
อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เปิดภารกิจเยือนออสเตรเลีย–นิวซีแลนด์อย่างเป็นทางการวันแรก เดินหน้าสร้างความเชื่อมั่นประเทศไทย พบผู้บริหารบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของออสเตรเลีย พร้อมพบปะนักลงทุนกว่า 70 บริษัท ชูศักยภาพไทยเป็นจุดหมายการลงทุน เผยยอดคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนช่วงครึ่งปีแรกสูงถึง 60,000 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือราว 1.4 ล้านล้านบาท ขณะเดียวกันเตรียมหารือเปิดทางส่งออก Jet Fuel และเร่งแก้ปัญหาขาดแคลนเชฟ-แรงงานฝีมือไทยในออสเตรเลีย
สรุปข่าว
อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เปิดภารกิจเยือนออสเตรเลีย–นิวซีแลนด์อย่างเป็นทางการวันแรก เดินหน้าสร้างความเชื่อมั่นประเทศไทย พบผู้บริหารบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของออสเตรเลีย พร้อมพบปะนักลงทุนกว่า 70 บริษัท ชูศักยภาพไทยเป็นจุดหมายการลงทุน เผยยอดคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนช่วงครึ่งปีแรกสูงถึง 60,000 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือราว 1.4 ล้านล้านบาท ขณะเดียวกันเตรียมหารือเปิดทางส่งออก Jet Fuel และเร่งแก้ปัญหาขาดแคลนเชฟ-แรงงานฝีมือไทยในออสเตรเลีย
วันแรกของภารกิจ “อนุทิน” มุ่งสร้างความเชื่อมั่นนักลงทุน
นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยผลการเดินทางเยือนออสเตรเลีย–นิวซีแลนด์อย่างเป็นทางการของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในวันแรกว่า ภารกิจสำคัญมุ่งเน้นการกระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ การส่งเสริมการลงทุน และการรับฟังปัญหาจากภาคธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
นายกรัฐมนตรีได้พบหารือกับผู้บริหาร Canva Pty. Ltd. บริษัทเทคโนโลยีและผู้ให้บริการแพลตฟอร์มด้านการสื่อสารด้วยภาพระดับโลก พร้อมกล่าวปาฐกถาในงาน “Thailand–Australia Investment and Business Partnership Reception” ภายใต้หัวข้อ “Thailand and Australia, A Strategic Partnership for Growth” ซึ่งจัดโดยสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ บีโอไอ
งานดังกล่าวมีผู้แทนจากภาคเอกชนไทยและออสเตรเลียเข้าร่วมกว่า 70 บริษัท สะท้อนความสนใจของภาคธุรกิจต่อโอกาสในการขยายความร่วมมือและการลงทุนระหว่างสองประเทศ
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังลงพื้นที่เยี่ยมชมและพูดคุยกับผู้ประกอบการไทยที่ดำเนินธุรกิจร้านอาหารในย่าน Thai Town เพื่อรับฟังปัญหาและความต้องการของคนไทยที่ประกอบธุรกิจในออสเตรเลียโดยตรง
นายกฯ เผยเอกชนออสเตรเลียเชื่อมั่นไทย
ภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจ นายอนุทินกล่าวว่า รู้สึก “พอใจมาก” กับผลการพบปะภาคเอกชน โดยเฉพาะการหารือแบบรายบริษัทกับ Canva และการพบปะนักลงทุนในงานที่จัดโดยบีโอไอ
นายกรัฐมนตรีระบุว่า การหารือทำให้เห็นอย่างชัดเจนว่า บริษัทขนาดใหญ่ของออสเตรเลียมีความเชื่อมั่นต่อเสถียรภาพและศักยภาพของประเทศไทย และมองไทยเป็นหนึ่งในตัวเลือกสำคัญสำหรับการลงทุน
ปัจจัยที่ทำให้ไทยมีความน่าสนใจ ได้แก่ เสถียรภาพทางการเมือง ระบบโลจิสติกส์ และนโยบาย Thailand FastPass ของบีโอไอ ซึ่งช่วยแก้ไขปัญหาและปลดล็อกอุปสรรคของนักลงทุนแบบเบ็ดเสร็จ
นายอนุทินยังเชื่อว่า หากประเทศไทยสามารถสร้างความสมานฉันท์และความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันภายในประเทศได้มากขึ้น จะยิ่งช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นและแรงดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ
เปิดตัวเลขลงทุนไทยสูง 1.4 ล้านล้านบาท
