
เชียงใหม่ นครหลวงล้านนา เมืองประวัติศาสตร์ ที่มีสถานที่ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ดึงดูดนักท่องเที่ยวมหาศาล กำลังถูกพิจารณาเป็นเมืองมรดกที่มีชีวิต จากยูเนสโก
หากเชียงใหม่ได้เป็นมรดกโลก จะเป็นผลดีต่อไทยอย่างไรบ้าง ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนไหน ที่ผ่านมาไทยมีมรดกโลกที่ไหนบ้าง ?
ปี 2569 ถือเป็น 730 ปีแห่งการสถาปนาเมืองเชียงใหม่ ซึ่งเป็นนครหลวงของอาณาจักรล้านนาในอดีต ทั้งยังเป็นโอกาสเสนอให้กลายเป็นเมืองมรดกโลกที่มีชีวิตด้วย
แต่แม้จะถูกพิจารณาในปีนี้ แต่จริงๆ แล้วมีขั้นตอนมายาวนานกว่า 10 ปี โดยเชียงใหม่ ได้รับการบรรจุเข้าสู่ บัญชีมรดกโลกเบื้องต้น (Tentative List) ของยูเนสโกในปี พ.ศ. 2558 หลังจากนั้นหลายภาคส่วนได้ร่วมกันเตรียมความพร้อม จนกระทั่งในช่วงเดือนกันยายน พ.ศ. 2567 ได้มีการจัดตั้ง “คณะทำงานเร่งรัดการขับเคลื่อนนำเสนอแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมเมืองเชียงใหม่เป็นมรดกโลก” เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามกรอบระยะเวลาของยูเนสโก
ก่อนที่ในปี 2568 มีการจัดทำเอกสารนำเสนอฉบับสมบูรณ์ (Nomination Dossier) และส่งไปยัง ศูนย์มรดกโลก ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งในวันที่ 4-8 สิงหาคมนี้ ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญ ที่ผู้เชี่ยวชาญจากสภาการโบราณสถานระหว่างประเทศ (ICOMOS) จะเข้ามาประเมินแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมในเชียงใหม่ เพื่อรวบรวมข้อมูล และจะนำเสนอในวาระต่อไปในปลายปีนี้
ซึ่งหากไม่มีปัญหา และการประเมินเป็นไปด้วยดี คาดว่ายูเนสโกจะประกาศขึ้นทะเบียนเชียงใหม่เป็นมรดกโลกอย่างเป็นทางการในช่วงเดือนกรกฎาคม ปีหน้า
โดยการขับเคลื่อนและเสนอชื่อเมืองเชียงใหม่ครั้งนี้ มีเป้าหมายให้ชาวโลกเห็นว่าเชียงใหม่คือ “เมืองมรดกที่มีชีวิต” (Living Heritage) ที่พุทธศาสนา ความเชื่อ และผังเมืองโบราณยังคงขับเคลื่อนวิถีชีวิตผู้คนอย่างต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน
สรุปข่าว
เชียงใหม่ นครหลวงล้านนา เมืองประวัติศาสตร์ ที่มีสถานที่ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ดึงดูดนักท่องเที่ยวมหาศาล กำลังถูกพิจารณาเป็นเมืองมรดกที่มีชีวิต จากยูเนสโก
หากเชียงใหม่ได้เป็นมรดกโลก จะเป็นผลดีต่อไทยอย่างไรบ้าง ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนไหน ที่ผ่านมาไทยมีมรดกโลกที่ไหนบ้าง ?
ปี 2569 ถือเป็น 730 ปีแห่งการสถาปนาเมืองเชียงใหม่ ซึ่งเป็นนครหลวงของอาณาจักรล้านนาในอดีต ทั้งยังเป็นโอกาสเสนอให้กลายเป็นเมืองมรดกโลกที่มีชีวิตด้วย
แต่แม้จะถูกพิจารณาในปีนี้ แต่จริงๆ แล้วมีขั้นตอนมายาวนานกว่า 10 ปี โดยเชียงใหม่ ได้รับการบรรจุเข้าสู่ บัญชีมรดกโลกเบื้องต้น (Tentative List) ของยูเนสโกในปี พ.ศ. 2558 หลังจากนั้นหลายภาคส่วนได้ร่วมกันเตรียมความพร้อม จนกระทั่งในช่วงเดือนกันยายน พ.ศ. 2567 ได้มีการจัดตั้ง “คณะทำงานเร่งรัดการขับเคลื่อนนำเสนอแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมเมืองเชียงใหม่เป็นมรดกโลก” เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามกรอบระยะเวลาของยูเนสโก
ก่อนที่ในปี 2568 มีการจัดทำเอกสารนำเสนอฉบับสมบูรณ์ (Nomination Dossier) และส่งไปยัง ศูนย์มรดกโลก ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งในวันที่ 4-8 สิงหาคมนี้ ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญ ที่ผู้เชี่ยวชาญจากสภาการโบราณสถานระหว่างประเทศ (ICOMOS) จะเข้ามาประเมินแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมในเชียงใหม่ เพื่อรวบรวมข้อมูล และจะนำเสนอในวาระต่อไปในปลายปีนี้
