
กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เดินหน้าขยายผลคดีปราบปรามเครือข่ายซื้อขายและเผยแพร่สื่อลามกอนาจารผ่านแพลตฟอร์มสื่อสารออนไลน์ หลังจากก่อนหน้านี้สามารถจับกุมผู้ต้องหารายหนึ่งได้เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2569 และตรวจพบข้อมูลสำคัญที่เชื่อมโยงไปถึงกลุ่มผู้เกี่ยวข้องจำนวนมาก
จากการสืบสวน พนักงานสอบสวนพบหลักฐานเป็นบันทึกรายชื่อสมาชิกและผู้ใช้งานในกลุ่มสื่อสารออนไลน์หลายกลุ่ม ซึ่งมีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการแลกเปลี่ยน ซื้อขาย และเผยแพร่สื่อผิดกฎหมาย นอกจากนี้ การตรวจสอบเส้นทางการเงินยังพบธุรกรรมที่เกี่ยวข้องจำนวนมาก โดยมีข้อมูลบ่งชี้ถึงการดำเนินกิจกรรมในลักษณะเป็นเครือข่ายต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปี
DSI ระบุว่า จากการขยายผลและรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม พบข้อมูลเกี่ยวกับผู้ดูแลและผู้ประสานงานในกลุ่มออนไลน์จำนวนหลายกลุ่ม ซึ่งมีหน้าที่บริหารจัดการสมาชิก รับชำระเงิน และดูแลการเข้าถึงเนื้อหาภายในกลุ่ม ขณะเดียวกันยังพบการจัดหาหมายเลขโทรศัพท์และบัญชีผู้ใช้งานจำนวนมากเพื่อนำมาใช้ในการสร้างและบริหารกลุ่มสื่อสารออนไลน์
สรุปข่าว
กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เดินหน้าขยายผลคดีปราบปรามเครือข่ายซื้อขายและเผยแพร่สื่อลามกอนาจารผ่านแพลตฟอร์มสื่อสารออนไลน์ หลังจากก่อนหน้านี้สามารถจับกุมผู้ต้องหารายหนึ่งได้เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2569 และตรวจพบข้อมูลสำคัญที่เชื่อมโยงไปถึงกลุ่มผู้เกี่ยวข้องจำนวนมาก
จากการสืบสวน พนักงานสอบสวนพบหลักฐานเป็นบันทึกรายชื่อสมาชิกและผู้ใช้งานในกลุ่มสื่อสารออนไลน์หลายกลุ่ม ซึ่งมีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการแลกเปลี่ยน ซื้อขาย และเผยแพร่สื่อผิดกฎหมาย นอกจากนี้ การตรวจสอบเส้นทางการเงินยังพบธุรกรรมที่เกี่ยวข้องจำนวนมาก โดยมีข้อมูลบ่งชี้ถึงการดำเนินกิจกรรมในลักษณะเป็นเครือข่ายต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปี
DSI ระบุว่า จากการขยายผลและรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม พบข้อมูลเกี่ยวกับผู้ดูแลและผู้ประสานงานในกลุ่มออนไลน์จำนวนหลายกลุ่ม ซึ่งมีหน้าที่บริหารจัดการสมาชิก รับชำระเงิน และดูแลการเข้าถึงเนื้อหาภายในกลุ่ม ขณะเดียวกันยังพบการจัดหาหมายเลขโทรศัพท์และบัญชีผู้ใช้งานจำนวนมากเพื่อนำมาใช้ในการสร้างและบริหารกลุ่มสื่อสารออนไลน์
คณะพนักงานสอบสวนจึงดำเนินการสืบสวนเชิงลึกและแฝงตัวเข้าไปในกลุ่มดังกล่าว ก่อนรวบรวมพยานหลักฐานขอศาลอนุมัติหมายจับผู้ต้องหารายหนึ่งในข้อหาที่เกี่ยวข้องกับการครอบครอง เผยแพร่ และส่งต่อสื่อที่เข้าข่ายผิดกฎหมาย รวมถึงความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ต่อมาเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2569 เจ้าหน้าที่ DSI เข้าตรวจค้นและจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับในพื้นที่จังหวัดสงขลา พร้อมตรวจยึดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และข้อมูลดิจิทัลจำนวนมาก จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบกลุ่มสื่อสารออนไลน์มากกว่า 200 กลุ่ม และไฟล์ข้อมูลหลายพันไฟล์ ซึ่งอยู่ระหว่างกระบวนการตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ดิจิทัล
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังอยู่ระหว่างตรวจสอบข้อมูลทางการเงินที่เกี่ยวข้อง โดยพบร่องรอยธุรกรรมจำนวนมาก เบื้องต้นพบว่าตลอดระยะเวลาประมาณ 3 ปี เครือข่ายดังกล่าวอาจมีรายได้หมุนเวียนรวมมากกว่า 5 ล้านบาท และมียอดธุรกรรมเกี่ยวข้องกว่า 28,000 รายการ
DSI ย้ำว่า การครอบครอง ซื้อขาย แลกเปลี่ยน ส่งต่อ หรือเผยแพร่สื่อลามกอนาจาร โดยเฉพาะสื่อที่เกี่ยวข้องกับเด็ก ถือเป็นความผิดร้ายแรงตามกฎหมาย ผู้กระทำความผิดและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในทุกขั้นตอนอาจต้องรับผิดทางอาญา
ขณะเดียวกัน กรมสอบสวนคดีพิเศษได้ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้ให้บริการแพลตฟอร์มออนไลน์ เพื่อดำเนินการปิดบัญชีผู้ใช้งาน กลุ่มสื่อสาร และช่องทางที่ถูกใช้ในการกระทำความผิด พร้อมเร่งขยายผลไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดตามกระบวนการกฎหมาย
- DSI แกะรอยเครือข่าย Forex 24 จุด ยึดทรัพย์สินมูลค่าสูง
- DSI เร่งคดีน้ำมันเถื่อน แจ้งข้อหาเพิ่มแอบขนน้ำมัน 121 ครั้ง
- อาชญากรรมออนไลน์ลดลงได้อย่างไร? เปิดมาตรการรัฐบาลปิดวงจรสแกมเมอร์ถึงต้นตอ
- อธิบดี DSI ขีดเส้น 15 วัน สรุปคดีกักตุน-ปลอมปนน้ำมัน
- LINE เปิดตัว “LINE MINI Eats” โซลูชันใหม่สำหรับธุรกิจร้านอาหาร จบปัญหาคิวยาว ยกระดับการจัดการหน้าร้านให้เร็ว ง่าย โอกาสใหม่ร้านอาหารยุคดิจิทัล
บรรณาธิการออนไลน์
