
เปิดแผนประทุษกรรมแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ หลอกเหยื่อ 3 ชั้น กวาดเงินกว่า 200 ล้านบาท
ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ร่วมกับตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ควบคุมตัวชายสัญชาติญี่ปุ่นวัย 31 ปี ภายในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ หลังได้รับการประสานข้อมูลจากทางการญี่ปุ่นเกี่ยวกับการติดตามเครือข่ายอาชญากรรมออนไลน์ข้ามชาติ ซึ่งมีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการหลอกลวงทางโทรศัพท์และสร้างความเสียหายแก่ประชาชนจำนวนมาก
การดำเนินการครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือระหว่างประเทศในการปราบปรามอาชญากรรมไซเบอร์ โดยในช่วงวันที่ 26-28 พฤษภาคม 2569 หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายจาก 11 ประเทศ ร่วมกับกระทรวงยุติธรรมสหรัฐอเมริกา ได้จัดปฏิบัติการ "3rd Joint Surge Week" เพื่อสกัดกั้นเครือข่ายมิจฉาชีพออนไลน์ที่เคลื่อนไหวอยู่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
แผนหลอกลวง 3 ขั้นตอน ใช้ทั้งระบบอัตโนมัติและการข่มขู่
จากข้อมูลการสืบสวนของทางการญี่ปุ่น พบว่าเครือข่ายดังกล่าวมีรูปแบบการหลอกลวงที่เป็นระบบและซับซ้อน โดยแบ่งหน้าที่เป็นหลายทีมเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับเหยื่อ
ขั้นตอนที่ 1 โทรอัตโนมัติแอบอ้างบริษัทโทรคมนาคม
ผู้เสียหายจะได้รับสายโทรศัพท์อัตโนมัติ โดยอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของบริษัทโทรคมนาคม แจ้งว่าสายโทรศัพท์กำลังจะถูกระงับการใช้งาน และให้กดหมายเลขเพื่อพูดคุยกับเจ้าหน้าที่
สรุปข่าว
เปิดแผนประทุษกรรมแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ หลอกเหยื่อ 3 ชั้น กวาดเงินกว่า 200 ล้านบาท
ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ร่วมกับตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ควบคุมตัวชายสัญชาติญี่ปุ่นวัย 31 ปี ภายในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ หลังได้รับการประสานข้อมูลจากทางการญี่ปุ่นเกี่ยวกับการติดตามเครือข่ายอาชญากรรมออนไลน์ข้ามชาติ ซึ่งมีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการหลอกลวงทางโทรศัพท์และสร้างความเสียหายแก่ประชาชนจำนวนมาก
การดำเนินการครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือระหว่างประเทศในการปราบปรามอาชญากรรมไซเบอร์ โดยในช่วงวันที่ 26-28 พฤษภาคม 2569 หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายจาก 11 ประเทศ ร่วมกับกระทรวงยุติธรรมสหรัฐอเมริกา ได้จัดปฏิบัติการ "3rd Joint Surge Week" เพื่อสกัดกั้นเครือข่ายมิจฉาชีพออนไลน์ที่เคลื่อนไหวอยู่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
แผนหลอกลวง 3 ขั้นตอน ใช้ทั้งระบบอัตโนมัติและการข่มขู่
จากข้อมูลการสืบสวนของทางการญี่ปุ่น พบว่าเครือข่ายดังกล่าวมีรูปแบบการหลอกลวงที่เป็นระบบและซับซ้อน โดยแบ่งหน้าที่เป็นหลายทีมเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับเหยื่อ
ขั้นตอนที่ 1 โทรอัตโนมัติแอบอ้างบริษัทโทรคมนาคม
