
Gaslighting: เมื่อ "การบิดเบือนความจริง" กลายเป็นอาวุธทางจิตวิทยาที่ใกล้ตัวกว่าที่คิด
ในยุคที่สุขภาพจิต (Mental Health) กลายเป็นวาระสำคัญทางสังคม คำศัพท์ทางจิตวิทยาหลายคำได้ก้าวข้ามจากห้องบำบัดมาสู่พื้นที่สาธารณะ หนึ่งในนั้นคือคำว่า "Gaslighting" (แกสไลติ้ง) หรือพฤติกรรมการบิดเบือนความจริง เพื่อทำให้เหยื่อสงสัยในสติสัมปชัญญะ ความทรงจำ หรือความนึกคิดของตนเอง จนค่อยๆ สูญเสียความมั่นใจและตกอยู่ภายใต้การควบคุม
Gaslighting คืออะไร?
Gaslighting ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ก็ตาม ถือเป็นรูปแบบหนึ่งของการบงการ ซึ่งเป็นรูปแบบหนึ่งของการล่วงละเมิดทางอารมณ์ที่มักพบเห็นในความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยความรุนแรง Gaslighting เป็นกลวิธีหรือการกระทำเพื่อบงการบุคคลด้วยการบังคับให้บุคคลนั้น ตั้งคำถามกับความเป็นจริง ความทรงจำ ความคิด และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นรอบตัวตนเอง เพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจมากขึ้น
คำว่า “Gaslighting” มีที่มาจากบทละครและภาพยนตร์เรื่องต่อมาที่มีชื่อว่า “Gaslight” ในภาพยนตร์เรื่องนี้ สามีเจ้าเล่ห์ใช้เล่ห์เหลี่ยมและทรมานภรรยาเพื่อโน้มน้าวให้เธอเชื่อว่าเธอเป็นบ้า
เหยื่อของการหลอกลวงตัวเองอาจถูกกดดันจนตั้งคำถามถึงสุขภาพจิตของตนเอง รูปแบบการหลอกลวงตัวเองที่น่าหงุดหงิดที่สุดรูปแบบหนึ่ง คือเมื่อเกิดขึ้นในความสัมพันธ์ระหว่างคู่รัก
ใครๆ ก็มีแนวโน้มที่จะใช้กลวิธีหลอกลวงผู้อื่น นี่เป็นเทคนิคทั่วไปของผู้ที่ทำร้ายผู้อื่น ผู้หลงตัวเอง ผู้นำลัทธิ และเผด็จการ วิธีนี้ทำอย่างช้าๆ เพื่อให้เหยื่อไม่รู้ว่าตนเองถูกล้างสมองมากเพียงใด
สรุปข่าว
Gaslighting: เมื่อ "การบิดเบือนความจริง" กลายเป็นอาวุธทางจิตวิทยาที่ใกล้ตัวกว่าที่คิด
ในยุคที่สุขภาพจิต (Mental Health) กลายเป็นวาระสำคัญทางสังคม คำศัพท์ทางจิตวิทยาหลายคำได้ก้าวข้ามจากห้องบำบัดมาสู่พื้นที่สาธารณะ หนึ่งในนั้นคือคำว่า "Gaslighting" (แกสไลติ้ง) หรือพฤติกรรมการบิดเบือนความจริง เพื่อทำให้เหยื่อสงสัยในสติสัมปชัญญะ ความทรงจำ หรือความนึกคิดของตนเอง จนค่อยๆ สูญเสียความมั่นใจและตกอยู่ภายใต้การควบคุม
Gaslighting คืออะไร?
