“ปัญหาปากท้อง-ทุจริตสอบท้องถิ่น” วัดผลงานรัฐบาลอภิปรายไม่ไว้วางใจ

Share on Line Share on Facebook Share on X
 “ปัญหาปากท้อง-ทุจริตสอบท้องถิ่น” วัดผลงานรัฐบาลอภิปรายไม่ไว้วางใจ

แก้ปัญหาเศรษฐกิจ ปากท้อง ทุจริตสอบท้องถิ่น อยากให้มีการอภิปรายมากที่สุด

“สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง “ประชาชนกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล” กลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,267 คน (สำรวจทางออนไลน์และภาคสนาม) ระหว่างวันที่ 18-21 สิงหาคม 2569

ผลการสำรวจ พบว่า กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 38.28 ค่อนข้างสนใจติดตามการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลที่กำลังจะมีขึ้น โดยเรื่องที่อยากให้มีการอภิปรายมากที่สุด คือ การแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ปากท้อง ร้อยละ 80.58 รองลงมาคือ ทุจริตสอบท้องถิ่น ร้อยละ 54.54 กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 54.30 ไม่เชื่อว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจจะช่วยตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลได้ 

สำหรับสิ่งที่อยากเห็นภายหลังการอภิปรายคือ ต้องการให้มีการตรวจสอบข้อกล่าวหาอย่างต่อเนื่องจริงจัง ร้อยละ 56.99 และเห็นว่าสถานการณ์การเมืองไทยโดยรวมหลังจากการอภิปรายนี้ไม่น่าจะเปลี่ยนแปลง ร้อยละ 50.28


สรุปข่าว

ผลโพลสะท้อน “ปัญหาปากท้อง-สอบท้องถิ่น” วัดผลงานรัฐบาลอภิปรายไม่ไว้วางใจ หวังยกระดับความเชื่อมั่น ความชอบธรรม ความรับผิดชอบต่อสังคม เสริมสร้างเสถียรภาพทางการเมืองไทยระยะยาว

แก้ปัญหาเศรษฐกิจ ปากท้อง ทุจริตสอบท้องถิ่น อยากให้มีการอภิปรายมากที่สุด

“สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง “ประชาชนกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล” กลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,267 คน (สำรวจทางออนไลน์และภาคสนาม) ระหว่างวันที่ 18-21 สิงหาคม 2569

ผลการสำรวจ พบว่า กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 38.28 ค่อนข้างสนใจติดตามการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลที่กำลังจะมีขึ้น โดยเรื่องที่อยากให้มีการอภิปรายมากที่สุด คือ การแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ปากท้อง ร้อยละ 80.58 รองลงมาคือ ทุจริตสอบท้องถิ่น ร้อยละ 54.54 กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 54.30 ไม่เชื่อว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจจะช่วยตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลได้ 

สำหรับสิ่งที่อยากเห็นภายหลังการอภิปรายคือ ต้องการให้มีการตรวจสอบข้อกล่าวหาอย่างต่อเนื่องจริงจัง ร้อยละ 56.99 และเห็นว่าสถานการณ์การเมืองไทยโดยรวมหลังจากการอภิปรายนี้ไม่น่าจะเปลี่ยนแปลง ร้อยละ 50.28


ผลสำรวจสะท้อนประชาชนให้ความสำคัญการอภิปรายไม่ไว้วางใจ

ดร.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล ระบุว่า ประชาชนมากกว่าครึ่งยังไม่เชื่อว่าการอภิปรายจะช่วยตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลได้ และมองว่าหลังการอภิปรายสถานการณ์การเมืองไม่น่าจะเปลี่ยนแปลง สิ่งที่ประชาชนคาดหวังจึงเป็นการติดตามตรวจสอบข้อกล่าวหาอย่างจริงจัง การชี้แจงข้อสงสัย และการแสดงความรับผิดชอบของผู้เกี่ยวข้อง ซึ่งจะเป็นตัวชี้วัดว่าการอภิปรายครั้งนี้จะสร้างผลทางการเมืองได้มากน้อยเพียงใด

