“Microsoft” จ้างออก 60,000 คน ทั่วโลก รองรับการขยายตัวด้าน AI เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน

Share on Line Share on Facebook Share on X
“Microsoft” จ้างออก 60,000 คน ทั่วโลก รองรับการขยายตัวด้าน AI  เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน

เมื่อวันจันทร์ที่ 26 ตุลาคมที่ผ่านมาไมโครซอฟต์ (Microsoft) เปิดเผยว่าบริษัทกำลังเสนอโครงการ “สมัครใจลาออก” ให้กับพนักงานกลุ่มใหญ่ โดยเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการสร้างสมดุลระหว่างการลงทุนมหาศาลในโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) กับการใช้เงินทุนอย่างมีประสิทธิภาพ

ผู้ได้รับผลกระทบ

บริษัทซอฟต์แวร์ยักษ์ใหญ่แห่งนี้ ประกาศเสนอทางเลือกให้พนักงานในสหรัฐอเมริกา แคนาดา อินเดีย และสหราชอาณาจักร ที่มีระดับตำแหน่งงาน (Experience Level) ตั้งแต่ 70 ลงมา สามารถสมัครใจลาออกได้

สำนักข่าวซีเอ็นบีซี (CNBC) รายงานข้อมูลจากแหล่งข่าวที่ไม่ประสงค์ออกนามซึ่งทราบข้อมูลภายใน ระบุว่า มีพนักงานประมาณ 60,000 คนที่มีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการนี้ ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนราว 27% ของจำนวนพนักงานทั้งหมดของ Microsoft ที่มีอยู่ 223,000 คน

สรุปข่าว

ไมโครซอฟต์เปิดโครงการสมัครใจลาออก ครอบคลุมพนักงานราว 60,000 คนในสหรัฐฯ แคนาดา อินเดีย และสหราชอาณาจักร คิดเป็นประมาณ 27% ของบุคลากรทั้งหมด ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นท่ามกลางการลงทุนในศูนย์ข้อมูลและโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่เพิ่มสูงขึ้น โดยรายจ่ายฝ่ายทุนรายไตรมาสอาจทะลุ 5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ บริษัทกำลังปรับโครงสร้างองค์กรและรูปแบบธุรกิจสู่การคิดค่าบริการ AI ตามการใช้งานจริง พร้อมนำ AI มาเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานหลายฝ่าย

เมื่อวันจันทร์ที่ 26 ตุลาคมที่ผ่านมาไมโครซอฟต์ (Microsoft) เปิดเผยว่าบริษัทกำลังเสนอโครงการ “สมัครใจลาออก” ให้กับพนักงานกลุ่มใหญ่ โดยเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการสร้างสมดุลระหว่างการลงทุนมหาศาลในโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) กับการใช้เงินทุนอย่างมีประสิทธิภาพ

ผู้ได้รับผลกระทบ

บริษัทซอฟต์แวร์ยักษ์ใหญ่แห่งนี้ ประกาศเสนอทางเลือกให้พนักงานในสหรัฐอเมริกา แคนาดา อินเดีย และสหราชอาณาจักร ที่มีระดับตำแหน่งงาน (Experience Level) ตั้งแต่ 70 ลงมา สามารถสมัครใจลาออกได้

สำนักข่าวซีเอ็นบีซี (CNBC) รายงานข้อมูลจากแหล่งข่าวที่ไม่ประสงค์ออกนามซึ่งทราบข้อมูลภายใน ระบุว่า มีพนักงานประมาณ 60,000 คนที่มีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการนี้ ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนราว 27% ของจำนวนพนักงานทั้งหมดของ Microsoft ที่มีอยู่ 223,000 คน

สถานะทางการเงินของ Microsoft

ในช่วงเวลาที่ผ่านมา ไมโครซอฟต์ (Microsoft) ได้เพิ่มการใช้จ่ายในศูนย์ข้อมูล (Data Center) อย่างต่อเนื่องเพื่อรองรับความต้องการด้านการประมวลผล AI ที่พุ่งสูงขึ้น โดยบริษัททำหน้าที่ให้บริการระบบคลาวด์แก่ แอนโทรปิก (Anthropic), โอเพนเอไอ (OpenAI) และบริษัทอื่น ๆ อีกมากมาย 

ทั้งนี้ไมโครซอฟต์ (Microsoft) เคยระบุไว้เมื่อเดือนกรกฎาคมว่า รายจ่ายฝ่ายทุน (Capital Expenditures) สำหรับไตรมาสสิ้นสุดเดือนกันยายนน่าจะสูงกว่า 5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1.7 ล้านล้านบาท เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อนหน้าที่มียอดการใช้จ่ายด้านทุนและสัญญาเช่าทางการเงินรวมอยู่ที่ 3.49 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1.2 ล้านล้านบาท

สถานการณ์ดังกล่าวสร้างแรงกดดันต่อสถานะทางการเงินของไมโครซอฟต์ (Microsoft) โดยเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา บริษัทได้ประกาศโครงการเกษียณอายุโดยสมัครใจเป็นครั้งแรก ซึ่งมีพนักงานในสหรัฐฯ ประมาณ 7% ที่มีสิทธิ์เข้าร่วม จากนั้นในเดือนกรกฎาคมไมโครซอฟต์ (Microsoft) ก็ได้ประกาศแผนการเลิกจ้างพนักงานจำนวน 4,800 คน

เอมี่ โคลแมน (Amy Coleman) รองประธานบริหารและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคลากรของ Microsoft ได้ระบุในบันทึกที่ส่งถึงพนักงานว่า “โครงการสมัครใจลาออกนี้สะท้อนถึงแนวทางสำคัญในการปรับเปลี่ยนองค์กรของเรา โดยมุ่งสร้างความยืดหยุ่นที่มากขึ้น และเปิดโอกาสให้พนักงานสามารถกำหนดเส้นทางชีวิตในบทต่อไปของตนเองได้” พร้อมเสริมว่า “โครงการนี้ต่อยอดมาจากสิ่งที่เราได้เรียนรู้เมื่อช่วงต้นปีผ่านโครงการเกษียณอายุโดยสมัครใจ”

การปรับเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจของ Microsoft

ปัจจุบันไมโครซอฟต์ (Microsoft) กำลังอยู่ในระหว่างการปรับเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจ โดยหันมาเน้นการเรียกเก็บค่าบริการจากลูกค้าตามปริมาณการใช้งาน AI จริงมากขึ้น นอกจากนี้ บริษัทยังได้นำเครื่องมือ AI มาให้พนักงานกลุ่มโปรแกรมเมอร์ ฝ่ายขาย และฝ่ายห่วงโซ่อุปทานได้ใช้งาน และเริ่มเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน ในขณะเดียวกัน บริษัทเองก็ต้องการให้ความมั่นใจว่า ตนมีบุคลากรที่เหมาะสมพอ ที่จะทำให้องค์กรมีการเติบโตเพิ่มขึ้นในอนาคต

ที่มาข้อมูล : CNBC

ที่มารูปภาพ : Reuters