จับเครือข่ายค้าข้อมูลบุคคลต้นตออาชญากรรมไซเบอร์ พบหลุด 9 ล้านชื่อ

Share on Line Share on Facebook Share on X
จับเครือข่ายค้าข้อมูลบุคคลต้นตออาชญากรรมไซเบอร์ พบหลุด 9 ล้านชื่อ

นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานในงานแถลงข่าวขยายผลล้างเครือข่ายค้าข้อมูลทั่วประเทศ หลังพบข้อมูลส่วนบุคคลถูกใช้เป็นต้นตอสำคัญของอาชญากรรมไซเบอร์ ทั้งแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เว็บพนันออนไลน์ การหลอกลวงทางการเงิน และการสวมรอยทำธุรกรรม พร้อมขยายผลจับกุม 9 จาก 11 ผู้ต้องหาเป้าหมาย ตรวจค้น 22 จุด ยึดข้อมูลส่วนบุคคลกว่า 9 ล้านรายชื่อ เชื่อมโยง 13,677 เคส ความเสียหายกว่า 2,008 ล้านบาท พร้อมเดินหน้าล่าผู้ร่วมขบวนการที่เหลือ

สรุปข่าว

สคส. ขยายผลทลายเครือข่ายค้าข้อมูลส่วนบุคคลทั่วประเทศ จับผู้ต้องหา 9 ราย ยึดข้อมูลกว่า 9 ล้านรายชื่อ เชื่อมโยงคดีอาชญากรรมไซเบอร์กว่า 13,677 เคส มูลค่าความเสียหายกว่า 2,008 ล้านบาท พร้อมล่าผู้ร่วมขบวนการที่เหลือ

นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานในงานแถลงข่าวขยายผลล้างเครือข่ายค้าข้อมูลทั่วประเทศ หลังพบข้อมูลส่วนบุคคลถูกใช้เป็นต้นตอสำคัญของอาชญากรรมไซเบอร์ ทั้งแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เว็บพนันออนไลน์ การหลอกลวงทางการเงิน และการสวมรอยทำธุรกรรม พร้อมขยายผลจับกุม 9 จาก 11 ผู้ต้องหาเป้าหมาย ตรวจค้น 22 จุด ยึดข้อมูลส่วนบุคคลกว่า 9 ล้านรายชื่อ เชื่อมโยง 13,677 เคส ความเสียหายกว่า 2,008 ล้านบาท พร้อมเดินหน้าล่าผู้ร่วมขบวนการที่เหลือ

สะท้อนให้เห็นว่าเครือข่ายซื้อขายข้อมูลส่วนบุคคลได้กลายเป็นโครงสร้างสำคัญที่หล่อเลี้ยงอาชญากรรมทางเทคโนโลยีในปัจจุบัน ทั้งในประเทศและเชื่อมโยงไปยังเครือข่ายต่างประเทศ

พ.ต.อ.สุรพงศ์ เปล่งขำ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) กล่าวว่า จากการสืบสวนเพิ่มเติมพบว่ามีการลักลอบซื้อขายข้อมูลส่วนบุคคลผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์หลายช่องทาง โดยเฉพาะ LINE และ Telegram รวมถึงพบความเชื่อมโยงของเครือข่ายผู้ซื้อข้อมูลที่นำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้ก่ออาชญากรรมในหลากหลายรูปแบบ

 ไม่ว่าจะเป็นการเปิดบัญชีม้า การสมัครบริการออนไลน์ การสร้างบัญชีปลอม การโฆษณาเว็บพนันออนไลน์ ตลอดจนการส่งต่อข้อมูลให้เครือข่ายอาชญากรรมทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าการซื้อขายข้อมูลส่วนบุคคลได้กลายเป็น "วัตถุดิบ" สำคัญของอาชญากรรมไซเบอร์

การดำเนินการครั้งนี้ถือเป็นความผิดเกี่ยวกับการซื้อ การเสนอซื้อ การขาย การเสนอขาย หรือการแลกเปลี่ยนข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อประโยชน์โดยมิชอบ รวมถึงการเก็บ รวบรวม ครอบครอง หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อนำไปใช้ในการกระทำความผิด โดยมีโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ที่มาข้อมูล : กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

ที่มารูปภาพ : AFP

นักข่าวสายโซเชียล รายงานข่าวประเด็นสังคมและความเคลื่อนไหว เน้นการนำเสนอการสรุปข้อมูลที่รวดเร็ว ชัดเจน และเข้าใจง่าย

แท็กบทความ