อาจารย์นนทวัฒน์ สุวรรณ อาจารย์ประจำโรงเรียนกฎหมายและการเมือง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต กล่าวว่า ผลโพลครั้งนี้ สะท้อนว่าประชาชนยังให้ความสำคัญกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจในฐานะกลไกตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจรัฐบาล แต่คาดหวังให้เกิดผลในทางปฏิบัติมากกว่าการอภิปรายและลงมติในรัฐสภา ซึ่งปัญหาเศรษฐกิจ ปากท้อง และการทุจริตในระบบราชการยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ประชาชนใช้ประเมินประสิทธิภาพและความชอบธรรมของรัฐบาล 

ขณะเดียวกันประชาชนยังให้ความสำคัญกับความรับผิดชอบทางการเมือง (Political Accountability) โดยต้องการให้ข้อกล่าวหาจากการอภิปรายได้รับการติดตามและตรวจสอบอย่างจริงจัง จึงกล่าวได้ว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลไม่ควรสิ้นสุดเพียงการลงมติในรัฐสภา แต่ควรนำไปสู่กระบวนการตรวจสอบและประเมินผลการทำงานของรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง 

ด้วยเหตุนี้จึงควรใช้โอกาสจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ในการยกระดับความเชื่อมั่น ความชอบธรรม ความรับผิดชอบต่อสังคม ตลอดจนเสริมสร้างเสถียรภาพทางการเมืองของไทยในระยะยาว

สรุปผลสำรวจ ประชาชนกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล

1. ประชาชนสนใจติดตามการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลที่กำลังจะมีขึ้นมากน้อยเพียงใด

  • อันดับ 1ค่อนข้างสนใจ 38.28%
  • อันดับ 2 สนใจมาก 29.68%
  • อันดับ 3 ไม่ค่อยสนใจ 27.15%
  • อันดับ 4 ไม่สนใจ 4.89%

2. เรื่องที่ประชาชนอยากให้มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจมากที่สุด

  • อันดับ 1 การแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ปากท้อง 80.58%
  • อันดับ 2 ทุจริตสอบท้องถิ่น 54.54%
  • อันดับ 3 ปัญหาพลังงานและราคาพลังงาน 53.59%
  • อันดับ 4 การใช้เงินกู้ 4 แสนล้านบาท 35.04%
  • อันดับ 5 ฮั้ว สว. 34.25%

3. ประชาชนเชื่อหรือไม่ว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจจะช่วยตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลได้

  • อันดับ 1 ไม่เชื่อ 54.30%
  • อันดับ 2 เชื่อ 45.70%

4. หลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ประชาชนอยากเห็นสิ่งใดเกิดขึ้นมากที่สุด

  • อันดับ 1 มีการตรวจสอบข้อกล่าวหาอย่างต่อเนื่องจริงจัง 56.99%
  • อันดับ 2 รัฐบาลชี้แจงข้อสงสัยให้ประชาชนเข้าใจ 46.25%
  • อันดับ 3 ผู้เกี่ยวข้องแสดงความรับผิดชอบทางการเมือง 45.30%

5. หลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ประชาชนคิดว่าสถานการณ์การเมืองไทยโดยรวมจะเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางใด

  • อันดับ 1 ไม่น่าจะเปลี่ยนแปลง 50.28%
  • อันดับ 2 ดีขึ้น 28.49%
  • อันดับ 3 ไม่แน่ใจ 14.36%
  • อันดับ 4 แย่ลง 6.87%

ที่มาข้อมูล : สวนดุสิตโพล

ที่มารูปภาพ : Thai News Pix / รัฐบาลไทย

อดีตนักข่าวการเมืองภาคสนาม ติ่งเกาหลีที่ชอบดูฟุตบอล เป็นสายมูและทาสแมว