“ภัยจาก AI” ทำเว็บไซต์รัฐฯ แห่ปิดตัวปรับปรุงชั่วคราว หลังพบช่องโหว่ด้านความปลอดภัย

Share on Line Share on Facebook Share on X
“ภัยจาก AI” ทำเว็บไซต์รัฐฯ แห่ปิดตัวปรับปรุงชั่วคราว หลังพบช่องโหว่ด้านความปลอดภัย

เว็บไซต์ของหน่วยงานรัฐบาลและองค์กรหลายแห่งในต่างประเทศต้องปิดให้บริการชั่วคราวเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2026 หลังมีการเปิดเผยช่องโหว่ความปลอดภัยระดับร้ายแรง 2 รายการในภาษาโปรแกรม PHP ซึ่งใช้พัฒนาเว็บไซต์จำนวนมากทั่วโลก

โดยช่องโหว่ดังกล่าวถูกค้นพบด้วยความช่วยเหลือจาก AI และอาจเปิดทางให้แฮกเกอร์เข้าควบคุมเซิร์ฟเวอร์ได้ ขณะที่ผู้พัฒนา PHP ได้ออกอัปเดตความปลอดภัยแล้ว พร้อมเรียกร้องให้ผู้ดูแลเว็บไซต์เร่งติดตั้งโดยเร็วที่สุด

สำหรับ PHP เวอร์ชันที่ได้รับการแก้ไขช่องโหว่แล้ว ได้แก่ 8.2.35, 8.3.36, 8.4.27 และ 8.5.12 โดยผู้ดูแลเว็บไซต์ควรตรวจสอบเวอร์ชันที่ใช้งานและอัปเดตให้เป็นรุ่นที่ปลอดภัยโดยเร็วที่สุด เนื่องจากมาตรการป้องกันชั่วคราวเพียงอย่างเดียวไม่สามารถทดแทนการแก้ไขช่องโหว่ในตัวซอฟต์แวร์ได้อย่างสมบูรณ์

ภาษา PHP คืออะไร?

สำหรับ PHP เป็นภาษาโปรแกรมที่มีการใช้งานยาวนั้นไปจนถึงช่วงต้นทศวรรษ 1990 เป็นรากฐานสำคัญของเว็บไซต์จำนวนมหาศาลบนอินเทอร์เน็ต และถูกรวมอยู่ในแพลตฟอร์มอย่างเวิร์ดเพรส (WordPress), ดรูปาล (Drupal), จูมลา (Joomla) และมาเจนโต้ (Magento) ดังนั้น ช่องโหว่ร้ายแรงใด ๆ ที่เกิดขึ้นจึงอาจส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ในวงกว้างอย่างมหาศาล

สรุปข่าว

ช่องโหว่ร้ายแรง 2 รายการในภาษา PHP ซึ่งถูกค้นพบด้วยความช่วยเหลือจาก AI ทำให้เว็บไซต์ของหน่วยงานรัฐและองค์กรหลายแห่งต้องระงับบริการชั่วคราว เพื่อป้องกันแฮกเกอร์เข้าควบคุมเซิร์ฟเวอร์ ข้อมูลจาก Censys พบว่าโฮสต์ราว 1.5 ล้านแห่งจาก 2.6 ล้านแห่งยังใช้ PHP เวอร์ชันที่ไม่ได้รับแพตช์ เพิ่มความเสี่ยงที่ผู้โจมตีจะใช้ AI เร่งพัฒนาวิธีเจาะระบบ ผู้ดูแลเว็บไซต์ควรเร่งอัปเดตเป็น PHP 8.2.35, 8.3.36, 8.4.27 หรือ 8.5.12 และปิดระบบที่ได้รับผลกระทบชั่วคราวหากยังติดตั้งแพตช์ไม่ได้

เว็บไซต์ของหน่วยงานรัฐบาลและองค์กรหลายแห่งในต่างประเทศต้องปิดให้บริการชั่วคราวเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2026 หลังมีการเปิดเผยช่องโหว่ความปลอดภัยระดับร้ายแรง 2 รายการในภาษาโปรแกรม PHP ซึ่งใช้พัฒนาเว็บไซต์จำนวนมากทั่วโลก

โดยช่องโหว่ดังกล่าวถูกค้นพบด้วยความช่วยเหลือจาก AI และอาจเปิดทางให้แฮกเกอร์เข้าควบคุมเซิร์ฟเวอร์ได้ ขณะที่ผู้พัฒนา PHP ได้ออกอัปเดตความปลอดภัยแล้ว พร้อมเรียกร้องให้ผู้ดูแลเว็บไซต์เร่งติดตั้งโดยเร็วที่สุด

สำหรับ PHP เวอร์ชันที่ได้รับการแก้ไขช่องโหว่แล้ว ได้แก่ 8.2.35, 8.3.36, 8.4.27 และ 8.5.12 โดยผู้ดูแลเว็บไซต์ควรตรวจสอบเวอร์ชันที่ใช้งานและอัปเดตให้เป็นรุ่นที่ปลอดภัยโดยเร็วที่สุด เนื่องจากมาตรการป้องกันชั่วคราวเพียงอย่างเดียวไม่สามารถทดแทนการแก้ไขช่องโหว่ในตัวซอฟต์แวร์ได้อย่างสมบูรณ์

ภาษา PHP คืออะไร?