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ตนมีความเชื่อมั่นในศักยภาพของประเทศไทยมาโดยตลอด และการเดินทางครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่น พร้อมรับฟังความต้องการของนักลงทุนโดยตรง
ข้อมูลจากบีโอไอระบุว่า ในช่วงครึ่งปีแรก มียอดการลงทุนสูงถึง 60,000 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือประมาณ 1.4 ล้านล้านบาท
ขณะเดียวกัน เทคโนโลยีและความเชี่ยวชาญจากออสเตรเลียยังมีโอกาสเชื่อมโยงเข้ากับห่วงโซ่อุปทานของไทย ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพให้กับภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมในประเทศ
ไทยพร้อมเปิดทางส่งออก Jet Fuel ให้ออสเตรเลีย
อีกหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจคือความร่วมมือด้านพลังงาน โดยนายอนุทินเปิดเผยว่า ปัจจุบันออสเตรเลียมีความต้องการ น้ำมันอากาศยาน หรือ Jet Fuel ในปริมาณมาก ขณะที่ประเทศไทยมีน้ำมันอากาศยานส่วนเกินจากความต้องการภายในประเทศ
หากรัฐบาลออสเตรเลียแสดงความต้องการอย่างเป็นทางการ รัฐบาลไทยพร้อมพิจารณาปลดล็อกกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง เพื่อเปิดทางให้สามารถส่งออก Jet Fuel ไปยังออสเตรเลียได้
แนวทางดังกล่าวจะเป็นประโยชน์ต่อทั้งสองฝ่าย โดยออสเตรเลียสามารถเพิ่มแหล่งจัดหาน้ำมันอากาศยาน ขณะที่ไทยมีโอกาสเพิ่มมูลค่าการส่งออกและสร้างรายได้ให้กับประเทศ
เร่งแก้ปัญหาขาดแคลนเชฟและแรงงานไทยในออสเตรเลีย
นอกจากเรื่องการลงทุนและการค้าแล้ว นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญกับ แรงงานไทยในออสเตรเลีย โดยเฉพาะปัญหาการขาดแคลนเชฟและแรงงานฝีมือในธุรกิจร้านอาหารไทย
จากการลงพื้นที่ Thai Town พบว่าธุรกิจร้านอาหารไทยในออสเตรเลียกำลังเติบโต แต่ผู้ประกอบการจำนวนหนึ่งประสบปัญหาไม่สามารถหาเชฟและแรงงานที่มีทักษะได้เพียงพอ
รัฐบาลจึงเตรียมหารือกับฝ่ายออสเตรเลีย เพื่อหาทางลดข้อจำกัดและอุปสรรคด้านแรงงาน พร้อมสร้างความเข้าใจว่าแรงงานไทยที่เดินทางไปทำงานควรได้รับโอกาสทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
นายกรัฐมนตรีมองว่า แรงงานไทยมีทั้งทักษะ ความสามารถ และความเชี่ยวชาญที่สามารถสร้างคุณค่าให้กับเศรษฐกิจออสเตรเลีย การเปิดช่องทางให้แรงงานฝีมือไทยเข้าทำงานอย่างถูกกฎหมายจึงเป็นประโยชน์ต่อทั้งแรงงาน ผู้ประกอบการ และเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศ
ภาพรวมวันแรก สัญญาณความร่วมมือ “ไทย-ออสเตรเลีย”
ภารกิจของนายกรัฐมนตรีในวันแรกจึงไม่ได้มุ่งเพียงการพบปะระดับรัฐบาล แต่ครอบคลุมทั้ง การลงทุน เทคโนโลยี พลังงาน การค้า และแรงงาน โดยรัฐบาลพยายามเชื่อมโยงศักยภาพของภาคธุรกิจทั้งสองประเทศเข้าด้วยกัน
ตั้งแต่การดึงบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำเข้ามาลงทุนในไทย การใช้ Thailand FastPass เป็นเครื่องมืออำนวยความสะดวกนักลงทุน ไปจนถึงการเปิดโอกาสทางการค้าด้านพลังงานและการผลักดันแรงงานฝีมือไทยให้สามารถเข้าสู่ตลาดแรงงานออสเตรเลียอย่างถูกกฎหมาย
สำหรับรัฐบาล ผลจากภารกิจวันแรกถือเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจไทย–ออสเตรเลีย และเป็นอีกก้าวในการสร้างความเชื่อมั่นว่า ประเทศไทยยังเป็นจุดหมายสำคัญสำหรับการลงทุนในภูมิภาค ขณะที่ภารกิจเยือนนิวซีแลนด์จะเดินหน้าต่อในลำดับถัดไป
- นายกฯ เร่งเครื่อง FTA เชื่อมไทยสู่ซัพพลายเชนโลก ดันการค้าโต 3–5 เท่า
- นายกฯ สลับคิวลงทุน ดัน Missing Link นำหน้าแลนด์บริดจ์
- นายกฯ 3 หลักธรรมาภิบาล AI บนเวทีโลก ดันนวัตกรรมอย่างรับผิดชอบ เพื่อการเติบโตร่วมกัน
- นายกฯ หารือ ปธน. คาซัคสถาน ชูไทยประตูสู่อาเซียน เร่งการค้า-ลงทุนเชื่อมเอเชียกลาง
- กลยุทธ์จัดพอร์ต หุ้นไทยรอย่อ แนะสะสมหุ้นจีน-ฮ่องกง
นักข่าวสายโซเชียล รายงานข่าวประเด็นสังคมและความเคลื่อนไหว เน้นการนำเสนอการสรุปข้อมูลที่รวดเร็ว ชัดเจน และเข้าใจง่าย