Gaslighting ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ก็ตาม ถือเป็นรูปแบบหนึ่งของการบงการ ซึ่งเป็นรูปแบบหนึ่งของการล่วงละเมิดทางอารมณ์ที่มักพบเห็นในความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยความรุนแรง Gaslighting เป็นกลวิธีหรือการกระทำเพื่อบงการบุคคลด้วยการบังคับให้บุคคลนั้น ตั้งคำถามกับความเป็นจริง ความทรงจำ ความคิด และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นรอบตัวตนเอง เพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจมากขึ้น
คำว่า “Gaslighting” มีที่มาจากบทละครและภาพยนตร์เรื่องต่อมาที่มีชื่อว่า “Gaslight” ในภาพยนตร์เรื่องนี้ สามีเจ้าเล่ห์ใช้เล่ห์เหลี่ยมและทรมานภรรยาเพื่อโน้มน้าวให้เธอเชื่อว่าเธอเป็นบ้า
เหยื่อของการหลอกลวงตัวเองอาจถูกกดดันจนตั้งคำถามถึงสุขภาพจิตของตนเอง รูปแบบการหลอกลวงตัวเองที่น่าหงุดหงิดที่สุดรูปแบบหนึ่ง คือเมื่อเกิดขึ้นในความสัมพันธ์ระหว่างคู่รัก
ใครๆ ก็มีแนวโน้มที่จะใช้กลวิธีหลอกลวงผู้อื่น นี่เป็นเทคนิคทั่วไปของผู้ที่ทำร้ายผู้อื่น ผู้หลงตัวเอง ผู้นำลัทธิ และเผด็จการ วิธีนี้ทำอย่างช้าๆ เพื่อให้เหยื่อไม่รู้ว่าตนเองถูกล้างสมองมากเพียงใด
จุดเริ่มต้นอาจดูเหมือนไม่มีอะไร
Gaslighting ไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นด้วยการโกหกครั้งใหญ่ แต่อาจค่อย ๆ เกิดจากเรื่องเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวัน เช่น เมื่ออีกฝ่ายทักท้วงพฤติกรรมบางอย่าง ผู้กระทำอาจตอบว่า “ไม่เคยพูดแบบนั้น” ทั้งที่เคยพูด หรือเมื่ออีกฝ่ายรู้สึกเสียใจ อาจถูกสวนกลับว่า “เธออ่อนไหวเกินไป”
เมื่อเหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นบ่อยครั้ง คนที่ถูกกระทำอาจเริ่มย้อนถามตัวเองว่า “หรือเราจะจำผิดจริง ๆ” “หรือเราคิดมากเกินไป” และ “หรือปัญหาทั้งหมดเกิดจากเรา”
นี่คือสิ่งที่ทำให้ Gaslighting แตกต่างจากการทะเลาะหรือความเห็นไม่ตรงกันทั่วไป เพราะประเด็นไม่ได้อยู่เพียงแค่การเห็นต่าง แต่อยู่ที่การทำให้อีกฝ่ายค่อย ๆ สูญเสียความเชื่อมั่นในการรับรู้ของตัวเอง
สัญญาณเตือนว่า Gaslighting กำลังเกิดขึ้นกับคุณ
-เป็นฝ่ายที่ต้องเอ่ยคำขอโทษตลอดเวลา ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นเป็นความผิดของคุณ
-เชื่อว่าตนเองไม่สามารถทำสิ่งที่ถูกได้ ทำอะไรก็ผิดเสมอ
-รู้สึกวิตกกังวลตลอดเวลา หวาดกลัวว่าจะทำผิดหรือไม่ถูกใจใคร
-สูญเสียความมั่นใจในตนเอง
-สูญเสียความเป็นตัวตน
-ตั้งคำถามเกี่ยวกับความคิดและการตัดสินใจของตนเองตลอดเวลา ไม่กล้าที่จะตัดสินใจ
-รู้สึกโดดเดี่ยวและไร้กำลัง รู้สึกว่าตนไม่เหมือนใคร แตกต่างและแปลกแยก
-ผิดหวังในตนเอง และกลัวผู้อื่นจะผิดหวังในตัวคุณ
จะทำอย่างไรเมื่อต้องเผชิญกับ Gaslighting?
