ย้อนเหตุกราดยิงในไทย ที่เยาวชนเป็นผู้ก่อเหตุ และมุมมองเปรียบเทียบบทเรียนจากสหรัฐฯ

Share on Line Share on Facebook Share on X
ย้อนเหตุกราดยิงในไทย ที่เยาวชนเป็นผู้ก่อเหตุ และมุมมองเปรียบเทียบบทเรียนจากสหรัฐฯ

เหตุกราดยิงในโรงเรียนเทพเทพศิรินทร์ นนทบุรี เป็นอีกครั้งที่พบผู้ก่อเหตุเป็นนักเรียน และเยาวชน จนนำมาสู่การตั้งคำถามว่า ทำไมเยาวชนสามารถเข้าถึงอาวุธปืนได้ง่ายดาย และอะไรทำให้เยาวชนกลายเป็นผู้ก่อเหตุรุนแรงได้ถี่ขึ้นเรื่อยๆ 

ย้อนเหตุการณ์ที่พบเยาวชน-นักเรียนเป็นผู้ก่อเหตุ เหตุที่เกิดถี่ขึ้นสะท้อนอะไรบ้าง ? 


จากกราดยิงพารากอน - เทพศิรินทร์ ผู้ก่อเหตุล้วนเป็นเยาวชน

โศกนาฎกรรมที่สร้างความตกใจในไม่กี่ปีมานี้ คือเหตุกราดยิงที่ห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน ในวันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2566 โดยผู้ก่อเหตุเป็น นักเรียนชายอายุ 14 ปี โรงเรียนมัธยมเอกชนบริเวณสยาม ที่พกพาอาวุธปืนแบลงก์กันดัดแปลงที่ซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ในราคา 16,000 บาท ก่อนจะเริ่มก่อเหตุกราดยิงในห้าง และถูกเจ้าหน้าที่จับกุมตัวภายหลัง 

เหตุการณ์ในครั้งนี้ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตรวม 3 ราย เป็นนักท่องเที่ยวชาวจีน ลูกจ้างสาวชาวเมียนมา และหญิงไทยที่เสียชีวิตในเวลาต่อมาและมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 4 ราย

จากการสืบสวนพบปูมหลังว่า ผู้ก่อเหตุมีประวัติการรักษาอาการทางจิตเวช แต่ขาดการรักษาอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังมีแรงกดดันด้านการเรียน การถูกกลั่นแกล้งเป็นประจำ ซึ่งถือเป็นเคสแรกที่สร้างความตกใจให้กับสังคม จากทั้งเหตุเกิดอุกอาจในกลางเมือง และผู้ก่อเหตุที่มีอายุน้อย 

เหตุยิงและจับตัวประกันที่โรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ หาดใหญ่ ในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 ก็เป็นเหตุระทึกที่พบเยาวชนชายอายุ 17 ปี เป็นผู้ก่อเหตุในสถานศึกษา ซึ่งแม้ว่าตัวผู้ก่อเหตุจะไม่ใช่นักเรียนของโรงเรียนนี้ แต่มีรายงานว่าน้องสาวที่ศึกษาอยู่ที่นี่ โดยผู้ก่อเหตุได้ใช้มีดฟันเจ้าหน้าที่ตำรวจแย่งอาวุธปืน ก่อนจะบุกเข้าไปในโรงเรียน จับผู้อำนวยการ และนักเรียนเป็นตัวประกัน ซึ่งแม้จะมีการเจรจา แต่สุดท้ายผู้ก่อเหตุก็ได้ใช้อาวุธปืน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย คือผู้อำนวยการ และนักเรียนที่บาดเจ็บ 2 ราย ทั้งเคสนี้เองก็พบประวัติเข้ารับการรักษาอาการจิตเวชอันเนื่องมาจากการใช้สารเสพติด

และเคสล่าสุด การกราดยิงในโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ในวันนี้ (7 สิงหาคม พ.ศ. 2569) ที่ผู้ก่อเหตุเป็นเด็กนักเรียนมัธยมต้น วัย 14 ปี ใช้อาวุธปืนขนาด 9 มม. กราดยิงภายในสถานศึกษา ล่าสุด รายงานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ณ เวลา 12.50 น. มีรายงานผู้เสียชีวิต 6 ราย โดยเป็นผู้ก่อเหตุ 1 ราย บาดเจ็บอีก 15 ราย ทั้งยังพบผู้ก่อเหตุยิงปู่และย่าเสียชีวิต ที่บ้านก่อนออกมาก่อเหตุที่โรงเรียน ถือเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ความรุนแรงในโรงเรียนที่สูญเสียมากที่สุดครั้งหนึ่งของไทย และผู้ก่อเหตุทั้งหมดล้วนแต่เป็นเยาวชน 


