
ตู้กระจกที่เคยเรียงรายด้วยปืนสั้นและปืนยาว วันนี้กลายเป็นที่วางขนมปังซาวโดว์ก้อนโต ที่ร้าน "สุชาติและเพื่อน" ร้านค้าอาวุธปืนอายุ 40 ปีในกรุงเทพฯ ซึ่งปรับตัวมาเป็นเบเกอรีเต็มตัว หลังธุรกิจค้าอาวุธปืนของไทยเผชิญมาตรการควบคุมที่เข้มข้นขึ้นต่อเนื่องมาหลายปี
ร่องรอยของธุรกิจเดิมยังคงอยู่ให้เห็น วารินทร บุญยะชัย ผู้ดูแลร้านในปัจจุบัน ชี้ให้ดูร่องบากในตู้กระจกที่เคยใช้วางปืนยาวซ้อนกันเป็นชั้น ส่วนชั้นด้านบนที่เคยเป็นที่โชว์อาวุธปืน ตอนนี้ถูกเปลี่ยนเป็นชั้นวางขนมปังทั้งหมด
วารินทรเข้ามารับช่วงดูแลร้านแทนสามี ซึ่งเพิ่งได้รับการวินิจฉัยว่าป่วยเป็นมะเร็ง ขณะที่ร้านซึ่งเปิดดำเนินการมาราว 4 ทศวรรษ เพิ่งหันมาอบขนมปังขายอย่างจริงจังในช่วง 5 เดือนที่ผ่านมา เพื่อประคองกิจการและรายได้ของทุกคนในร้านให้เดินต่อไปได้
"ไม่อยากทิ้งใครเลยสักคน"
สำหรับวารินทร การเปลี่ยนธุรกิจครั้งนี้ไม่ได้มีแค่เรื่องของตัวเองเป็นเดิมพัน แต่ยังหมายถึงอาชีพของลูกจ้างที่อยู่กับร้านมานาน
"มันไม่ใช่อาชีพเราคนเดียว คืออาชีพลูกน้องหลาย ๆ คนด้วย ไม่อยากทิ้งใครเลยสักคน" เธอเล่า พร้อมอธิบายว่า เมื่อร้านมีโรงเรียนสอนทำขนมอยู่แล้ว จึงค่อย ๆ ฝึกให้ลูกน้องเรียนรู้งานใหม่ไปด้วยกัน "มาพัฒนาอาชีพด้วยกัน ตอนนี้ทำขนมปังซาวร์โดว์เก่งมาก"
ปัจจุบันขนมปังของร้านขายดีจนแทบไม่พอวางบนชั้น กลายเป็นรายได้หลักที่เข้ามาแทนที่การค้าอาวุธปืนซึ่งหยุดชะงักไปนานหลายปี


สรุปข่าว
ตู้กระจกที่เคยเรียงรายด้วยปืนสั้นและปืนยาว วันนี้กลายเป็นที่วางขนมปังซาวโดว์ก้อนโต ที่ร้าน "สุชาติและเพื่อน" ร้านค้าอาวุธปืนอายุ 40 ปีในกรุงเทพฯ ซึ่งปรับตัวมาเป็นเบเกอรีเต็มตัว หลังธุรกิจค้าอาวุธปืนของไทยเผชิญมาตรการควบคุมที่เข้มข้นขึ้นต่อเนื่องมาหลายปี
ร่องรอยของธุรกิจเดิมยังคงอยู่ให้เห็น วารินทร บุญยะชัย ผู้ดูแลร้านในปัจจุบัน ชี้ให้ดูร่องบากในตู้กระจกที่เคยใช้วางปืนยาวซ้อนกันเป็นชั้น ส่วนชั้นด้านบนที่เคยเป็นที่โชว์อาวุธปืน ตอนนี้ถูกเปลี่ยนเป็นชั้นวางขนมปังทั้งหมด
วารินทรเข้ามารับช่วงดูแลร้านแทนสามี ซึ่งเพิ่งได้รับการวินิจฉัยว่าป่วยเป็นมะเร็ง ขณะที่ร้านซึ่งเปิดดำเนินการมาราว 4 ทศวรรษ เพิ่งหันมาอบขนมปังขายอย่างจริงจังในช่วง 5 เดือนที่ผ่านมา เพื่อประคองกิจการและรายได้ของทุกคนในร้านให้เดินต่อไปได้
"ไม่อยากทิ้งใครเลยสักคน"
สำหรับวารินทร การเปลี่ยนธุรกิจครั้งนี้ไม่ได้มีแค่เรื่องของตัวเองเป็นเดิมพัน แต่ยังหมายถึงอาชีพของลูกจ้างที่อยู่กับร้านมานาน