ผู้เสียหายจะได้รับสายโทรศัพท์อัตโนมัติ โดยอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของบริษัทโทรคมนาคม แจ้งว่าสายโทรศัพท์กำลังจะถูกระงับการใช้งาน และให้กดหมายเลขเพื่อพูดคุยกับเจ้าหน้าที่
ขั้นตอนที่ 2 หลอกเก็บข้อมูลส่วนบุคคล
เมื่อเหยื่อกดตามคำแนะนำ สายจะถูกโอนไปยังผู้ร่วมขบวนการที่ทำหน้าที่สอบถามข้อมูลส่วนตัว เช่น ชื่อ ที่อยู่ หรือข้อมูลบัญชี เพื่อใช้ประกอบการสร้างเรื่องราวให้ดูน่าเชื่อถือมากขึ้น
ขั้นตอนที่ 3 สวมรอยตำรวจและอัยการ
หลังจากนั้นจะมีบุคคลอีกชุดหนึ่งอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือเจ้าหน้าที่อัยการ แจ้งว่าเหยื่อมีความเกี่ยวข้องกับองค์กรอาชญากรรม หรือพัวพันกับคดีทางการเงิน พร้อมข่มขู่ว่าจำเป็นต้องโอนเงินเข้าระบบเพื่อตรวจสอบความบริสุทธิ์
รูปแบบดังกล่าวอาศัยความหวาดกลัวและความเชื่อถือในหน่วยงานรัฐเป็นเครื่องมือสำคัญในการหลอกลวง
พบพฤติการณ์ล่อลวงแรงงานผ่านประกาศงานปลอม
นอกจากการหลอกลวงประชาชนผ่านทางโทรศัพท์แล้ว การสืบสวนยังพบข้อมูลว่ามีการใช้ประกาศรับสมัครงานปลอมผ่านช่องทางออนไลน์ โดยเสนอผลตอบแทนสูงและเงื่อนไขที่จูงใจ เพื่อชักชวนผู้สมัครจากญี่ปุ่นเดินทางไปทำงานในต่างประเทศ
เมื่อเดินทางถึงปลายทาง ผู้เสียหายบางส่วนถูกยึดเอกสารประจำตัว ถูกจำกัดเสรีภาพ และถูกบังคับให้ทำหน้าที่โทรศัพท์หลอกลวงเหยื่อรายอื่นต่อไป ซึ่งเป็นรูปแบบที่หลายหน่วยงานระหว่างประเทศจัดอยู่ในกลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติและการค้ามนุษย์
ความเสียหายกว่า 1,000 ล้านเยนในปีเดียว
ข้อมูลจากการสืบสวนของทางการญี่ปุ่นระบุว่า เครือข่ายดังกล่าวมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีหลอกลวงไม่ต่ำกว่า 40 คดีในช่วงปี 2024 สร้างความเสียหายรวมกว่า 1,000 ล้านเยน หรือคิดเป็นมูลค่ามากกว่า 200 ล้านบาท
ต่อมาเมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2569 เจ้าหน้าที่ไทยได้รับข้อมูลว่าชายชาวญี่ปุ่นรายดังกล่าวเตรียมเดินทางออกจากประเทศไทยไปยังประเทศที่สาม จึงประสานกำลังเข้าตรวจสอบและควบคุมตัวได้บริเวณเคาน์เตอร์เช็กอินของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ก่อนดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องและประสานส่งกลับไปยังประเทศต้นทาง
ACSC เตือนประชาชนระวัง 2 กลลวงสำคัญ
ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ เตือนให้ประชาชนเพิ่มความระมัดระวังต่อการรับสมัครงานในต่างประเทศที่เสนอผลตอบแทนสูงผิดปกติ รวมถึงสายโทรศัพท์ที่อ้างตัวเป็นหน่วยงานรัฐ บริษัทโทรคมนาคม หรือองค์กรบังคับใช้กฎหมาย
หากได้รับสายที่มีการกล่าวอ้างว่าบัญชีธนาคารเกี่ยวข้องกับคดีอาญา ยาเสพติด หรือองค์กรอาชญากรรม พร้อมเรียกร้องให้โอนเงินเพื่อตรวจสอบ ขอให้ตั้งสติและยุติการสนทนาทันที เนื่องจากหน่วยงานของรัฐไม่มีนโยบายโทรศัพท์แจ้งคดีและสั่งให้ประชาชนโอนเงินเพื่อตรวจสอบในลักษณะดังกล่าว
- สรุปเหตุการณ์ ตม. จับบอสใหญ่คอลเซ็นเตอร์ญี่ปุ่น หนีหมายจับกบดานกรุงเทพฯ
- ไทยผนึกจีน-เมียนมา ช่วย 4 ชาวจีนพ้นแก๊งคอลเซ็นเตอร์
- ACSC เปิดสถิติภัยออนไลน์ 4 เดือนแรกปี 69 คดีลดลง แต่ภัยเทคนิคยังพุ่ง
- ตร.ไทยรายงานสหรัฐฯ พบ"ห้องทรมาน-ขังเหยื่อ”หลังทลายฐานสแกมเมอร์กัมพูชา
- เดินหน้ากวาดล้าง! สตช. เผย 7 เดือนปิดกั้นพนันออนไลน์ 158,365 เพจ
บรรณาธิการออนไลน์
