ย้อนรอยคดี "ชาล็อต" ถูกหลอกโอน 4 ล้าน เปิดเหตุผลทำไมศาลสั่งแบงก์​ชดใช้

Share on Line Share on Facebook Share on X
ย้อนรอยคดี "ชาล็อต" ถูกหลอกโอน 4 ล้าน เปิดเหตุผลทำไมศาลสั่งแบงก์​ชดใช้

คดีของ ชาล็อต ออสติน  เจ้าของตำแหน่งรองชนะเลิศอันดับ 5 Miss Grand Thailand 2022  ที่ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์ใช้เทคโนโลยี AI ปลอมตัวเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ หลอกให้โอนเงินรวม 4 ล้านบาท ไม่ได้จบลงเพียงการเป็นคดีอาชญากรรมไซเบอร์ แต่ยังกลายเป็นคดีแพ่งที่ถูกจับตา หลังศาลมีคำพิพากษาให้สถาบันการเงินร่วมรับผิดชอบความเสียหายบางส่วน

เหตุผลสำคัญไม่ได้อยู่ที่การโอนเงินเพียงอย่างเดียว แต่ศาลพิจารณาถึงลักษณะของธุรกรรม เวลาในการทำรายการ และหน้าที่ของสถาบันการเงินในการเฝ้าระวังธุรกรรมที่มีความเสี่ยง

สรุปข่าว

ย้อนรอยคดี "ชาล็อต" ถูก AI ปลอมเป็น DSI หลอกโอนเงิน 4 ล้านบาท เปิดเหตุผลคำพิพากษาศาล ทำไมได้เงินคืน 1 ล้านบาท และธุรกรรมหลังเที่ยงคืนมีผลต่อการวินิจฉัยคดีอย่างไร

คดีของ ชาล็อต ออสติน  เจ้าของตำแหน่งรองชนะเลิศอันดับ 5 Miss Grand Thailand 2022  ที่ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์ใช้เทคโนโลยี AI ปลอมตัวเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ หลอกให้โอนเงินรวม 4 ล้านบาท ไม่ได้จบลงเพียงการเป็นคดีอาชญากรรมไซเบอร์ แต่ยังกลายเป็นคดีแพ่งที่ถูกจับตา หลังศาลมีคำพิพากษาให้สถาบันการเงินร่วมรับผิดชอบความเสียหายบางส่วน

เหตุผลสำคัญไม่ได้อยู่ที่การโอนเงินเพียงอย่างเดียว แต่ศาลพิจารณาถึงลักษณะของธุรกรรม เวลาในการทำรายการ และหน้าที่ของสถาบันการเงินในการเฝ้าระวังธุรกรรมที่มีความเสี่ยง

จุดเริ่มต้น เหยื่อถูก AI ปลอมเป็น DSI

เหตุการณ์เริ่มขึ้นเมื่อเดือนธันวาคม 2567 เมื่อ "ชาล็อต" ถูกมิจฉาชีพโทรศัพท์มาแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) พร้อมกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีฟอกเงินและบัญชีม้า

เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ กลุ่มมิจฉาชีพใช้เทคโนโลยี AI ประกอบกับเอกสารราชการปลอม และบังคับให้เหยื่อวิดีโอคอลผ่านแอปพลิเคชันไลน์ต่อเนื่องนานกว่า 16 ชั่วโมง โดยอ้างว่าเป็นขั้นตอนการตรวจสอบคดี พร้อมส่งลิงก์ที่เชื่อว่าใช้ควบคุมอุปกรณ์และตัดการติดต่อจากบุคคลภายนอก ทำให้เหยื่อไม่สามารถรับคำเตือนจากคนใกล้ชิดได้

โอนเงิน 3 ครั้ง ความเสียหาย 4 ล้านบาท

ภายใต้ความกดดันและความหวาดกลัว ผู้เสียหายโอนเงินรวม 3 ครั้ง เป็นเงิน 4 ล้านบาท

  • ครั้งที่ 1 วันที่ 7 ธันวาคม 2567 เวลา 17.00 น. จำนวน 2 ล้านบาท
  • ครั้งที่ 2 หลังเที่ยงคืน จำนวน 500,000 บาท
  • ครั้งที่ 3 หลังเที่ยงคืน จำนวน 1.5 ล้านบาท