"มันไม่ใช่อาชีพเราคนเดียว คืออาชีพลูกน้องหลาย ๆ คนด้วย ไม่อยากทิ้งใครเลยสักคน" เธอเล่า พร้อมอธิบายว่า เมื่อร้านมีโรงเรียนสอนทำขนมอยู่แล้ว จึงค่อย ๆ ฝึกให้ลูกน้องเรียนรู้งานใหม่ไปด้วยกัน "มาพัฒนาอาชีพด้วยกัน ตอนนี้ทำขนมปังซาวร์โดว์เก่งมาก"
ปัจจุบันขนมปังของร้านขายดีจนแทบไม่พอวางบนชั้น กลายเป็นรายได้หลักที่เข้ามาแทนที่การค้าอาวุธปืนซึ่งหยุดชะงักไปนานหลายปี


สามปีที่นำเข้าปืนไม่ได้
ต้นทางของสถานการณ์นี้ย้อนกลับไปถึงปี 2566 เมื่อประเทศไทยระงับการออกใบอนุญาตนำเข้าอาวุธปืน ภายหลังเหตุการณ์ยิงในห้างสรรพสินค้ากลางกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นหนึ่งในเหตุความรุนแรงจากอาวุธปืนหลายครั้ง ทั้งในสถานศึกษาและศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ที่ผลักดันให้ไทยทยอยยกระดับมาตรการควบคุมอาวุธปืนมาเป็นระยะ
ผลที่ตามมาคือ ร้านค้าอาวุธปืนทั่วประเทศไม่มีสินค้าใหม่เข้ามาจำหน่ายอีกเลย ทั้งที่ธุรกิจนี้เคยมีมูลค่าราวปีละ 2,000 ล้านบาท หรือประมาณ 60 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
จนถึงเดือนสิงหาคม 2569 อุตสาหกรรมนี้ก็เผชิญแรงกระแทกอีกระลอก เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม เกิดเหตุยิงภายในโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดนนทบุรี ผู้ก่อเหตุเป็นเยาวชนอายุ 14 ปี มีผู้เสียชีวิตรวม 9 ราย โดยนับรวมผู้ก่อเหตุ และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกหลายสิบคน

หลังเหตุการณ์ดังกล่าว อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ประกาศเดินหน้าผลักดันร่างกฎหมายอาวุธปืนฉบับใหม่ พร้อมสั่งการให้ระงับการออกและต่อใบอนุญาตเกี่ยวกับอาวุธปืน ทั้งใบอนุญาตให้ซื้อ (ป.3) ใบอนุญาตให้มีและใช้ (ป.4) และใบอนุญาตให้พกพา (ป.12) ไว้ก่อน จนกว่าจะมีมติคณะรัฐมนตรี
เสียงจากย่านค้าปืนอายุกว่า 70 ปี
ในย่านค้าอาวุธปืนเก่าแก่ของกรุงเทพฯ ซึ่งบางร้านเปิดดำเนินการมานานกว่า 70 ปี ฐิติกร บุปผามาศ ประธานสมาคมผู้ค้าอาวุธปืนแห่งประเทศไทย อธิบายว่า ร้านค้าอาวุธปืนจำหน่ายสินค้าได้เฉพาะกับผู้ที่ได้รับใบอนุญาตให้ซื้อเท่านั้น เมื่อรัฐงดออกใบอนุญาตดังกล่าว จึงเท่ากับไม่มีลูกค้ารายใหม่เข้ามาได้อีก
ขณะเดียวกัน เมื่อร้านค้าถูกห้ามนำเข้าอาวุธปืนมาแล้วราว 3 ปี สินค้าที่เหลืออยู่ในร้านจึงมีไม่มากนัก ส่งผลให้ผู้ประกอบการจำนวนหนึ่งขาดแหล่งรายได้ และเลือกเปลี่ยนไปทำอย่างอื่นได้ยาก เพราะหลายร้านเป็นกิจการที่สืบทอดกันมาหลายรุ่น
