคาร ระบบสาธารณูปโภค และมาตรฐานด้านความปลอดภัย เพื่อให้กฎระเบียบสอดคล้องกับเทคโนโลยีและรูปแบบธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไป

Data Center กรุงเทพฯ ใช้ไฟจริงประมาณ 8 เมกะวัตต์

ด้าน นายเกษม สระทองฮัก ผู้ช่วยผู้ว่าการ (สายงานวางแผนและนวัตกรรม) การไฟฟ้านครหลวง กล่าวว่า Data Center ที่อยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานครไม่ได้มีขนาดใหญ่เท่ากับโครงการที่เป็นข่าวในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC

โดย Data Center ในกรุงเทพฯ ที่มีขนาดประมาณ 20 เมกะวัตต์ ปัจจุบันใช้ไฟฟ้าจริงประมาณ 8 เมกะวัตต์

โดยปกติการไฟฟ้านครหลวงจะจ่ายไฟให้ Data Center แยกออกจากระบบการจ่ายไฟทั่วไป เพื่อไม่ให้กระทบต่อประชาชน โดยพื้นที่ที่เข้ามาขอใช้ไฟฟ้าจะต้องเป็นพื้นที่ที่ระบบไฟฟ้าสามารถรองรับการให้บริการได้

เมื่อเปรียบเทียบกับธุรกิจขนาดใหญ่ประเภทอื่น การใช้ไฟฟ้าของ Data Center ในกรุงเทพฯ ยังอยู่ในระดับที่ไม่สูงมาก โดยห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่บางแห่งมีการใช้ไฟฟ้ามากกว่า Data Center และโครงการขนาดใหญ่บางแห่งมีการใช้ไฟฟ้ามากกว่า 100 เมกะวัตต์

สำหรับการขอใช้ไฟฟ้า Data Center ต้องผ่านมาตรฐานการเชื่อมต่อ การตรวจสอบความปลอดภัย การตรวจสอบอุปกรณ์ และมาตรฐานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งการไฟฟ้านครหลวงยืนยันว่าดำเนินการตามมาตรฐานและมีความปลอดภัย

ทั้งนี้ ปริมาณการใช้ไฟฟ้าของ Data Center ในกรุงเทพฯ ยังไม่ถือว่าอยู่ในระดับที่จะส่งผลกระทบต่อการใช้ไฟฟ้าของประชาชน แต่จำเป็นต้องติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากขณะนี้ยังไม่มีการอนุญาต Data Center ขนาดใหญ่เพิ่มเติม

Data Center ใช้น้ำ 7,800 ลูกบาศก์เมตรต่อเดือน

สำหรับประเด็นการใช้น้ำ เนื่องจาก Data Center มีการผลิตความร้อนจากระบบคอมพิวเตอร์และจำเป็นต้องใช้ระบบหล่อเย็น นายสุพิเชฐ ถาวรทวีวงษ์ รองผู้ว่าการการประปานครหลวง กล่าวว่า Data Center รายใหญ่ในพื้นที่กรุงเทพฯ ที่มีการใช้น้ำอยู่ในปัจจุบัน มีปริมาณการใช้น้ำเฉลี่ยประมาณ 7,800 ลูกบาศก์เมตรต่อเดือน

เมื่อเปรียบเทียบกับสถานประกอบการขนาดใหญ่ประเภทอื่น โรงพยาบาลขนาดใหญ่มีการใช้น้ำประมาณ 20,000 ลูกบาศก์เมตรต่อเดือน ขณะที่ห้างสรรพสินค้ามีการใช้น้ำประมาณ 30,000-40,000 ลูกบาศก์เมตรต่อเดือน

ดังนั้น ผลกระทบจาก Data Center ที่มีอยู่ในกรุงเทพฯ ในปัจจุบัน ยังไม่ส่งผลกระทบต่อความสามารถในการให้บริการน้ำประปาแก่ประชาชนในพื้นที่รับผิดชอบของการประปานครหลวง

อย่างไรก็ตาม ในอนาคตการประปานครหลวงพร้อมสนับสนุนการคัดกรองและกำกับดูแลการดำเนินงานของ Data Center ร่วมกับกระทรวงพลังงานและกรุงเทพมหานคร เพื่อรองรับการขยายตัวของกิจการอย่างเหมาะสม และลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับประชาชนให้มากที่สุด

นายชัชชาติกล่าวเพิ่มเติมว่า ในอนาคตต้องพิจารณาอย่างละเอียดว่า หากมี Data Center เพิ่มขึ้นจำนวนมาก ระบบประปาจะมีปริมาณน้ำเพียงพอหรือไม่ โดยปัจจุบันปริมาณการใช้น้ำยังไม่มีนัยสำคัญ แต่จำเป็นต้องติดตามตามแนวโน้มการขยายตัวของ Data Center

จับตาน้ำเสียจากระบบหล่อเย็น Data Center

ส่วนเรื่องน้ำเสีย ลักษณะการใช้น้ำของ Data Center ส่วนหนึ่งเป็นการนำไปใช้ในระบบหล่อเย็น ซึ่งกรุงเทพมหานครจะต้องตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติมว่า มีการนำน้ำกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่หรือไม่ รวมถึงการนำน้ำไปใช้ประโยชน์อื่น เช่น รดน้ำต้นไม้

