ค่าไฟใหม่ ตั้งแต่รอบบิล ก.ย. 69 “ใช้น้อย จ่ายถูกลง” หน่วยแรกไม่เกิน 3 บาท/หน่วย

Share on Line Share on Facebook Share on X
ค่าไฟใหม่ ตั้งแต่รอบบิล ก.ย. 69 “ใช้น้อย จ่ายถูกลง” หน่วยแรกไม่เกิน 3 บาท/หน่วย

อัตราค่าไฟฟ้าโครงสร้างใหม่ “ใช้น้อย จ่ายถูกลง” 

ตั้งแต่รอบบิลเดือนกันยายน 2569 เป็นต้นไป ประชาชนจะเริ่มได้รับประโยชน์จากโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าใหม่ ตามนโยบายรัฐบาลที่มุ่งลดภาระค่าครองชีพด้วยการแก้ปัญหาที่ต้นทุนและโครงสร้างค่าไฟฟ้าอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะผู้ใช้ไฟน้อยที่จะจ่ายในอัตราที่ถูกลง

บ้านอยู่อาศัย ค่าไฟคิดในอัตราก้าวหน้า 

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า สำหรับบ้านอยู่อาศัย ค่าไฟจะคิดในอัตราก้าวหน้า (Progressive Rate) โดย 200 หน่วยแรก อัตราไม่เกิน 3.00 บาทต่อหน่วย หน่วยที่ 201–400 อัตรา 4.1584 บาทต่อหน่วย และตั้งแต่หน่วยที่ 401 ขึ้นไป อัตรา 4.3583 บาทต่อหน่วย เพื่อให้การคิดค่าไฟสะท้อนระดับการใช้จริงและช่วยครัวเรือนที่ใช้ไฟไม่มากเป็นลำดับแรก

สรุปข่าว

อัตราค่าไฟฟ้าโครงสร้างใหม่ “ใช้น้อย จ่ายถูกลง” ตั้งแต่รอบบิลเดือนกันยายน 2569 เป็นต้นไป 200 หน่วยแรกไม่เกิน 3 บาท/หน่วย ลดภาระกว่า 21 ล้านครัวเรือน

อัตราค่าไฟฟ้าโครงสร้างใหม่ “ใช้น้อย จ่ายถูกลง” 

ตั้งแต่รอบบิลเดือนกันยายน 2569 เป็นต้นไป ประชาชนจะเริ่มได้รับประโยชน์จากโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าใหม่ ตามนโยบายรัฐบาลที่มุ่งลดภาระค่าครองชีพด้วยการแก้ปัญหาที่ต้นทุนและโครงสร้างค่าไฟฟ้าอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะผู้ใช้ไฟน้อยที่จะจ่ายในอัตราที่ถูกลง

บ้านอยู่อาศัย ค่าไฟคิดในอัตราก้าวหน้า 

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า สำหรับบ้านอยู่อาศัย ค่าไฟจะคิดในอัตราก้าวหน้า (Progressive Rate) โดย 200 หน่วยแรก อัตราไม่เกิน 3.00 บาทต่อหน่วย หน่วยที่ 201–400 อัตรา 4.1584 บาทต่อหน่วย และตั้งแต่หน่วยที่ 401 ขึ้นไป อัตรา 4.3583 บาทต่อหน่วย เพื่อให้การคิดค่าไฟสะท้อนระดับการใช้จริงและช่วยครัวเรือนที่ใช้ไฟไม่มากเป็นลำดับแรก

ลดภาระ-ประหยัดค่าใช้จ่ายกว่า 21 ล้านครัวเรือน

พร้อมกันนี้ อัตราค่าไฟฟ้าเฉลี่ยทุกประเภท รวมค่า Ft จะลดจาก 3.95 บาท เหลือ 3.86 บาทต่อหน่วย หรือลดลง 9 สตางค์ต่อหน่วย และจะ แยกภาระค่าไฟฟ้าสาธารณะออกจากบิลค่าไฟของประชาชน ช่วยลดภาระลงอีก 0.0634 บาทต่อหน่วย โดยคาดว่าประชาชนกว่า 21 ล้านครัวเรือนจะได้รับประโยชน์ คิดเป็นมูลค่าการประหยัดค่าใช้จ่ายรวมประมาณ 18,000 ล้านบาท