ฐิติกรยังแสดงความกังวลว่า มาตรการนี้อาจส่งผลข้างเคียงที่ไม่ตั้งใจ "มันทำให้ประชาชนกลุ่มหนึ่ง ที่ต้องการมีอาวุธปืนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ไม่สามารถมีอาวุธปืนได้อย่างถูกต้องแล้ว คนกลุ่มเหล่านี้อาจไปซื้ออาวุธปืนเถื่อนแทน เป็นเรื่องน่ากังวล" พร้อมมองว่า การระงับใบอนุญาตยังไม่ใช่การแก้ปัญหาความรุนแรงจากอาวุธปืนที่ต้นเหตุ เพราะโจทย์ใหญ่อยู่ที่อาวุธปืนผิดกฎหมายที่อยู่นอกระบบ

รัฐยืนยันคุมทั้งระบบ เร่งแก้กฎหมายใน 60 วัน
ด้านฝ่ายรัฐบาลชี้แจงว่า มาตรการชุดนี้ไม่ได้มุ่งไปที่ร้านค้าถูกกฎหมายเพียงอย่างเดียว โดยข้อมูลจากการแถลงของโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 ระบุว่า นายกรัฐมนตรีสั่งการในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยกระดับมาตรการควบคุมอาวุธปืนทั้งระบบ ทั้งการจัดการอาวุธปืนผิดกฎหมายและปืนเถื่อน การตรวจสอบร้านค้าและกระสุน รวมถึงการอุดช่องโหว่ไม่ให้อาวุธปืนตกไปอยู่ในมือผู้ที่ไม่ควรครอบครอง โดยดำเนินการทั้งระยะเร่งด่วนและระยะยาว พร้อมเร่งแก้ไขกฎหมายให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน
นอกจากนี้ยังมีมาตรการเฉพาะหน้า ห้ามประชาชนพกพาอาวุธปืนออกนอกเคหสถาน และกำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายปกครองตั้งด่านตรวจอย่างเข้มข้น ตามรายงานของกรุงเทพธุรกิจ
ใบอนุญาตที่ยังต่ออายุทุกปี
แม้วันนี้รายได้หลักของร้านสุชาติและเพื่อนจะมาจากขนมปัง แต่วารินทรยังคงต่ออายุใบอนุญาตร้านค้าอาวุธปืนทุกปี ด้วยความหวังว่าสักวันการนำเข้าและการค้าจะกลับมาเดินหน้าได้อีกครั้ง
"ก็ยังมีความหวังอยู่ เพราะว่าเราขายปืนเหนื่อยน้อยกว่านี้ตั้งเยอะ" เธอบอก ก่อนจะเสริมว่า "แต่ที่ทำอยู่ตอนนี้ก็มีความสุขดี มีความสุขตรงที่ว่าเราดูแลลูกน้องได้ ดูแลทุกคนได้ แล้วก็ถามว่ามีความหวังไหม ก็ต้องบอกว่ายังมีความหวังอยู่ ทำให้เราสั่งปืนอย่างถูกกฎหมายเข้ามาได้"
จากตู้โชว์ปืนสู่ชั้นวางขนมปัง เรื่องราวของร้านค้าเล็ก ๆ ร้านหนึ่งกลางกรุงเทพฯ สะท้อนภาพของธุรกิจที่ต้องปรับตัวท่ามกลางนโยบายที่เปลี่ยนไป ขณะที่คำถามใหญ่กว่านั้นยังรอคำตอบอยู่ นั่นคือมาตรการควบคุมชุดใหม่จะช่วยลดความรุนแรงจากอาวุธปืนในสังคมไทยได้มากน้อยเพียงใด
- รัฐบาลยังไม่พอใจตัวเลขเศรษฐกิจไทย อยากให้เศรษฐกิจโตได้มากกว่านี้
- นายกฯ โชว์วิชั่นบนเวที Lowy เมื่อโลกแบ่งขั้ว ไทย “ไม่เลือกข้าง แต่ต้องมีทางเลือก”
- เปิดภารกิจนายกฯ เตรียมหารือบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำออสเตรเลีย-ดึงการลงทุนเข้าไทย
- นายกฯ ชี้ไทยช่วยไทยพลัส เฟส 2 ต้องดูความพร้อม ย้ำช่วยประชาชนอย่างสมดุล
- อนุทินแจงด่านตรวจบุรีรัมย์ ยันไม่มีจัดฉาก-ไม่มีรถนำ