 

สรุปข่าว

เหตุกราดยิงในไทยที่ผู้ก่อเหตุเป็นเยาวชน ตั้งแต่สยามพารากอน โรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ จนถึงโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี สะท้อนปัญหาร่วมทั้งการเข้าถึงอาวุธปืน ที่มีเยาวชนเป็นผู้ก่อเหตุ เช่นเดียวกับบทเรียนจากสหรัฐฯ ที่พบว่าผู้ก่อเหตุจำนวนมากเป็นวัยรุ่นและเข้าถึงปืนของครอบครัว จนนำไปสู่คำถามสำคัญว่า ไทยควรเข้มงวดการครอบครองอาวุธปืน ควบคู่กับการดูแลสุขภาพจิตและระบบเฝ้าระวังในโรงเรียนอย่างไร เพื่อป้องกันไม่ให้โศกนาฏกรรมเช่นนี้เกิดขึ้นซ้ำอีก

เหตุกราดยิงในโรงเรียนเทพเทพศิรินทร์ นนทบุรี เป็นอีกครั้งที่พบผู้ก่อเหตุเป็นนักเรียน และเยาวชน จนนำมาสู่การตั้งคำถามว่า ทำไมเยาวชนสามารถเข้าถึงอาวุธปืนได้ง่ายดาย และอะไรทำให้เยาวชนกลายเป็นผู้ก่อเหตุรุนแรงได้ถี่ขึ้นเรื่อยๆ 

ย้อนเหตุการณ์ที่พบเยาวชน-นักเรียนเป็นผู้ก่อเหตุ เหตุที่เกิดถี่ขึ้นสะท้อนอะไรบ้าง ? 


จากกราดยิงพารากอน - เทพศิรินทร์ ผู้ก่อเหตุล้วนเป็นเยาวชน

โศกนาฎกรรมที่สร้างความตกใจในไม่กี่ปีมานี้ คือเหตุกราดยิงที่ห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน ในวันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2566 โดยผู้ก่อเหตุเป็น นักเรียนชายอายุ 14 ปี โรงเรียนมัธยมเอกชนบริเวณสยาม ที่พกพาอาวุธปืนแบลงก์กันดัดแปลงที่ซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ในราคา 16,000 บาท ก่อนจะเริ่มก่อเหตุกราดยิงในห้าง และถูกเจ้าหน้าที่จับกุมตัวภายหลัง 

เหตุการณ์ในครั้งนี้ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตรวม 3 ราย เป็นนักท่องเที่ยวชาวจีน ลูกจ้างสาวชาวเมียนมา และหญิงไทยที่เสียชีวิตในเวลาต่อมาและมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 4 ราย

จากการสืบสวนพบปูมหลังว่า ผู้ก่อเหตุมีประวัติการรักษาอาการทางจิตเวช แต่ขาดการรักษาอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังมีแรงกดดันด้านการเรียน การถูกกลั่นแกล้งเป็นประจำ ซึ่งถือเป็นเคสแรกที่สร้างความตกใจให้กับสังคม จากทั้งเหตุเกิดอุกอาจในกลางเมือง และผู้ก่อเหตุที่มีอายุน้อย 

เหตุยิงและจับตัวประกันที่โรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ หาดใหญ่ ในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 ก็เป็นเหตุระทึกที่พบเยาวชนชายอายุ 17 ปี เป็นผู้ก่อเหตุในสถานศึกษา ซึ่งแม้ว่าตัวผู้ก่อเหตุจะไม่ใช่นักเรียนของโรงเรียนนี้ แต่มีรายงานว่าน้องสาวที่ศึกษาอยู่ที่นี่ โดยผู้ก่อเหตุได้ใช้มีดฟันเจ้าหน้าที่ตำรวจแย่งอาวุธปืน ก่อนจะบุกเข้าไปในโรงเรียน จับผู้อำนวยการ และนักเรียนเป็นตัวประกัน ซึ่งแม้จะมีการเจรจา แต่สุดท้ายผู้ก่อเหตุก็ได้ใช้อาวุธปืน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย คือผู้อำนวยการ และนักเรียนที่บาดเจ็บ 2 ราย ทั้งเคสนี้เองก็พบประวัติเข้ารับการรักษาอาการจิตเวชอันเนื่องมาจากการใช้สารเสพติด

