
รู้จัก "พฤติกรรมเสพติดการทิ้ง" เมื่อการเคลียร์ของมากเกินไป อาจไม่ใช่แค่รักความสะอาด
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แนวคิดการจัดบ้านและการใช้ชีวิตแบบมินิมอลได้รับความนิยมมากขึ้น หลายคนเลือกกำจัดสิ่งของที่ไม่จำเป็นเพื่อให้บ้านเป็นระเบียบและลดความเครียด อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตระบุว่า หากความต้องการทิ้งสิ่งของเกิดขึ้นอย่างรุนแรงและต่อเนื่อง จนส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิต อาจเข้าข่ายภาวะที่เรียกว่า Compulsive Decluttering หรือ "พฤติกรรมเสพติดการทิ้ง"
ภาวะดังกล่าวถือเป็นพฤติกรรมที่อยู่ตรงข้ามกับการสะสมสิ่งของ (Hoarding Disorder) โดยผู้ที่มีอาการจะรู้สึกวิตกกังวลเมื่อเห็นสิ่งของวางอยู่รอบตัว และจะรู้สึกผ่อนคลายหรือสบายใจเพียงชั่วคราวเมื่อได้ทิ้ง บริจาค หรือจัดพื้นที่ให้โล่งที่สุด
สรุปข่าว
รู้จัก "พฤติกรรมเสพติดการทิ้ง" เมื่อการเคลียร์ของมากเกินไป อาจไม่ใช่แค่รักความสะอาด
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แนวคิดการจัดบ้านและการใช้ชีวิตแบบมินิมอลได้รับความนิยมมากขึ้น หลายคนเลือกกำจัดสิ่งของที่ไม่จำเป็นเพื่อให้บ้านเป็นระเบียบและลดความเครียด อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตระบุว่า หากความต้องการทิ้งสิ่งของเกิดขึ้นอย่างรุนแรงและต่อเนื่อง จนส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิต อาจเข้าข่ายภาวะที่เรียกว่า Compulsive Decluttering หรือ "พฤติกรรมเสพติดการทิ้ง"
ภาวะดังกล่าวถือเป็นพฤติกรรมที่อยู่ตรงข้ามกับการสะสมสิ่งของ (Hoarding Disorder) โดยผู้ที่มีอาการจะรู้สึกวิตกกังวลเมื่อเห็นสิ่งของวางอยู่รอบตัว และจะรู้สึกผ่อนคลายหรือสบายใจเพียงชั่วคราวเมื่อได้ทิ้ง บริจาค หรือจัดพื้นที่ให้โล่งที่สุด
ต่างจากการจัดบ้านแบบมินิมอลอย่างไร
การจัดบ้านตามแนวคิดมินิมอลเป็นการคัดเลือกสิ่งของที่จำเป็นต่อการใช้งาน และเก็บเฉพาะของที่มีคุณค่าหรือเหมาะสมกับการใช้ชีวิต ขณะที่ผู้ที่มีพฤติกรรมเสพติดการทิ้งจะให้ความสำคัญกับ "การทิ้ง" มากกว่าความจำเป็นของสิ่งของ จนบางครั้งอาจกำจัดของที่ยังมีประโยชน์หรือมีคุณค่าออกไป
สัญญาณที่อาจเข้าข่ายพฤติกรรมเสพติดการทิ้ง
ผู้ที่มีพฤติกรรมดังกล่าวอาจมีลักษณะ ดังนี้
- ทิ้งสิ่งของจำนวนมาก แม้เป็นเอกสารสำคัญหรือเสื้อผ้าที่แทบไม่ได้ใช้งาน เพียงเพราะรู้สึกว่ารกสายตา
- รู้สึกกระวนกระวายเมื่อเห็นสิ่งของวางอยู่ในพื้นที่เปิด เช่น บนโต๊ะหรือเคาน์เตอร์ และต้องรีบเก็บหรือทิ้งทันที
- นำสิ่งของของสมาชิกในครอบครัว เพื่อนร่วมงาน หรือรูมเมตไปทิ้งโดยไม่ได้รับอนุญาต จนส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์
- ใช้เวลาส่วนใหญ่คิดว่าจะมีสิ่งใดในบ้านที่สามารถนำไปทิ้งได้อีก หรือคอยตรวจดูตู้เก็บของและถังขยะอยู่เสมอ
- รู้สึกเสียดายภายหลัง ต้องซื้อของชิ้นเดิมกลับมาใหม่ แต่สุดท้ายก็กลับไปทิ้งอีก กลายเป็นวงจรซ้ำเดิม
- พื้นที่อยู่อาศัยโล่งผิดปกติ จนขาดเฟอร์นิเจอร์หรือสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐานที่จำเป็นต่อการใช้ชีวิต
สาเหตุเกิดจากอะไร
ผู้เชี่ยวชาญอธิบายว่า พฤติกรรมเสพติดการทิ้งไม่ได้เกิดจากการเป็นคนรักความสะอาดเพียงอย่างเดียว แต่เกี่ยวข้องกับกลไกทางจิตใจที่ใช้รับมือกับความเครียดและความวิตกกังวล โดยสาเหตุที่พบได้ ได้แก่
- โรคย้ำคิดย้ำทำ (OCD: Obsessive-Compulsive Disorder) ซึ่งเป็นสาเหตุที่พบได้บ่อย การทิ้งของหรือจัดระเบียบทำหน้าที่เป็นพฤติกรรมเพื่อลดความวิตกกังวล
- ความต้องการควบคุมชีวิต เมื่อรู้สึกว่าปัญหาด้านงาน สุขภาพ หรือความสัมพันธ์ควบคุมไม่ได้ จึงหันมาควบคุมพื้นที่ภายในบ้านผ่านการกำจัดสิ่งของ
- การเผชิญเหตุการณ์รุนแรงหรือวิกฤตในชีวิต บางคนเลือกตัดความทรงจำในอดีตด้วยการทิ้งสิ่งของที่เชื่อมโยงกับเหตุการณ์เหล่านั้น
- ความวิตกกังวลหรือภาวะซึมเศร้า ซึ่งอาจทำให้สมองพยายามจัดการกับความสับสนภายในจิตใจผ่านการกำจัดสิ่งของภายนอก
แม้การจัดบ้านและกำจัดสิ่งของที่ไม่จำเป็นจะเป็นพฤติกรรมที่ช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่น่าอยู่ แต่หากการทิ้งสิ่งของกลายเป็นแรงผลักดันที่ควบคุมไม่ได้ ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิต ความสัมพันธ์ หรือทำให้สูญเสียสิ่งของสำคัญซ้ำ ๆ ควรพิจารณาปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต เพื่อประเมินอาการและรับคำแนะนำที่เหมาะสม
- ไม่ว่าจะดีหรือไม่ คนหนุ่มสาวหันมาพึ่งพาแชทบอท AI เพื่อสนับสนุนด้านอารมณ์
- ประชากรโลกเกือบ 1.2 พันล้านคนป่วยด้วยความผิดปกติทางจิต
- กรมสุขภาพจิต ขยายบริการออนไลน์ ดูแลใจคนไทยในตะวันออกกลาง ตลอด 24 ชั่วโมง
- โลกร้อนกระทบสุขภาพจิต วิกฤตสภาพอากาศ ทำคนเสี่ยงวิตกกังวล-ซึมเศร้า
- เดนมาร์กเตรียมออกกฎหมาย แบนเด็กต่ำกว่า 15 ปี เล่นโซเซียล
บรรณาธิการออนไลน์