ตลอดทั้งคืน มิจฉาชีพยังข่มขู่ไม่ให้ติดต่อบุคคลอื่น พร้อมอ้างว่าหากเปิดเผยเรื่องดังกล่าว คนในครอบครัวจะถูกดำเนินคดีไปด้วย

รู้ตัวหลังรุ่งเช้า เก็บหลักฐานสู้คดี

หลังโอนเงินครบทั้งหมด ผู้เสียหายเริ่มรู้ตัวว่าตกเป็นเหยื่อ จึงรีบอายัดบัญชีธนาคาร บันทึกภาพหน้าจอการสนทนากับมิจฉาชีพไว้เป็นหลักฐาน ก่อนเข้าแจ้งความกับตำรวจ และยื่นฟ้องคดีแพ่งเรียกค่าเสียหาย

คลิปวิดีโอการสนทนาที่ยาวกว่า 16 ชั่วโมง กลายเป็นหลักฐานสำคัญที่สะท้อนรูปแบบการหลอกลวงของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ยุคใหม่ ซึ่งใช้ทั้งเทคโนโลยีและจิตวิทยากดดันเหยื่อไปพร้อมกัน

เปิดเหตุผลศาล ทำไมได้เงินคืนเพียง 1 ล้านบาท

ประเด็นสำคัญของคำพิพากษา คือ ศาลไม่ได้มองว่าธุรกรรมทั้ง 3 ครั้งมีลักษณะเหมือนกัน

สำหรับ การโอนครั้งแรกจำนวน 2 ล้านบาท ศาลเห็นว่าเกิดขึ้นในช่วงเวลาปกติ และยังไม่มีเหตุให้สถาบันการเงินทราบว่าเป็นธุรกรรมที่มีความเสี่ยงผิดปกติ จึงไม่ต้องร่วมรับผิดในส่วนนี้

แต่สำหรับ การโอนครั้งที่ 2 และครั้งที่ 3 ซึ่งเกิดขึ้นต่อเนื่องหลังเที่ยงคืน รวมเป็นเงิน 2 ล้านบาท ศาลเห็นว่าเป็นธุรกรรมที่มีลักษณะผิดปกติ สถาบันการเงินควรมีระบบติดตามหรือมาตรการเฝ้าระวังที่รัดกุมกว่านี้

อย่างไรก็ตาม ศาลยังพิจารณาว่าผู้เสียหายมีส่วนประมาทจากการหลงเชื่อมิจฉาชีพและยินยอมโอนเงินด้วยตนเอง จึงแบ่งความรับผิดในส่วนนี้ฝ่ายละ 50%

ผลคือ สถาบันการเงินต้องร่วมชดใช้ค่าเสียหาย 1 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ย ขณะที่ผู้เสียหายต้องรับภาระความเสียหายอีกครึ่งหนึ่ง

คำพิพากษาที่อาจเป็นบรรทัดฐานใหม่

คดีนี้สะท้อนว่า การพิจารณาคดีไซเบอร์ไม่ได้มองเฉพาะการกระทำของเหยื่อเพียงฝ่ายเดียว แต่ยังพิจารณาถึงบทบาทของสถาบันการเงินในการบริหารความเสี่ยงของธุรกรรมที่มีลักษณะผิดปกติ

แม้ศาลจะยืนยันว่าผู้ใช้บริการมีหน้าที่ตรวจสอบและใช้ความระมัดระวังในการทำธุรกรรมของตนเอง แต่เมื่อเกิดการโอนเงินจำนวนมากต่อเนื่องในช่วงเวลาที่ผิดปกติ ก็อาจเป็นปัจจัยที่ศาลนำมาพิจารณาว่าสถาบันการเงินควรมีมาตรการเฝ้าระวังหรือไม่

ด้วยเหตุนี้ คดี "ชาล็อต" จึงไม่ได้เป็นเพียงคดีที่ผู้เสียหายได้รับเงินคืนบางส่วน แต่ยังเป็นอีกหนึ่งแนวคำพิพากษาที่สะท้อนการแบ่งความรับผิดระหว่างผู้ใช้บริการกับสถาบันการเงินในยุคที่อาชญากรรมไซเบอร์มีความซับซ้อนมากขึ้น

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : TNN

นักข่าวสายโซเชียล รายงานข่าวประเด็นสังคมและความเคลื่อนไหว เน้นการนำเสนอการสรุปข้อมูลที่รวดเร็ว ชัดเจน และเข้าใจง่าย

แท็กบทความ