และเคสล่าสุด การกราดยิงในโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ในวันนี้ (7 สิงหาคม พ.ศ. 2569) ที่ผู้ก่อเหตุเป็นเด็กนักเรียนมัธยมต้น วัย 14 ปี ใช้อาวุธปืนขนาด 9 มม. กราดยิงภายในสถานศึกษา ล่าสุด รายงานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ณ เวลา 12.50 น. มีรายงานผู้เสียชีวิต 6 ราย โดยเป็นผู้ก่อเหตุ 1 ราย บาดเจ็บอีก 15 ราย ทั้งยังพบผู้ก่อเหตุยิงปู่และย่าเสียชีวิต ที่บ้านก่อนออกมาก่อเหตุที่โรงเรียน ถือเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ความรุนแรงในโรงเรียนที่สูญเสียมากที่สุดครั้งหนึ่งของไทย และผู้ก่อเหตุทั้งหมดล้วนแต่เป็นเยาวชน 


 

เปรียบเทียบสหรัฐฯ เราเห็นอะไรจากเหตุกราดยิงเหล่านี้ ?

เมื่อเหตุการณ์เหล่านี้เกิดถี่ขึ้นในไทย ก็อดไม่ได้ที่จะดูสถานการณ์ สถิติ และเปรียบเทียบกับสหรัฐฯ หนึ่งในประเทศที่เกิดเหตุกราดยิงในโรงเรียนมากที่สุดในโลก ซึ่งก็พบสิ่งที่คล้ายคลึงกันในหลายเคสว่าผู้ก่อเหตุอายุน้อยลงเรื่อยๆ เช่นเหตุกราดยิงในโรงเรียนมัธยมอาปาลาชี รัฐจอร์เจีย ที่ผู้ก่อเหตุคือนักเรียนวัย 14 ปี และเคสนั้นเอง ผู้ก่อเหตุยังนำปืนที่เป็นของครอบครัวทีเก็บไว้ในบ้านมาใช้ เหมือนเคสของกราดยิงโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรีที่ใช้อาวุธปืนของปู่ด้วยเช่นกัน 

ทั้งประเด็นการเข้าถึงอาวุธปืนของเยาวชน ซึ่งสหรัฐฯ เป็นประเทศที่ประชาชนเข้าถึงอาวุธปืนได้มากที่สุดในโลก โดย ข้อมูลจากองค์กร Small Arms Survey ระบุว่า ในปี 2018 พลเรือนสหรัฐฯ พลเรือนสหรัฐฯมีอัตราการครอบครองอาวุธปืนที่ 120.5 ต่อประชากร 100 คน ขณะที่ไทยเอง ก็ถูกระบุเช่นเดียวกันว่า ยมีการครอบครองอาวุธปืนมากที่สุดเป็นอันดับ 1 ในอาเซียน หรือในพลเรือนไทยทุกๆ 100 คน จะมีปืนไว้ในครอบครอง 15 กระบอก

นอกจากนี้ การศึกษาในสหรัฐฯ ยังพบว่า 3 ใน 4 ของผู้กราดยิงในโรงเรียน เคยมีประวัติการถูกกลั่นแกล้งในโรงเรียน และมักมีปัจจจัยผลักดันเช่น ปัญหาชีวิต เผชิญความสูญเสีย หรือล้มเหลวเป็นต้น อีกทั้งในหลายๆ เคส ผู้ก่อเหตุมีการส่งสัญญาณล่วงหน้า เช่น เตรียมการการก่อเหตุ, พูดกับคนรอบข้างถึงการวางแผน ไปถึงด้านการศึกษาที่ขาดเรียนบ่อย และผลการเรียนแย่ลงด้วย 

ซึ่งในเคสของผู้ก่อเหตุโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ตำรวจก็พบประวัติอินเทอร์เน็ตดูคลิปการกราดยิงในต่างประเทศด้วย รวมถึงการโพสต์ภาพปืนก่อนก่อเหตุ ที่อาจเป็นสัญญาณบ่งชี้ได้เช่นกัน

เหตุกราดยิงที่เกิดถี่ขึ้น และมีผู้ก่อเหตุเป็นเยาวชนในไทย ล้วนนำมาสู่การตั้งคำถามว่า เราจะต้องจัดการอย่างไรทั้งกับกฎหมายครอบครองปืน และการอบรมเยาวชน ไปถึงการเตรียมพร้อม จับตาสัญญาณที่เกิดขึ้น ไปพร้อมๆ การสร้างสภาพแวดล้อมในสถานศึกษา ไม่ให้กลายเป็นพื้นที่อันตราย

ที่มาข้อมูล : Reuters, USA today, AFP, สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, TNN

ที่มารูปภาพ : Thai News Pix