ผู้เชี่ยวชาญชี้ “Learjet 60” อาจมีบางชิ้นส่วนหลุดออกกลางอากาศ ก่อนเกิดอุบัติเหตุตกในฟลอริดา

Share on Line Share on Facebook Share on X
ผู้เชี่ยวชาญชี้ “Learjet 60” อาจมีบางชิ้นส่วนหลุดออกกลางอากาศ ก่อนเกิดอุบัติเหตุตกในฟลอริดา

เจ้าหน้าที่สอบสวนของรัฐบาลสหรัฐฯ เผยว่าเครื่องบินเจ็ตส่วนตัว “Learjet 60” ที่ตกในรัฐฟลอริดาและคร่าชีวิตผู้โดยสารและลูกเรือทั้งหมด 9 คน น่าจะเริ่มแตกออกเป็นชิ้น ๆ ตั้งแต่อยู่กลางอากาศ ก่อนที่จะพุ่งชนพื้นและเกิดเป็นลูกไฟขนาดใหญ่

เจ้าหน้าที่กล่าวว่า สภาพอากาศเป็นประเด็นสำคัญเบื้องต้นในการสอบสวน โดยคณะกรรมการความปลอดภัยด้านการขนส่งแห่งชาติ (NTSB) จะลงลึกไปถึงการตรวจสอบการกระทำของลูกเรือ และพิจารณาปัญหาทางกลไกใด ๆ ของเครื่องบินด้วย

สรุปข่าว

เจ้าหน้าที่สืบสวนสหรัฐฯ เผยเหตุเครื่องบินเจ็ตส่วนตัวรุ่น “Learjet 60” ตกในรัฐฟลอริดา คร่าชีวิตผู้เสียชีวิต 9 ราย (รวมถึงนักธุรกิจ นักบิน และครอบครัว) โดยมีหลักฐานชี้ว่าชิ้นส่วนเครื่องบินอาจหลุดออกกลางอากาศก่อนพุ่งดิ่งกระแทกพื้นด้วยความเร็วสูง ท่ามกลางประเด็นสำคัญด้านสภาพอากาศแปรปรวนและพายุฝนฟ้าคะนองรุนแรงที่ทำให้เกิดภาวะน้ำแข็งเกาะตัว ซึ่งขณะนี้ NTSB กำลังอยู่ระหว่างเร่งกู้ซากเครื่องบินและกล่องดำเพื่อสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป

เจ้าหน้าที่สอบสวนของรัฐบาลสหรัฐฯ เผยว่าเครื่องบินเจ็ตส่วนตัว “Learjet 60” ที่ตกในรัฐฟลอริดาและคร่าชีวิตผู้โดยสารและลูกเรือทั้งหมด 9 คน น่าจะเริ่มแตกออกเป็นชิ้น ๆ ตั้งแต่อยู่กลางอากาศ ก่อนที่จะพุ่งชนพื้นและเกิดเป็นลูกไฟขนาดใหญ่

เจ้าหน้าที่กล่าวว่า สภาพอากาศเป็นประเด็นสำคัญเบื้องต้นในการสอบสวน โดยคณะกรรมการความปลอดภัยด้านการขนส่งแห่งชาติ (NTSB) จะลงลึกไปถึงการตรวจสอบการกระทำของลูกเรือ และพิจารณาปัญหาทางกลไกใด ๆ ของเครื่องบินด้วย

ชิ้นส่วนเครื่องบินอาจแตกออกตั้งแต่อยู่กลางอากาศ

ทอม แชปแมน (Tom Chapman) สมาชิกคณะกรรมการความปลอดภัยด้านการขนส่งแห่งชาติ แถลงว่า ผู้ตรวจสอบพบหลักฐานว่าเครื่องบินเริ่มแตกเป็นชิ้น ๆ ก่อนที่จะตกกระแทกพื้น และเศษซากจากเครื่องบินอาจกระจายไปไกลมากจากจุดที่เครื่องบินตกจริง

แถลงการณ์นี้สอดคล้องกับ เจฟฟ์ กุซเซตติ (Jeff Guzzetti) อดีตผู้ตรวจสอบของ NTSB และสำนักงานบริหารการบินแห่งสหรัฐอเมริกา ที่กล่าวว่า ชิ้นส่วนสำคัญของหางเครื่องบินอาจหลุดหายไปในระหว่างที่เกิดสภาพอากาศแปรปรวนหรือขณะที่เครื่องบินดิ่งลง ทำให้ไม่สามารถควบคุมเครื่องบินได้ จนทำให้มันดูมีลักษณะคล้ายกับขีปนาวุธ ก่อนที่มันจะตกถึงพื้น 