ขณะเดียวกัน กทม.อยู่ระหว่างติดตามประเด็นน้ำเสีย โดยเฉพาะข้อกังวลว่ามีการปล่อยน้ำที่มีอุณหภูมิสูงลงสู่คูคลองหรือไม่ ซึ่งเป็นประเด็นที่กรุงเทพมหานครจะรับไปตรวจสอบและดำเนินการต่อไป

หากในอนาคต Data Center อยู่ภายใต้กระบวนการ EIA จะทำให้สามารถติดตามและตรวจสอบประเด็นดังกล่าวได้อย่างชัดเจนมากขึ้น

ชะลอการอนุญาตถังน้ำมันสำรอง Data Center

อีกประเด็นที่ประชาชนมีความกังวลคือ การสำรองน้ำมันของ Data Center เนื่องจาก Data Center มีข้อกำหนดให้ต้องมีระบบไฟฟ้าสำรองประมาณ 48 ชั่วโมง เพื่อให้สามารถเดินเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรองได้ในกรณีไฟฟ้าดับหรือไฟฟ้าตก จึงมีความจำเป็นต้องสำรองน้ำมันไว้สำหรับเครื่องกำเนิดไฟฟ้า

นายชัชชาติกล่าวว่า การกำกับดูแลการเก็บสำรองน้ำมันเป็นหน้าที่ของกรมธุรกิจพลังงาน โดยกฎหมายกำหนดว่า หากเป็นการเก็บน้ำมันไว้ใช้ภายในกิจการของตนเองและไม่ได้มีการแจกจ่ายให้บุคคลอื่น สามารถเก็บได้ไม่เกิน 500,000 ลิตร ซึ่งเกี่ยวข้องกับข้อจำกัดด้านสถานที่และผังเมืองด้วย

ด้าน นางสาวฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ กล่าวว่า Data Center มีการดำเนินการมานานแล้ว และมีการขออนุญาตติดตั้งถังน้ำมันเพื่อสำรองไว้ใช้กับเครื่องกำเนิดไฟฟ้าฉุกเฉินในกรณีไฟฟ้าดับหรือไฟฟ้าตก

อย่างไรก็ตาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานได้สั่งการให้ ชะลอการอนุญาตใหม่ ตามนโยบายของผู้ว่าฯ กทม. โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดทำหลักเกณฑ์เกี่ยวกับ Data Center ซึ่งจะพิจารณาทั้งเรื่องการใช้น้ำ การใช้ไฟฟ้า และผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมอย่างรอบด้าน

ดังนั้น หากมีผู้ประกอบการเข้ามาขออนุญาตจัดเก็บน้ำมันเพื่อสำรองไว้ใช้สำหรับเครื่องกำเนิดไฟฟ้าฉุกเฉินของ Data Center ในช่วงนี้ จะต้องชะลอไว้ก่อนจนกว่าจะมีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน

กทม.ตรวจสอบปมถังน้ำมัน 400,000 ลิตร

สำหรับกรณีที่มีข้อมูลว่าบริเวณ ซอยรามคำแหง 28 มีการเก็บน้ำมันจำนวน 400,000 ลิตร นางสาวฐิติภัสร์กล่าวว่า ข้อมูลดังกล่าวอาจมีความคลาดเคลื่อน โดยจากการตรวจสอบใบอนุญาตพบว่า ไม่ได้มีการอนุญาตให้จัดเก็บน้ำมันตามจำนวนดังกล่าว

หากตรวจพบว่ามีการจัดเก็บน้ำมันเกินกว่าที่ได้รับอนุญาต เจ้าหน้าที่จะเข้าตรวจสอบและดำเนินคดี เนื่องจากถือเป็นการลักลอบประกอบกิจการโดยไม่ได้รับอนุญาต

ส่วน Data Center บริเวณ พระราม 9 กรุงเทพมหานครยังไม่ได้ออกใบอนุญาต และกรมธุรกิจพลังงานก็ยังไม่ได้อนุญาตเช่นกัน หากพบว่ามีการจัดเก็บน้ำมันโดยไม่ได้รับอนุญาต จะดำเนินการตามกฎหมายเช่นเดียวกัน

Data Center ขนาดใหญ่ในกรุงเทพฯ อาจมีข้อจำกัด

นายชัชชาติกล่าวว่า กฎหมายที่กำหนดเพดานการจัดเก็บน้ำมันไว้ไม่เกิน 500,000 ลิตร ถือเป็นข้อกำหนดที่ช่วยกำหนดขนาดของ Data Center ในระดับหนึ่ง เนื่องจาก Data Center จำเป็นต้องมีเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรองและต้องมีน้ำมันสำรอง แต่ไม่สามารถเก็บเกินกว่าปริมาณที่กฎหมายกำหนดได้

