OpenAI ปลดล็อก GPT-5.6 และ GPT-Live ให้ใช้งานทั่วโลกแล้ว

Share on Line Share on Facebook Share on X
OpenAI ปลดล็อก GPT-5.6 และ GPT-Live ให้ใช้งานทั่วโลกแล้ว

OpenAI เปิดให้ใช้งานโมเดล AI ขั้นสูง GPT-5.6 และระบบเสียงโต้ตอบแบบเรียลไทม์ GPT-Live ทั่วโลกอย่างเป็นทางการหลังผ่านการประเมินจากรัฐบาลสหรัฐฯ ตามคำสั่งควบคุมเทคโนโลยี AI ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์

สรุปข่าว

OpenAI เปิดให้ใช้งานโมเดล AI ขั้นสูง GPT-5.6 และระบบเสียงโต้ตอบแบบเรียลไทม์ GPT-Live ทั่วโลกอย่างเป็นทางการ หลังผ่านการประเมินจากรัฐบาลสหรัฐฯ ตามคำสั่งควบคุมเทคโนโลยี AI ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์

OpenAI เปิดให้ใช้งานโมเดล AI ขั้นสูง GPT-5.6 และระบบเสียงโต้ตอบแบบเรียลไทม์ GPT-Live ทั่วโลกอย่างเป็นทางการหลังผ่านการประเมินจากรัฐบาลสหรัฐฯ ตามคำสั่งควบคุมเทคโนโลยี AI ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์

เปิดตัวโมเดลภาษาขนาดใหญ่รุ่นใหม่ GPT-5.6

วงการปัญญาประดิษฐ์กลับมาคึกคักอีกครั้ง เมื่อยักษ์ใหญ่อย่าง OpenAI ประกาศข่าวดีเตรียมเปิดตัวโมเดลภาษาขนาดใหญ่รุ่นใหม่ล่าสุดตระกูล GPT-5.6 ซึ่งประกอบด้วยรุ่น Sol, Terra และ Luna สู่สาธารณชนในวันพฤหัสบดีนี้ หลังจากที่ก่อนหน้านี้เทคโนโลยีดังกล่าวถูกจำกัดการใช้งานไว้เฉพาะกลุ่มพันธมิตรที่เชื่อถือได้เพียงไม่กี่ราย สืบเนื่องจากการร้องขอของรัฐบาลสหรัฐอเมริกาเมื่อช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา

การขยับตัวครั้งสำคัญนี้สอดคล้องกับข้อความบนแพลตฟอร์ม X ของนายแซม อัลท์แมน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ OpenAI ที่ทวีตสั้นๆ ว่า "ขอให้สนุกกับการสร้างสรรค์ผลงาน" เพื่อส่งสัญญาณถึงการปลดล็อกข้อจำกัดต่างๆ นอกเหนือจากการอัปเกรดโมเดลภาษาแล้ว บริษัทยังได้ประกาศเปิดตัว "GPT-Live" ซึ่งเป็นฟีเจอร์โมเดลเสียงรุ่นใหม่ล่าสุด โดยจะเริ่มทยอยเปิดให้ผู้ใช้งาน ChatGPT ทั่วโลกได้สัมผัสตั้งแต่วันพุธเป็นต้นไป ความน่าสนใจของระบบเสียงที่ถูกแบ่งเป็นรุ่น GPT-Live-1 และ GPT-Live-1 mini คือความสามารถในการประมวลผลการฟังและพูดโต้ตอบได้ในเวลาเดียวกัน ซึ่งทางบริษัทระบุว่าเทคโนโลยีนี้จะช่วยให้การสื่อสารกับ AI มีความลื่นไหลและให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติราวกับกำลังสนทนากับมนุษย์จริงๆ

หากย้อนกลับไปเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา OpenAI ได้เผยโฉม GPT-5.6 เป็นครั้งแรก แต่ในเวลานั้นบริษัทมีความจำเป็นต้องตกลงที่จะเผยแพร่โมเดลให้กับกลุ่มองค์กรที่ผ่านการคัดเลือกและมีการเปิดเผยข้อมูลต่อรัฐบาลสหรัฐฯ เท่านั้น ท่าทีดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงแรงกดดันจากนโยบายระดับชาติ หลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ลงนามในคำสั่งบริหารด้าน AI ซึ่งกำหนดให้ผู้พัฒนาปัญญาประดิษฐ์ชั้นนำต้องส่งมอบโมเดลที่ทันสมัยที่สุดให้หน่วยงานของรัฐเพื่อทำการประเมินความเสี่ยงก่อนเปิดให้ใช้งานอย่างเต็มรูปแบบ โดยรัฐบาลมีกรอบเวลา 60 วันในการพัฒนากระบวนการตรวจสอบและประเมินผลดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม แม้ว่า OpenAI จะแสดงความจำนงให้ความร่วมมือกับทางการในการสร้างกรอบการประเมินที่สามารถนำไปปรับใช้กับเทคโนโลยีในอนาคตได้ แต่บริษัทก็ได้แสดงจุดยืนอย่างชัดเจนว่า กระบวนการสอดส่องและควบคุมการเข้าถึงข้อมูลโดยรัฐบาลเช่นนี้ ไม่ควรถูกทำให้กลายมาเป็นบรรทัดฐานระยะยาวของอุตสาหกรรมเทคโนโลยี ทางบริษัทมองว่านโยบายดังกล่าวเปรียบเสมือนกำแพงที่กีดกันผู้ใช้งาน นักพัฒนา องค์กรธุรกิจ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มผู้พิทักษ์ความปลอดภัยทางไซเบอร์ทั่วโลก จากการเข้าถึงเครื่องมือที่ดีที่สุดเพื่อใช้ในการรับมือกับความท้าทายใหม่ๆ

ความเคลื่อนไหวของ OpenAI ในครั้งนี้ เกิดขึ้นในช่วงเวลาไล่เลี่ยกันกับที่ Anthropic ซึ่งเป็นบริษัทคู่แข่งคนสำคัญ เพิ่งได้รับอนุญาตให้คืนสิทธิ์การใช้งานโมเดล Claude Fable 5 และ Mythos 5 สู่สาธารณะอีกครั้ง หลังจากที่ต้องเผชิญกับความขัดแย้งทางกฎหมายและถูกบังคับให้ระงับการให้บริการไปนานหลายสัปดาห์ เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรการควบคุมการส่งออกที่ทางกระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐฯ เพิ่งจะมีมติยกเลิกไปเมื่อช่วงปลายเดือนที่ผ่านมา

สำหรับการประกาศขยายสิทธิ์การเข้าถึงเวอร์ชันพรีวิวของ GPT-5.6 สู่ผู้ใช้งานทั่วโลกในครั้งนี้ OpenAI เน้นย้ำว่าโมเดลเรือธงอย่าง GPT-5.6 Sol ถือเป็น "โมเดลที่ทรงพลังที่สุดเท่าที่บริษัทเคยพัฒนามา" โดยอัดแน่นไปด้วยขีดความสามารถที่ก้าวกระโดด ทั้งในด้านการเขียนโปรแกรมทางคอมพิวเตอร์ การประมวลผลข้อมูลทางชีววิทยาที่ซับซ้อน ไปจนถึงการยกระดับระบบความปลอดภัยทางไซเบอร์ ซึ่งแน่นอนว่าจะสร้างแรงกระเพื่อมครั้งใหญ่และยกระดับมาตรฐานของการประยุกต์ใช้ AI ในโลกธุรกิจไปอีกขั้น

ที่มาข้อมูล : CNBC

ที่มารูปภาพ : OpenAI