สภาพอากาศเป็นประเด็นสำคัญในการสืบสวน

ตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นักบินผู้ช่วยของเครื่องบินลำนี้ ได้แจ้งเจ้าหน้าที่ควบคุมการจราจรทางอากาศเกี่ยวกับสภาพน้ำแข็งเกาะที่ระดับความสูงมาก โดยได้รับคำเตือนจากเจ้าหน้าที่ควบคุมการจราจรทางอากาศเกี่ยวกับพายุที่กำลังจะมาถึงขณะที่บินเข้าสู่รัฐฟลอริดา ทั้งนี้สำนักงานบริหารการบินแห่งสหรัฐอเมริกา (FAA) ระบุว่าได้ออกคำเตือนอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับสภาพอากาศก่อนหน้านี้แล้ว 

ส่วนทาง AccuWeather บริษัทเอกชนจากสหรัฐอเมริกาที่ให้บริการด้านการพยากรณ์อากาศเชิงพาณิชย์  ให้ความเห็นเพิ่มเติมว่ายอดของเมฆพายุบางลูกสูงถึง 45,000 ฟุต (13,700 เมตร) ซึ่งทำให้เครื่องบินบินผ่านได้ยาก โดยบริษัทให้ความเห็นว่าเรดาร์ตรวจอากาศบนเครื่องบินมีข้อจำกัด และอาจจะไม่สามารถแสดงกระแสลมที่ก่อให้เกิดฝนตกหนักได้เสมอไป

นอกจากนี้ สิ่งที่เจ้าหน้าที่สืบสวนยังคงให้ความสำคัญ คือการตรวจสอบสภาพอากาศที่ระดับความสูง 35,000 ฟุต (11,000 เมตร) ซึ่งเป็นระดับความสูงที่เครื่องบินบินอยู่ขณะที่นักบินเริ่มรายงานปัญหา ก่อนที่จะมีรายงานว่าเครื่องบินลดระดับลงด้วยอัตรา 10,000 ฟุตต่อนาที และเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเป็น 22,000 ฟุตต่อนาทีตามลำดับ

ทอม แชปแมน (Tom Chapman) กล่าวว่าเดิมทีเครื่องบินลำนี้ติดตั้งเครื่องบันทึกเสียงในห้องนักบิน ซึ่งเจ้าหน้าที่หวังว่าจะสามารถกู้คืนได้ แต่ที่ฝนตกหนักในฟลอริดาทำให้การทำงานของเจ้าหน้าที่เป็นไปได้ยาก เนื่องจากหลุมที่เครื่องบินทิ้งไว้เต็มไปด้วยน้ำฝน และคาดว่ากระบวนการนี้จะใช้เวลาหลายวัน โดยปสรรคที่ใหญ่ที่สุดคือการกู้ซากรถขนาดใหญ่จากหลุมขนาดใหญ่บนถนน

เสียงผู้หญิงที่ได้ยินคือเสียงของ “นาธาเลีย”

สำหรับตัวตนผู้เสียชีวิตที่ระบุออกมาแล้ว ได้แก่ นาธาเลีย กาเดลฮา ฟิลเกราส (Nathalia Filgueiras) นักบินผู้ช่วยวัย 20 ปี ซึ่งเป็นผู้ส่งสัญญาณวิทยุครั้งสุดท้าย 

ก่อนหน้านี้เธอได้รับใบอนุญาตนักบินในปี 2023 ขณะที่เรียนอยู่ชั้นมัธยมปลายปีสุดท้ายที่โรงเรียนในฟลอริดา เมื่ออายุ 17 ปี ตามรายงานข่าวท้องถิ่น โดยใบอนุญาตนักบินของเธอระบุว่าเธอมีคุณสมบัติที่จะบินเครื่องบิน Learjet รุ่นนั้นได้ แต่ไม่มีคุณสมบัติที่จะเป็นผู้บังคับบัญชาการบิน 

ส่วนนักบินของเครื่องบินลำนี้ ตามการรายงานของ BBC คือ เจฟฟ์ เกรกอรี วัย 55 ปี, และผู้โดยสารบนเครื่องได้แก่ อดัม โรบินสัน นักธุรกิจด้านเทคโนโลยีชาวเท็กซัส, เฮเลน ชาร์ป ภรรยาของเขา และลูก ๆ อีกสองคน คือ เอ็มมา วัย 4 ขวบ และชาร์ลี วัย 2 ขวบ พร้อมด้วยผู้โดยสารคนอื่นคือ ราเชล รีด, ชาร์มี เฟห์ร สุดท้ายคือ อนิตา มาเรีย เซตินา พี่เลี้ยงของเอ็มมาและชาร์ลี

ที่มาข้อมูล : apnews.com reuters.com

ที่มารูปภาพ : REUTERS