กทม.ยกเครื่องตรวจสถานบันเทิง-ร้านอาหาร เปิด Checklist ใหม่เข้มปลอดภัย

Share on Line Share on Facebook Share on X
กทม.ยกเครื่องตรวจสถานบันเทิง-ร้านอาหาร เปิด Checklist ใหม่เข้มปลอดภัย

หลังเกิดเหตุเพลิงไหม้สถานประกอบการหลายแห่งในช่วงที่ผ่านมา ประเด็นเรื่องมาตรฐานความปลอดภัยของสถานบันเทิง ร้านอาหาร และสถานประกอบการที่เปิดให้บริการยามค่ำคืน กลับมาอยู่ในความสนใจของสังคมอีกครั้ง

กรุงเทพมหานคร (กทม.) จึงเดินหน้ายกระดับมาตรฐานการตรวจสอบครั้งใหญ่ โดยเตรียมเข้าตรวจสถานประกอบการที่มีลักษณะคล้ายสถานบริการจำนวน 919 แห่ง ครอบคลุมทั้ง 50 เขต ภายในระยะเวลา 1 เดือน พร้อมนำ Checklist มาตรฐานใหม่ มาใช้เป็นเกณฑ์เดียวกันทั่วกรุงเทพฯ เพื่อยกระดับความปลอดภัยและลดความเสี่ยงจากอัคคีภัย

สรุปข่าว

กทม.เดินหน้าตรวจสถานประกอบการ 919 แห่งทั่วกรุงเทพฯ ภายใน 1 เดือน ใช้ Checklist มาตรฐานใหม่ เน้นทางหนีไฟ ระบบอัคคีภัย โครงสร้างอาคาร พร้อมเปิดให้ประชาชนแจ้งเบาะแสผ่าน Traffy Fondue

หลังเกิดเหตุเพลิงไหม้สถานประกอบการหลายแห่งในช่วงที่ผ่านมา ประเด็นเรื่องมาตรฐานความปลอดภัยของสถานบันเทิง ร้านอาหาร และสถานประกอบการที่เปิดให้บริการยามค่ำคืน กลับมาอยู่ในความสนใจของสังคมอีกครั้ง

กรุงเทพมหานคร (กทม.) จึงเดินหน้ายกระดับมาตรฐานการตรวจสอบครั้งใหญ่ โดยเตรียมเข้าตรวจสถานประกอบการที่มีลักษณะคล้ายสถานบริการจำนวน 919 แห่ง ครอบคลุมทั้ง 50 เขต ภายในระยะเวลา 1 เดือน พร้อมนำ Checklist มาตรฐานใหม่ มาใช้เป็นเกณฑ์เดียวกันทั่วกรุงเทพฯ เพื่อยกระดับความปลอดภัยและลดความเสี่ยงจากอัคคีภัย

Checklist ฉบับใหม่ถูกออกแบบให้มีความละเอียดกว่าระบบเดิม ครอบคลุมองค์ประกอบด้านความปลอดภัยที่สำคัญ ได้แก่

  • ความกว้างของทางหนีไฟ
  • ความสว่างของเส้นทางอพยพ
  • ลักษณะและระบบล็อกประตูทางออก
  • ป้ายและสัญญาณเตือนภัย
  • ระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้
  • อุปกรณ์ดับเพลิง
  • ระบบป้องกันอัคคีภัย
  • ความพร้อมของโครงสร้างอาคารและระบบไฟฟ้า

หลังเสร็จสิ้นการตรวจนำร่อง Checklist ดังกล่าวจะถูกใช้เป็นมาตรฐานกลางสำหรับการตรวจทั่วกรุงเทพมหานคร พร้อมเผยแพร่ให้ผู้ประกอบการใช้ประเมินสถานประกอบการของตนเองก่อนเจ้าหน้าที่เข้าตรวจ

ร้านอาหารต้องมีใบอนุญาตอะไรบ้าง

นายพรพรหม วิกิตเศรษฐ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร อธิบายว่า ร้านอาหารที่จะเปิดให้บริการอย่างถูกต้อง ต้องมีใบอนุญาตจากกรุงเทพมหานครอย่างน้อย 2 ประเภท ได้แก่

  • ใบอนุญาตจำหน่ายอาหาร
  • ใบอนุญาตกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ (กรณีมีการแสดงดนตรี)

ที่ผ่านมา การตรวจมักเน้นเฉพาะมาตรฐานด้านสุขลักษณะตามกฎหมายสาธารณสุข แต่ต่อจากนี้จะขยายการตรวจให้ครอบคลุมมาตรฐานด้านความปลอดภัยของอาคาร ระบบไฟฟ้า ระบบป้องกันอัคคีภัย และทางหนีไฟอย่างเข้มงวดมากขึ้น

