ลุ้นพายุอีก 20 ลูกปีนี้ ผู้เชี่ยวชาญชี้เข้าไทยอาจแค่ 1-2 ลูก

Share on Line Share on Facebook Share on X
ลุ้นพายุอีก 20 ลูกปีนี้ ผู้เชี่ยวชาญชี้เข้าไทยอาจแค่ 1-2 ลูก

ลุ้นพายุอีก 20 ลูก แต่เข้าไทยอาจเพียง 1-2 ลูก

แม้พายุโซนร้อน "ไมสัก" และซูเปอร์ไต้ฝุ่น "บาหวี่" จะไม่เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยโดยตรง แต่ยังส่งผลทางอ้อมให้หลายพื้นที่มีฝนตกเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะภาคตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และพื้นที่ชายฝั่งอันดามัน


สรุปข่าว

ผู้เชี่ยวชาญประเมินว่า แม้ปีนี้ยังมีโอกาสเกิดพายุอีกประมาณ 20 ลูกตามสถิติ แต่ผลจากเอลนีโญทำให้พายุมีแนวโน้มเข้าไทยเพียง 1-2 ลูกเท่านั้น ขณะที่ "ไมศักดิ์" และ "บาหวี่" ไม่กระทบไทยโดยตรง และหลังวันที่ 8 กรกฎาคม หลายพื้นที่อาจเริ่มเข้าสู่ภาวะฝนทิ้งช่วง

ลุ้นพายุอีก 20 ลูก แต่เข้าไทยอาจเพียง 1-2 ลูก

แม้พายุโซนร้อน "ไมสัก" และซูเปอร์ไต้ฝุ่น "บาหวี่" จะไม่เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยโดยตรง แต่ยังส่งผลทางอ้อมให้หลายพื้นที่มีฝนตกเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะภาคตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และพื้นที่ชายฝั่งอันดามัน


นายชวลิต จันทรรัตน์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ทีม คอนซัลติ้ง เอนจิเนียริ่ง แอนด์ แมนเนจเมนท์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยกับ TNN ว่า ขณะนี้ยังไม่พบสัญญาณการก่อตัวของพายุลูกใหม่ที่มีแนวโน้มเคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทย แม้ว่าตามสถิติในมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตก ปีหนึ่งจะมีพายุหมุนเขตร้อนเกิดขึ้นประมาณ 30 ลูก และปัจจุบันเพิ่งเข้าสู่ลำดับที่ 10 จึงยังเหลือ "โควตา" ของพายุที่อาจเกิดขึ้นได้อีกราว 20 ลูก

อย่างไรก็ตาม ด้วยอิทธิพลของปรากฏการณ์เอลนีโญในปีนี้ ทำให้กระแสลมบริเวณเส้นศูนย์สูตรมีกำลังอ่อนลง ส่งผลให้พายุได้รับแรงสนับสนุนน้อยกว่าปกติ จึงมีโอกาสที่พายุจะเคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยลดลงอย่างมาก โดยประเมินว่าอาจมีเพียง 1-2 ลูกเท่านั้นที่เข้าใกล้หรือส่งผลกระทบต่อประเทศไทย ส่วนที่เหลือมีแนวโน้มเคลื่อนขึ้นไปยังจีน ไต้หวัน เกาหลี หรือญี่ปุ่น

"ไมสัก" และ "บาหวี่" ไม่เข้าไทย แต่ยังส่งผลทางอ้อม

นายชวลิต อธิบายว่า พายุ "ไมสัก" เคลื่อนขึ้นฝั่งเกาะไหหลำ ก่อนเข้าสู่จีนตอนใต้และสลายตัว โดยไม่ได้เคลื่อนผ่านประเทศไทย แต่ได้ดึงความชื้นจากอ่าวไทยเข้ามา ส่งผลให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนมีฝนเพิ่มขึ้น รวมถึงช่วยเติมน้ำให้พื้นที่ภาคตะวันออกบางจังหวัด เช่น ระยอง จันทบุรี และตราด

ส่วนซูเปอร์ไต้ฝุ่น "บาหวี่" มีความรุนแรงถึงระดับ 5 และมีกำหนดขึ้นฝั่งไต้หวัน ก่อนเคลื่อนเข้าสู่มณฑลฝูเจี้ยนของจีน และเลี้ยวขึ้นทางตอนเหนือของประเทศจีน โดยไม่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อประเทศไทย

หลัง 8 กรกฎาคม ฝนหลายพื้นที่เริ่มทิ้งช่วง

ผู้เชี่ยวชาญด้านทรัพยากรน้ำ ระบุว่า หลังวันที่ 8 กรกฎาคมเป็นต้นไป ร่องมรสุมจะเลื่อนขึ้นไปปกคลุมประเทศลาวและตอนใต้ของจีน ส่งผลให้ปริมาณฝนในประเทศไทยลดลงต่อเนื่อง และหลายพื้นที่อาจเข้าสู่ภาวะฝนทิ้งช่วงจนถึงช่วงปลายเดือนกรกฎาคม

อย่างไรก็ตาม กรุงเทพมหานครและปริมณฑลยังมีโอกาสเกิดฝนได้ โดยเฉพาะช่วงบ่ายถึงค่ำ เนื่องจากได้รับอิทธิพลจากลมทะเลที่พาความชื้นจากอ่าวไทยเข้ามาปะทะกับอากาศร้อนเหนือพื้นที่เมือง จึงยังมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นได้ แม้ลมมรสุมจะมีกำลังอ่อนลงก็ตาม

ต้องติดตาม "ลมมรสุม" มากกว่าพายุ

นายชวลิต กล่าวว่า ในปีที่ได้รับอิทธิพลจากเอลนีโญ ปัจจัยสำคัญที่กำหนดปริมาณฝนของประเทศไทยจะไม่ใช่พายุหมุนเขตร้อนเพียงอย่างเดียว แต่จะขึ้นอยู่กับกำลังของลมมรสุมและตำแหน่งของร่องมรสุมเป็นหลัก จึงต้องติดตามการเปลี่ยนแปลงของระบบมรสุมอย่างใกล้ชิด เพราะจะเป็นตัวกำหนดว่าพื้นที่ใดจะมีฝนตกมากหรือน้อยในช่วงที่เหลือของฤดูฝน


 

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : TNN

บรรณาธิการออนไลน์