สำหรับ PHP เป็นภาษาโปรแกรมที่มีการใช้งานยาวนั้นไปจนถึงช่วงต้นทศวรรษ 1990 เป็นรากฐานสำคัญของเว็บไซต์จำนวนมหาศาลบนอินเทอร์เน็ต และถูกรวมอยู่ในแพลตฟอร์มอย่างเวิร์ดเพรส (WordPress), ดรูปาล (Drupal), จูมลา (Joomla) และมาเจนโต้ (Magento) ดังนั้น ช่องโหว่ร้ายแรงใด ๆ ที่เกิดขึ้นจึงอาจส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ในวงกว้างอย่างมหาศาล

ความเห็นผู้เชี่ยวชาญ

ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยไซเบอร์เตือนว่า การเปิดเผยช่องโหว่ร้ายแรงในภาษาโปรแกรม PHP อาจทำให้ผู้ไม่หวังดีใช้เครื่องมือ AI วิเคราะห์และพัฒนาวิธีโจมตีเว็บไซต์ที่ยังไม่ได้อัปเดตได้รวดเร็วขึ้น ขณะที่หน่วยงานด้านความปลอดภัยไซเบอร์หลายประเทศเรียกร้องให้ผู้ดูแลเว็บไซต์เร่งติดตั้งแพตช์ หรือพิจารณาปิดระบบที่ได้รับผลกระทบชั่วคราว หากยังไม่สามารถแก้ไขช่องโหว่ได้ทัน

ด้านทิฟฟานี่ ฟาร์ริส (Tiffany Farriss) รักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหารของดรูปาลแอสโซซิเอชั่น (Drupal Association) เตือนว่า ช่องโหว่ดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อเซิร์ฟเวอร์ที่ใช้ PHP รุ่นเก่าซึ่งเผยแพร่ในช่วงกว่า 20 ปีที่ผ่านมา ทำให้ผู้ดูแลเว็บไซต์จำเป็นต้องตรวจสอบระบบอย่างเร่งด่วน

ข้อมูลจากเคนซีส์ (Censys) บริษัทด้านข่าวกรองอินเตอร์เน็ตระบุว่า จากจำนวนโฮสต์ทั้งหมด 2.6 ล้านแห่ง มีประมาณ 1.5 ล้านแห่งที่ยังคงใช้งาน PHP เวอร์ชันที่ไม่มีแพตช์แก้ไขรองรับ

ทั้งนี้ หน่วยงานด้านความปลอดภัยไซเบอร์ของเนเธอร์แลนด์เองก็ได้ปิดเว็บไซต์ของตนลงเช่นกัน โดยระบุว่าเป็นการดำเนินการเพื่อป้องกันไว้ก่อนเนื่องจากช่องโหว่ดังกล่าว ผู้ดูแลสารานุกรมออนไลน์วิกิพีเดีย (Wikipedia) ระบุว่าได้ปิดระบบจำนวนหนึ่งลงชั่วคราวเพื่อรอการแก้ไขช่องโหว่ให้ปลอดภัย ส่วนอินเตอร์เน็ตอาร์ไคฟ์ (Internet Archive) ซึ่งเป็นคลังข้อมูลออนไลน์ขนาดใหญ่ ก็ได้ปิดให้บริการชั่วคราวเพื่อจัดการกับปัญหาดังกล่าวเช่นกัน

เหตุการณ์ดังกล่าวได้รับความสนใจจากผู้นำหลายประเทศ โดยนายกรัฐมนตรีเนเธอร์แลนด์ระบุว่ากำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ส่วนซานาเอะ ทาคาอิจิ (Sanae Takaichi) นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ได้แจ้งเตือนผ่านแพลตฟอร์มเอ็กซ์ (X) ให้เจ้าของเว็บไซต์ตรวจสอบว่าระบบของตนใช้ PHP หรือไม่ และเตรียมติดตั้งแพตช์ความปลอดภัยโดยเร็วที่สุด

ที่มาข้อมูล : Reuters

ที่มารูปภาพ : Tima Miroshnichenko