UNESCO ขึ้นทะเบียนวัดพระมหาธาตุฯ นครศรีธรรมราช เป็นมรดกโลก

Share on Line Share on Facebook Share on X
UNESCO ขึ้นทะเบียนวัดพระมหาธาตุฯ นครศรีธรรมราช เป็นมรดกโลก

ประเทศไทยสร้างประวัติศาสตร์บนเวทีโลก หลังการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญ ครั้งที่ 48 ณ นครปูซาน สาธารณรัฐเกาหลี มีมติเห็นชอบให้ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช ขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรม ภายใต้หลักเกณฑ์ข้อที่ 2 และข้อที่ 6 ส่งผลให้เป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งที่ 6 แหล่งมรดกโลกลำดับที่ 9 ของประเทศไทย และเป็นแหล่งมรดกโลกแห่งแรกของภาคใต้ 

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า ความสำเร็จครั้งนี้เป็นผลจากนโยบายของรัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่ให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ คุ้มครอง และยกระดับมรดกทางธรรมชาติและวัฒนธรรมของไทยสู่การยอมรับในระดับนานาชาติ โดยทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมบูรณาการการทำงานอย่างต่อเนื่องจนประสบผลสำเร็จ 

สรุปข่าว

UNESCO มีมติขึ้นทะเบียนวัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม ส่งผลให้เป็นมรดกโลกแห่งแรกของภาคใต้ และแหล่งมรดกโลกลำดับที่ 9 ของประเทศไทย นับเป็นอีกก้าวสำคัญของการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมไทย

ประเทศไทยสร้างประวัติศาสตร์บนเวทีโลก หลังการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญ ครั้งที่ 48 ณ นครปูซาน สาธารณรัฐเกาหลี มีมติเห็นชอบให้ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช ขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรม ภายใต้หลักเกณฑ์ข้อที่ 2 และข้อที่ 6 ส่งผลให้เป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งที่ 6 แหล่งมรดกโลกลำดับที่ 9 ของประเทศไทย และเป็นแหล่งมรดกโลกแห่งแรกของภาคใต้ 

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า ความสำเร็จครั้งนี้เป็นผลจากนโยบายของรัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่ให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ คุ้มครอง และยกระดับมรดกทางธรรมชาติและวัฒนธรรมของไทยสู่การยอมรับในระดับนานาชาติ โดยทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมบูรณาการการทำงานอย่างต่อเนื่องจนประสบผลสำเร็จ 

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ระบุว่า วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารได้รับการขึ้นทะเบียน เนื่องจากมีคุณค่าโดดเด่นอันเป็นสากล (Outstanding Universal Value) เป็นศูนย์กลางความเชื่อทางศาสนาและจิตวิญญาณที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 1,500 ปี อีกทั้งยังสะท้อนการแลกเปลี่ยนด้านศิลปกรรมและวัฒนธรรมของผู้คนในภูมิภาคเอเชียภาคพื้นสมุทร รวมถึงเป็นศูนย์กลางของประเพณีและวิถีวัฒนธรรมที่สืบทอดต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน 

นายสุชาติ ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนไทย ได้กล่าวขอบคุณคณะกรรมการมรดกโลก ศูนย์มรดกโลก องค์กรที่ปรึกษา และประเทศรัฐภาคีที่ให้การสนับสนุน พร้อมยืนยันว่าประเทศไทยจะดำเนินการตามข้อเสนอแนะและมติของคณะกรรมการมรดกโลกอย่างครบถ้วน เพื่อรักษาคุณค่าโดดเด่นอันเป็นสากลของวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารให้คงอยู่สืบไป 

นอกจากนี้ ยังได้มอบหมายให้ ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม บูรณาการความร่วมมือกับสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) กระทรวงวัฒนธรรม จังหวัดนครศรีธรรมราช และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อยกระดับการบริหารจัดการพื้นที่ตามมาตรฐานขององค์การยูเนสโก ควบคู่กับการอนุรักษ์ การส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน และการมีส่วนร่วมของชุมชน เพื่อให้วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารดำรงคุณค่าในฐานะ "มรดกโลกที่มีชีวิต" ของประเทศไทยและของมวลมนุษยชาติต่อไป

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : Freepik

บรรณาธิการออนไลน์