ซึ่งหากไม่มีปัญหา และการประเมินเป็นไปด้วยดี คาดว่ายูเนสโกจะประกาศขึ้นทะเบียนเชียงใหม่เป็นมรดกโลกอย่างเป็นทางการในช่วงเดือนกรกฎาคม ปีหน้า
โดยการขับเคลื่อนและเสนอชื่อเมืองเชียงใหม่ครั้งนี้ มีเป้าหมายให้ชาวโลกเห็นว่าเชียงใหม่คือ “เมืองมรดกที่มีชีวิต” (Living Heritage) ที่พุทธศาสนา ความเชื่อ และผังเมืองโบราณยังคงขับเคลื่อนวิถีชีวิตผู้คนอย่างต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน
8 แหล่งมรดกทางวัฒนธรรมที่ถูกเสนอและพิจารณา
แหล่งมรดกที่ถูกเสนอนั้น มีองค์ประกอบคือ เมืองเชียงใหม่ และโบราณสถาณ สะท้อนภูมิปัญญา และมีความสำคัญระดับโลก ได้แก่
แนวคูเมือง แจ่ง (มุม) กำแพง และประตูเมือง
วัดเชียงมั่น
วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร
วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร
วัดสวนดอก (วัดบุปผาราม)
วัดอุโมงค์ (สวนพุทธธรรม
วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร
วัดมหาโพธาราม (วัดเจ็ดยอด)
โดยยูเนสโกพิจารณาเชียงใหม่ตามหลักเกณฑ์สำคัญ คือ แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการการสร้างเมืองและคติความเชื่อทางพุทธศาสนาที่รับอิทธิพลจากศิลปะหริภุญชัย พุกาม และสุโขทัย จนหลอมรวมเป็น “ศิลปะแบบล้านนา” ที่มีอัตลักษณ์ของตนเองและยังสืบทอดมาถึงปัจจุบัน ทั้งยังเป็นตัวแทนของเมืองโบราณล้านนาที่ยังมีชีวิต มีหลักฐานทางโบราณคดีและงานศิลปกรรมที่แสดงถึงการนับถือพุทธศาสนาแบบเถรวาทต่อเนื่องมาตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 19
ซึ่งหากเชียงใหม่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกนั้น จะมีประโยชน์ต่อไทยในด้านเศรษฐกิจการท่องเที่ยว ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก รวมถึงหากเกิดเหตุภัยพิบัติ เช่น อุทกภัยหรือแผ่นดินไหว เชียงใหม่จะได้รับการสนับสนุนงบประมาณและผู้เชี่ยวชาญจากยูเนสโกในการบูรณะซ่อมแซม
ทั้งจะมีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน กระตุ้นให้เกิดการปรับปรุงเมืองอย่างยั่งยืน เช่น การพัฒนาระบบขนส่งมวลชนไฟฟ้า (EV) โครงการรถสี่ล้อแดงไฟฟ้า และการจัดการจอดรถแบบ Park & Ride และเป็นการส่งเสริมให้คนท้องถิ่นร่วมกันปกป้องมรดกทางวัฒนธรรม
ปัจจุบันประเทศไทยมีแหล่งมรดกโลกที่ได้รับการขึ้นทะเบียนแล้วทั้งหมด 9 แห่ง โดยแบ่งเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม 6 แห่ง และทางธรรมชาติ 3 แห่ง แหล่งล่าสุดคือ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
ดังนั้น หากเชียงใหม่ได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนตามความคาดหมายในปี พ.ศ. 2570 เชียงใหม่จะเป็นแหล่งมรดกโลกแห่งที่ 10 ของประเทศไทย และจะเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งที่ 7 ของประเทศ ต่อจากพระนครศรีอยุธยา, สุโขทัยและเมืองบริวาร, บ้านเชียง, ศรีเทพ, ภูพระบาท และวัดพระมหาธาตุฯ นครศรีธรรมราช
- ยูเนสโกขึ้นทะเบียน “วัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร” เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งแรกของภาคใต้
- โลกกำลังสูญเสียสมบัติล้ำค่า “มรดกโลก” หลายแห่ง กำลังตกอยู่ในอันตราย
- ยูเนสโก-กสศ. ผนึกกำลัง ดันการศึกษาเสมอภาคทั่วอาเซียนพลัส
- ลุ้นเชียงใหม่ขึ้น “มรดกโลก” อวดอัตลักษณ์ไทยสู่สากล ฉลอง 730 ปีก่อตั้งเชียงใหม่
- ฝนช่วยคลี่คลายฝุ่นเชียงใหม่ ทัศวิสัยตัวเมืองดีขึ้น แต่อากาศยังแย่ติดอันดับโลก
ที่มาข้อมูล : กรมประชาสัมพันธ์, ศูนย์มรดกเมืองเทศบาลนครเชียงใหม่ - Chiang Mai City Heritage Centre
ที่มารูปภาพ : Freepik