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า อีกการเปลี่ยนแปลงสำคัญคือการขยายสิทธิให้ครอบคลุมประชาชนที่อยู่อาศัยจริง แม้ยังไม่มีทะเบียนบ้านถาวร หากมีการใช้ไฟเพื่อการอยู่อาศัยอย่างต่อเนื่องและมีประวัติชำระค่าไฟไม่น้อยกว่า 6 เดือน ก็สามารถได้รับสิทธิอัตราค่าไฟใหม่ได้เช่นกัน

“หลักคิดชัดเจนคือ คนที่ใช้ไฟน้อยควรจ่ายน้อยลง และผู้ที่อยู่อาศัยจริงต้องเข้าถึงสิทธิได้ รัฐบาลต้องการให้การลดค่าไฟครั้งนี้เกิดผลกับบิลของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมกับทำให้โครงสร้างค่าไฟมีความเป็นธรรมและยั่งยืนในระยะยาว” นางสาวรัชดา กล่าว


ค่าไฟฟ้าเรียกเก็บเฉลี่ยทุกประเภทลดจาก 3.95 บาทต่อหน่วย เหลือ 3.86 บาทต่อหน่วย

ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ในการประชุมเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2569 มีมติเห็นชอบการปรับปรุงอัตราค่าไฟฟ้าแบบก้าวหน้า (Progressive Rate) สำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัย ตามมติ กพช. เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 ภายหลังผ่านกระบวนการรับฟังความคิดเห็นแล้ว โดยให้มีผลตั้งแต่ บิลค่าไฟฟ้าเดือนกันยายน 2569 เป็นต้นไป

ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยลดลง

  • ค่าไฟฟ้าฐานเฉลี่ย จาก 3.78 บาทต่อหน่วย → 3.69 บาทต่อหน่วย
  • เมื่อรวมค่าเอฟทีงวดเดือน ก.ย. – ธ.ค. 2569 ที่ 16.23 สตางค์ต่อหน่วย

ส่งผลให้ค่าไฟฟ้าเรียกเก็บเฉลี่ยทุกประเภทลดจาก 3.95 บาทต่อหน่วย → 3.86 บาทต่อหน่วย (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)

ปรับโครงสร้างเฉพาะค่าไฟบ้านแบบ Progressive Rate

ครอบคลุมผู้ใช้ไฟฟ้าบ้านอยู่อาศัยทั้งมิเตอร์ขนาดไม่เกิน 5 แอมแปร์ และขนาดเกิน 5 แอมแปร์ โดยกำหนดอัตราค่าพลังงานไฟฟ้าสำหรับการใช้ไฟฟ้า 200 หน่วยแรก ไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย 

นำค่าใช้จ่ายไฟฟ้าสาธารณะออกจากต้นทุนค่าไฟบ้าน สำหรับการใช้ไฟฟ้าตั้งแต่ 201 หน่วยขึ้นไป ในอัตรา 0.0634 บาทต่อหน่วย ส่งผลให้

  • หน่วยที่ 201–400 จาก 4.2218 → 4.1584 บาทต่อหน่วย
  • หน่วยที่ 401 ขึ้นไป จาก 4.4217 → 4.3583 บาทต่อหน่วย

พร้อมทบทวนนิยามผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัย ให้ครอบคลุมการใช้ไฟฟ้าเพื่ออยู่อาศัยที่ยังไม่มีทะเบียนบ้านถาวร ภายใต้หลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนด

สำนักงาน กกพ. ได้มีหนังสือแจ้งมติไปยังการไฟฟ้าที่เกี่ยวข้องแล้วเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 เพื่อดำเนินการและประกาศเรียกเก็บค่าไฟฟ้าตามโครงสร้างใหม่ตั้งแต่บิลเดือนกันยายน 2569 เป็นต้นไป

ที่มาข้อมูล : รัฐบาลไทย

ที่มารูปภาพ : Getty Images

อดีตนักข่าวการเมืองภาคสนาม ติ่งเกาหลีที่ชอบดูฟุตบอล เป็นสายมูและทาสแมว