ทดลองตรวจ 23 แห่ง พบผู้ประกอบการพร้อมปรับตัว

ก่อนนำมาตรฐานใหม่มาใช้ทั่วกรุงเทพฯ กทม. ได้นำ Checklist ไปทดลองใช้ตรวจสถานประกอบการ 23 แห่ง พร้อมเชิญผู้ประกอบการประมาณ 10 รายเข้าร่วมเสนอความคิดเห็น เพื่อปรับปรุงเกณฑ์การตรวจให้เหมาะสม

ด้าน พล.ต.อ.อดิศร์ งามจิตสุขศรี ที่ปรึกษาผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ระบุว่า การตรวจนำร่องในพื้นที่เขตวัฒนา ซึ่งมีสถานประกอบการจำนวนมาก ใช้วิธีเข้าตรวจแบบไม่แจ้งล่วงหน้า

ผลการตรวจพบว่า Checklist ใหม่มีรายละเอียดเพิ่มขึ้น แต่ไม่ได้สร้างภาระเกินความจำเป็น ผู้ประกอบการส่วนใหญ่เห็นว่าสามารถปฏิบัติตามได้ เพียงแต่ยังต้องการความเข้าใจในรายละเอียดบางประเด็น ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ชี้แจงเพิ่มเติมแล้ว

อย่างไรก็ตาม ความพร้อมของแต่ละร้านยังแตกต่างกัน ร้านที่ลงทุนด้านระบบความปลอดภัยและมีเอกสารรับรองครบถ้วน มักผ่านการตรวจได้ง่ายกว่า ขณะที่บางแห่งยังขาดความรู้เกี่ยวกับมาตรฐานใหม่ ทำให้ต้องใช้เวลาในการตรวจมากขึ้น

เปิดเกินเที่ยงคืน เสี่ยงผิดเงื่อนไขใบอนุญาต

กทม. ย้ำว่า ร้านอาหารที่มีการแสดงดนตรีและจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แม้จะได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการแล้ว แต่ยังต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขของใบอนุญาตอย่างเคร่งครัด โดยสามารถเปิดให้บริการได้ ไม่เกินเวลา 24.00 น.

หากเปิดเกินเวลาที่กำหนด จะถือเป็นการฝ่าฝืนเงื่อนไขของใบอนุญาต ซึ่งสำนักงานเขตมีอำนาจดำเนินการในฐานะผู้ออกใบอนุญาต ขณะที่ตำรวจรับผิดชอบด้านการบังคับใช้กฎหมายและการรักษาความสงบเรียบร้อย

เปิดช่องประชาชนร่วมตรวจสอบผ่าน Traffy Fondue

อีกมาตรการสำคัญคือ การเปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการเฝ้าระวังความปลอดภัย ผ่านระบบ Traffy Fondue โดยเพิ่มเมนูเฉพาะสำหรับแจ้งปัญหาเกี่ยวกับสถานประกอบการ

ประชาชนสามารถแจ้งเหตุพร้อมแนบภาพและระบุตำแหน่งได้ทันที หากพบความไม่ปลอดภัย เช่น

  • ทางหนีไฟถูกปิด
  • ไม่มีไฟส่องสว่าง
  • มีสิ่งกีดขวางทางหนีไฟ
  • อุปกรณ์ดับเพลิงชำรุด
  • ระบบความปลอดภัยไม่พร้อมใช้งาน

เพียงวันแรกหลังเปิดระบบ มีประชาชนแจ้งข้อมูลแล้วมากกว่า 30 รายการ โดยข้อมูลทั้งหมดจะถูกนำมาใช้จัดลำดับความเร่งด่วนในการลงพื้นที่ตรวจของสำนักงานเขต

ความปลอดภัยต้องเริ่มตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุ

การยกระดับมาตรฐานการตรวจสอบครั้งนี้ สะท้อนแนวทางของกรุงเทพมหานครที่ต้องการเปลี่ยนจากการแก้ปัญหาหลังเกิดเหตุ มาเป็นการป้องกันเชิงรุก ผ่านมาตรฐานการตรวจที่ชัดเจน การสร้างความเข้าใจให้ผู้ประกอบการ และการเปิดโอกาสให้ประชาชนร่วมเป็นหูเป็นตา

หากดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง ไม่เพียงช่วยลดความเสี่ยงต่อชีวิตและทรัพย์สินของผู้ใช้บริการ แต่ยังสร้างมาตรฐานใหม่ให้สถานประกอบการในกรุงเทพฯ มีความปลอดภัย โปร่งใส และได้รับความเชื่อมั่นจากประชาชนมากยิ่งขึ้น

ที่มาข้อมูล : กรุงเทพมหานคร

ที่มารูปภาพ : Thai News pix

นักข่าวสายโซเชียล รายงานข่าวประเด็นสังคมและความเคลื่อนไหว เน้นการนำเสนอการสรุปข้อมูลที่รวดเร็ว ชัดเจน และเข้าใจง่าย