การปกป้องตนเองและระมัดระวังไม่ให้ถูกทำลายความมั่นใจในตนเองด้วยหลุมกับดักทางจิตใจนี้อาจมีได้หลายหนทาง เช่น
-เว้นระยะห่าง ถอยห่างจากความรู้สึกสงสัยในตนเองที่ถูกทิ้งเอาไว้ให้ การเดินออกจากสถานการณ์เหล่านั้นหรือให้เวลาตนเองได้หายใจลึกๆเพื่อผ่อนคลายและมีเวลาใช้ความคิด อาจช่วยให้เราสามารถทบทวนได้ว่ากำลังเผชิญหน้ากับสิ่งใด
-เก็บหลักฐาน เพราะ gaslighting มักทำให้คุณต้องสงสัยในตัวคุณเอง การเก็บหลักฐานของเรื่องราวต่าง ๆ ไว้นั้นจะช่วยให้คุณสามารถยืนยันกับตนเองและสถานการณ์ตรงหน้าได้ว่าความคิดของคุณไม่ใช่เพียงแค่ความคิดเห็นของคุณฝ่ายเดียว
-ใช้มุมมองที่ 3 มุมมองของคนที่อยู่ภายนอกสถานการณ์อาจช่วยให้คุณมองเห็นได้ชัดเจนขึ้นในเรื่องราวเหล่านั้น การอยู่ในสถานการณ์ที่มีการบีบคั้นทางอารมณ์ ย่อมทำให้มุมมองต่าง ๆ ของคุณแคบลงและไม่สามารถประมวลผลสถานการณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพเท่าที่ควร
-ถอยห่างจากความสัมพันธ์ แม้จะเป็นหนทางที่ยากในการกระทำได้จริง แต่การเผชิญกับ gaslight ซ้ำ ๆ จนทำให้สูญเสียความเป็นตัวตนไปนั้นย่อมส่งผลเสียที่มากกว่า หากพบสัญญาณของการกระทำเหล่านั้นและพบว่าไม่มีหนทางอื่นใดที่จะแก้ไขได้ การจบความสัมพันธ์นั้นอาจเป็นหนทางที่ดีที่สุดในการหลีกให้พ้นและจบการทำร้ายทางจิตใจลง
อย่างก็ตาม การพูดคุยกับคนที่ไว้ใจได้ก็เป็นอีกทางหนึ่ง เพราะมุมมองจากคนนอกอาจช่วยให้เห็นสิ่งที่เราไม่ทันสังเกตเมื่ออยู่ในสถานการณ์นั้น
ที่สำคัญคือ ความรู้สึกของเราไม่จำเป็นต้องได้รับการอนุมัติจากใครจึงจะมีความหมาย การไม่เห็นด้วยกับใคร หรือการรับรู้เหตุการณ์แตกต่างกัน ไม่ได้แปลว่าเราผิดเสมอไป
Gaslighting จึงไม่ใช่เพียงคำศัพท์ที่กำลังถูกพูดถึงในโลกออนไลน์ แต่เป็นแนวคิดที่ช่วยให้เราเข้าใจว่า บางครั้งความสัมพันธ์ที่ทำให้เรารู้สึกว่า “ตัวเองผิดอยู่ตลอดเวลา” อาจมีปัญหาที่ลึกกว่าการสื่อสารไม่เข้าใจกัน
การตั้งคำถามกับพฤติกรรมของอีกฝ่ายจึงสำคัญไม่แพ้การตั้งคำถามกับตัวเอง เพราะในความสัมพันธ์ที่ดี การเห็นต่างควรนำไปสู่การพูดคุย ไม่ใช่การทำให้อีกคนค่อย ๆ ไม่เชื่อในตัวเอง
ที่มาข้อมูล : คณะจิตวิทยาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย / โรงพยาบาลอพอลโล / TNN รวบรวม
ที่มารูปภาพ : Getty Image created by AI
นักข่าวออนไลน์ เกาะติดสถานการณ์ประเด็นร้อน ทันเหตุการณ์ ทั้งเรื่องใกล้ตัวและประเด็นสำคัญ
