ฟิลิปปินส์สู้ “น้ำท่วม” ด้วยนวัตกรรมไม้ไผ่-เปลือกหอย สร้างแนวกั้นคลื่นแทนคอนกรีต

เป็นเวลานานหลายปีที่ชาวบ้านบนเกาะปามาราวัน (Pamarawan Island) ทางตอนเหนือของกรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ ต้องเผชิญปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากจนต้องยกสูงตัวบ้านด้วยการเทคอนกรีตทับซ้อนกันหลายชั้น แต่ปัจจุบันเกาะแห่งนี้ได้ตัดสินใจเปลี่ยนกลยุทธ์ หันมาใช้นวัตกรรมทางธรรมชาติอย่างลำไม้ไผ่และเปลือกหอยนางรม ในการสร้างแนวกั้นคลื่น เพื่อลดแรงปะทะของคลื่นและจัดการปัญหาน้ำท่วมด้วยนวัตกรรมอิงธรรมชาติ
สรุปข่าว
เป็นเวลานานหลายปีที่ชาวบ้านบนเกาะปามาราวัน (Pamarawan Island) ทางตอนเหนือของกรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ ต้องเผชิญปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากจนต้องยกสูงตัวบ้านด้วยการเทคอนกรีตทับซ้อนกันหลายชั้น แต่ปัจจุบันเกาะแห่งนี้ได้ตัดสินใจเปลี่ยนกลยุทธ์ หันมาใช้นวัตกรรมทางธรรมชาติอย่างลำไม้ไผ่และเปลือกหอยนางรม ในการสร้างแนวกั้นคลื่น เพื่อลดแรงปะทะของคลื่นและจัดการปัญหาน้ำท่วมด้วยนวัตกรรมอิงธรรมชาติ
ผลกระทบจากคลื่นทำบ้านเรือนเสียหาย
เดิมทีประชากรประมาณ 3,000 คนของเกาะแห่งนี้ ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของเมืองมาโลลอส มักจะได้รับผลกระทบอย่างหนักจากคลื่นซัดฝั่ง (Storm surge) แผ่นดินทรุด และระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นจากสภาวะเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ ทำให้เกิดคลื่นลูกใหญ่ที่บางครั้งพังผนังคอนกรีตของบ้านจนเสียหาย
ทางหน่วยงานของเมืองมาโลลอส (Malolos) จึงได้ร่วมมือกับบริษัทที่ปรึกษาด้านวิศวกรรมจากเนเธอร์แลนด์ เพื่อริเริ่มโครงการจัดการน้ำท่วมและลดแรงปะทะของคลื่น ด้วยการปักเสาไม้ไผ่ที่อัดแน่นด้วยกิ่งไม้ตามแนวชายฝั่ง เพื่อชะลอการไหลของน้ำและดักจับตะกอน โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับพื้นทะเลให้สูงขึ้นทีละน้อย และเตรียมพื้นที่สำหรับปลูกป่าชายเลน
สร้างแนวกันคลื่นเพื่อชะลอความรุนแรง
นอกจากนี้ ยังมีการสร้างแนวกั้นคลื่นจากเปลือกหอยนางรมห่างจากชายฝั่งประมาณ 100 เมตร โดยนำถุงใยมะพร้าวบรรจุเปลือกหอยไปตอกยึดไว้ด้วยหลักไม้บนชายหาดจำลอง ซึ่งหลังจากโครงการระยะแรกเสร็จสิ้นลงเมื่อปลายปี 2025 ที่ผ่านมา ก็เริ่มช่วยบรรเทาความเดือดร้อนและสร้างความอุ่นใจให้กับชาวบ้านในพื้นที่ได้แล้ว
โครงการพื้นที่ 14 เฮกตาร์ หรือราว 87 ไร่แนวอ่าวมะนิลานี้ มีค่าใช้จ่ายรวมการบำรุงรักษาประมาณ 70 ล้านเปโซ หรือราว 37 ล้านบาท ซึ่งถูกกว่าการสร้างกำแพงกันคลื่นคอนกรีตที่ต้องใช้เงินสูงถึง 90 ล้านเปโซ หรือราว 47 ล้านบาท โดยคาดว่าต้องเปลี่ยนไม้ไผ่ใหม่ทุก ๆ 5 ปี
ทั้งนี้ อันโตนิโอ คอนเตรราส (Antonio Contreras) นักวิทยาศาสตร์ชาวฟิลิปปินส์ ให้ความเห็นว่า ฟิลิปปินส์พึ่งพาแนวกั้นน้ำคอนกรีตและกำแพงกันคลื่นมานานเกินไป ซึ่งหลายแห่งขาดการศึกษาที่รัดกุมและมีข้อผิดพลาดจากการคอร์รัปชันจนส่งผลให้เกิดการสูญเสีย
อย่างไรก็ตาม เขาเตือนว่านวัตกรรมอิงธรรมชาติไม่ใช่คำตอบสำหรับทุกสถานการณ์ โดยเฉพาะยามเกิดน้ำท่วมรุนแรงขั้นวิกฤต จึงควรใช้ควบคู่ไปกับโครงสร้างพื้นฐานแบบดั้งเดิม แต่ก็หวังว่าโมเดลเกาะปามาราวันจะถูกนำไปปรับใช้ในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมแห่งอื่น ๆ แม้ประสิทธิภาพระยะยาวยังต้องรอการประเมินทางวิทยาศาสตร์ในปีหน้า ก่อนที่จะเริ่มปลูกป่าชายเลนต่อไป
- เตือน 6 จังหวัด เฝ้าระวังน้ำทะเลหนุนสูง ช่วงวันที่ 9-17 พ.ย.นี้
- เตือน 6 จังหวัด-กทม. รับมือน้ำทะเลหนุนสูง 9-17 พ.ย. พื้นที่ลุ่มต่ำเสี่ยงน้ำล้นตลิ่ง
- ไทยเสี่ยงภัยพิบัติหนัก! UN ย้ำเร่งรับมือ ฝนสุดขั้ว-น้ำท่วม-ภัยแล้ง
- เตือน 8 จังหวัด เฝ้าระวังน้ำทะเลหนุนสูง ช่วงวันที่ 31 ต.ค.-4 พ.ย.69
- ปภ. เตือน 6 จังหวัดภาคกลาง-กทม. รับมือน้ำทะเลหนุนสูง 27 ต.ค. - 5 พ.ย
ที่มาข้อมูล : news.afp.com
ที่มารูปภาพ : FAITH BROWN / AFPTV / AFP