ในอนาคตจึงต้องพิจารณาว่า ข้อกำหนดดังกล่าวมีความเหมาะสมกับเทคโนโลยีและรูปแบบ Data Center ในปัจจุบันหรือไม่ โดยเป็นหน้าที่ของกรมธุรกิจพลังงานที่จะพิจารณาทบทวนให้มีความทันสมัยและเหมาะสมมากขึ้น

นายชัชชาติกล่าวว่า Data Center ขนาดใหญ่มากในกรุงเทพฯ อาจมีข้อจำกัด เนื่องจากต้องปฏิบัติตามกฎหมายเดิม ขณะที่การเกิดขึ้นของ Data Center แบบ Standalone ขนาดใหญ่ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา ถือเป็นรูปแบบใหม่ ซึ่งทำให้ภาครัฐต้องเร่งปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลง

โดยเมื่อวันที่ 13 สิงหาคมที่ผ่านมา มีการกำหนดนิยามของ Data Center ขึ้นมา ทำให้สามารถพิจารณาประเด็นต่าง ๆ ได้อย่างเป็นระบบมากขึ้น ทั้ง ผังเมือง การควบคุมอาคาร ระบบไฟฟ้า และระบบประปา ซึ่งกรุงเทพมหานครจะดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องและหารือกับรัฐบาลต่อไป

ชาวบ้านร้องเรียน Data Center ใกล้โรงพยาบาลพระราม 9

นายชัชชาติกล่าวถึงกรณีร้องเรียนที่กรุงเทพมหานครได้รับว่า มีประชาชนร้องเรียนกรณี Data Center ที่อยู่ใกล้กับ โรงพยาบาลพระราม 9 โดยมีข้อกังวลเกี่ยวกับความเหมาะสมของการตั้ง Data Center ใกล้โรงพยาบาล

นอกจากนี้ ยังมีกรณีประชาชนร้องเรียนเรื่อง เสียงจากการทดสอบเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรอง โดยเฉพาะการทดสอบในช่วงเวลากลางคืน ซึ่งส่งผลให้เกิดเสียงดังและรบกวนประชาชนที่พักอาศัยในพื้นที่ ขณะที่เมื่อมีการทดสอบในช่วงกลางวันกลับไม่พบการร้องเรียนในลักษณะเดียวกัน

ทั้งสองประเด็นถือเป็นข้อร้องเรียนที่กรุงเทพมหานครได้รับในปัจจุบัน และจะต้องนำไปพิจารณาประกอบการกำกับดูแล Data Center ต่อไป

ทำไม Data Center จึงเลือกตั้งในกรุงเทพฯ?

นายชัชชาติกล่าวว่า Data Center มีหลายรูปแบบ และการที่ผู้ประกอบการเลือกตั้ง Data Center ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร มีปัจจัยด้านโครงสร้างพื้นฐานเข้ามาเกี่ยวข้อง

กรุงเทพมหานครมีโครงสร้างพื้นฐานด้านระบบสื่อสารและอินเทอร์เน็ตที่ดี โดยเฉพาะระบบ Fiber Optic ซึ่งช่วยให้การรับส่งข้อมูลทำได้รวดเร็ว

นอกจากนี้ การตั้ง Data Center ใกล้กับแหล่งข้อมูลและผู้ใช้งานสามารถช่วยลดระยะทางในการรับส่งข้อมูลและลดความล่าช้า โดยเฉพาะในปัจจุบันที่มีการใช้งาน เทคโนโลยี AI และระบบประมวลผลข้อมูลเพิ่มขึ้น

กรุงเทพมหานครยังมีระบบไฟฟ้าที่มีความมั่นคงและเสถียร มีโครงสร้างพื้นฐานที่พร้อม มีบุคลากรที่สามารถให้บริการ และมีการเชื่อมโยงกับ Gateway ของระบบอินเทอร์เน็ตทั่วโลก จึงเป็นปัจจัยที่ผู้ประกอบการนำมาพิจารณาในการเลือกพื้นที่ตั้ง Data Center

อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่ประชาชนกังวลเกี่ยวกับ ความร้อนจากการประมวลผลของระบบคอมพิวเตอร์และผลกระทบจากระบบหล่อเย็น เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมว่า มีผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมและการใช้ชีวิตของประชาชนมากน้อยเพียงใด

สำหรับ Data Center ที่เปิดดำเนินการแล้วในปัจจุบัน ยังไม่ได้รับข้อร้องเรียนในประเด็นดังกล่าวอย่างมีนัยสำคัญ แต่กรุงเทพมหานครจะติดตามและนำข้อมูลมาประกอบการกำหนดแนวทางกำกับดูแล Data Center ในอนาคต เพื่อให้การพัฒนาเทคโนโลยีและเศรษฐกิจดิจิทัลเดินหน้าไปพร้อมกับความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตของประชาชน

ที่มาข้อมูล : กรุงเทพมหานคร

ที่มารูปภาพ : Thai News Pix

นักข่าวสายโซเชียล รายงานข่าวประเด็นสังคมและความเคลื่อนไหว เน้นการนำเสนอการสรุปข้อมูลที่รวดเร็ว ชัดเจน และเข้าใจง่าย