#Saveเทพนนท์ จากข่าวลือสู่คำตัดสิน แต่ผู้สูญเสียพูดไม่ได้

Share on Line Share on Facebook Share on X
#Saveเทพนนท์ จากข่าวลือสู่คำตัดสิน แต่ผู้สูญเสียพูดไม่ได้

“สารที่ท่านได้รับ 

ไม่มีเครื่องการันตีใด ๆ ว่าจริง
แต่การสูญเสียของเรา คือเรื่องจริง”

นี่คือข้อความจากนักเรียนและศิษย์เก่าโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี

ที่ออกมาแสดงพลังผ่าน #saveเทพนนท์เรียกร้องให้สังคมหยุดตัดสินครูและผู้สูญเสีย จากข้อมูลที่ยังไม่ครบถ้วน


สรุปข่าว

เหตุกราดยิงเทพศิรินทร์ นนทบุรี ท่ามกลางข้อกล่าวอ้างเรื่องการบูลลี่ที่ถูกนำมาเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ ขณะที่ข้อมูลอีกด้านยังตั้งคำถามถึงเรื่องเล่าเหล่านั้นมีความจริง และเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์มากน้อยแค่ไหน ชวนสำรวจว่า เรากำลังตัดสินผู้สูญเสียจากข้อเท็จจริง หรือข้อมูลที่ยังพิสูจน์ไม่ได้ และเหตุใด #Saveเทพนนท์ จึงเรียกร้องให้สังคมหยุดตัดสิน

“สารที่ท่านได้รับ 

ไม่มีเครื่องการันตีใด ๆ ว่าจริง
แต่การสูญเสียของเรา คือเรื่องจริง”

นี่คือข้อความจากนักเรียนและศิษย์เก่าโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี

ที่ออกมาแสดงพลังผ่าน #saveเทพนนท์เรียกร้องให้สังคมหยุดตัดสินครูและผู้สูญเสีย จากข้อมูลที่ยังไม่ครบถ้วน


ทำไมฝั่งผู้สูญเสียต้องออกมาเรียกร้องความเป็นธรรม

หลังเหตุกราดยิงเทพศิรินทร์นนทบุรี ข้อมูลจำนวนมากถูกเผยแพร่บนโลกออนไลน์อย่างรวดเร็ว 

หนึ่งในเรื่องที่ถูกพูดถึงคือข้อกล่าวอ้างว่าเด็กชาย 14 ปี ผู้ก่อเหตุเคยถูกบูลลี่

ต่อมามีศิษย์เก่า เล่าประสบการณ์เมื่อประมาณ 20 ปีก่อน โดยกล่าวว่าเคยถูกกลั่นแกล้งในอดีจ พร้มตั้งคำถามถึงการดูแลนักเรียน ซึ่งครูบางรายเพิกเฉยต่อปัญหา 

เมื่อเรื่องราวเหล่านี้ถูกนำมาเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ปัจจุบัน จึงเกิดคำอธิบายชุดหนึ่งขึ้นในโลกออนไลน์ว่า

“การบูลลี่อาจเป็นส่วนหนึ่งของเหตุการณ์ครั้งนี้”

และเมื่อเรื่องถูกเล่าซ้ำมากขึ้น ผู้ก่อเหตุก็เริ่มถูกมองผ่านกรอบของ “ผู้ถูกกระทำ” 

ขณะที่ครูและโรงเรียนถูกตั้งคำถามในฐานะผู้ที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับสิ่งที่เกิดขึ้น

แต่สิ่งที่ถูกมองข้าม คือ ข้อมูลเหล่านี้ผ่านการพิสูจน์แล้วหรือยัง?


เมื่อข้อมูลอีกด้านปรากฎ

ข้อมูลจากบุคคลที่อยู่ใกล้เหตุการณ์ก็ปรากฏขึ้นในอีกด้าน

เพื่อนของผู้ก่อเหตุให้ข้อมูลกับตำรวจว่า ไม่เคยพบว่าผู้ก่อเหตุถูกกลั่นแกล้ง

พร้อมให้ข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมก่อนเกิดเหตุว่า ผู้ก่อเหตุเคยนำบีบีกันมาโรงเรียน และถูกครูตักเตือนหลายครั้ง

ส่วนข้อความจากบุคคลนิรนามที่อ้างว่าเห็ฤนเหตุการณ์หรือมีข้อมูลเกี่ยวข้อง ก็ถูกลบออกจากโลกออนไลน์ในเวลาต่อมา

ส่วนเรื่องราวของศิษย์เก่าที่ถูกนำมาเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ปัจจุบัน ก็มีเพื่อนร่วมรุ่นออกมาชี้แจงว่า เรื่องราวที่ถูกเล่าผ่านโพสต์ดังกล่าวมีหลายส่วนคลาดเคลื่อน และยืนยันว่าไม่ได้มีการกลั่นแกล้งบุคคลดังกล่าวจากเพื่อนทั้งระดับชั้น

อดีตรองผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ ให้ข้อมูลว่า ครูที่เสียชีวิตไม่มีใครมีอายุงานถึง 20 ปี พร้อมระบุว่าโรงเรียนมีมาตรการดูแลนักเรียนและระบบป้องปราม และไม่ได้เพิกเฉยต่อการแก้ไขปัญหา

ด้านนักเรียนบางส่วนเลือกเปิดหน้าออกมาชี้แจง ขอความเป็นยธรรมให้กับครูผู้สูญเสีย ที่ไม่มีโอกาสพูดชี้แจงให้ตัวเอง 

ข้อมูลเหล่านี้ไม่ได้หมายความว่า ทุกข้อสงสัยถูกคลี่คลายแล้ว

แต่กำลังบอกเราว่าเหตุการณ์หนึ่งเหตุการณ์ อาจไม่สามารถอธิบายได้ด้วยเรื่องเล่าจากแหล่งเดียว

ข้อมูลที่ไม่รอบด้าน ยังไม่ใช่ข้อสรุป

การบูลลี่เป็นปัญหาที่สังคมไม่ควรมองข้าม

แต่จากข้อมูลในขณะนี้ยังไม่สามามมารถสรุปได้ว่า “ผู้ก่อเหตุถูกบูลลี่ และการบูลลี่คือต้นเหตุของความรุนแรงครั้งนี้”ทั้งสองเรื่องควรแยกออกจากกัน 


สิ่งที่น่ากังวลอาจไม่ใช่เพียงข่าวลือ แต่คือความเร็วที่ทำให้ข้อมูลหนึ่งชุดสามารถเปลี่ยนเป็น “คำอธิบาย” ของเหตุการณ์ได้


กระแสหนึ่งอาจหายไปในเวลาไม่กี่วัน

แต่สิ่งที่ถูกทิ้งไว้ อาจเป็นภาพจำของผู้คนต่อครู โรงเรียน และผู้เสียชีวิต

โดยที่คนเหล่านั้นไม่มีโอกาสกลับมาแก้ไขเรื่องราวที่ถูกเล่าแทนตัวเอง

นี่จึงเป็นเหตุผลที่นักเรียนและศิษย์เก่าเทพศิรินทร์ นนทบุรี ออกมาเรียกร้องผ่าน #Saveเทพนนท์

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : Thai News Pix