ยูเออีเปิดตัวแบบจำลองยานลงจอด เตรียมสำรวจดาวเคราะห์น้อยปี 2028

วันที่ 13 ตุลาคมที่ผ่านมา องค์การอวกาศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE Space Agency) ร่วมกับสถาบันนวัตกรรมเทคโนโลยี (Technology Innovation Institute: TII) ในกรุงอาบูดาบี เปิดตัวแบบจำลองยานลงจอดบนดาวเคราะห์น้อยขนาดครึ่งหนึ่งของยานจริง เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับภารกิจสำรวจดาวเคราะห์น้อย 7 ดวง บริเวณแถบดาวเคราะห์น้อยหลักระหว่างดาวอังคารกับดาวพฤหัสบดี
โดยยานลงจอดลำนี้จะเดินทางไปพร้อมกับยานสำรวจเอ็มบีอาร์ เอ็กซ์พลอเรอร์ (MBR Explorer) ซึ่งตั้งชื่อตามชีค โมฮัมเหม็ด บิน ราชิด อัล มักตูม (Sheikh Mohammed bin Rashid Al Maktoum) ผู้ปกครองนครดูไบและนายกรัฐมนตรีสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ภายใต้แผนปล่อยยานขึ้นสู่อวกาศจากประเทศญี่ปุ่นในเดือนมีนาคม 2028
สรุปข่าว
วันที่ 13 ตุลาคมที่ผ่านมา องค์การอวกาศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE Space Agency) ร่วมกับสถาบันนวัตกรรมเทคโนโลยี (Technology Innovation Institute: TII) ในกรุงอาบูดาบี เปิดตัวแบบจำลองยานลงจอดบนดาวเคราะห์น้อยขนาดครึ่งหนึ่งของยานจริง เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับภารกิจสำรวจดาวเคราะห์น้อย 7 ดวง บริเวณแถบดาวเคราะห์น้อยหลักระหว่างดาวอังคารกับดาวพฤหัสบดี
โดยยานลงจอดลำนี้จะเดินทางไปพร้อมกับยานสำรวจเอ็มบีอาร์ เอ็กซ์พลอเรอร์ (MBR Explorer) ซึ่งตั้งชื่อตามชีค โมฮัมเหม็ด บิน ราชิด อัล มักตูม (Sheikh Mohammed bin Rashid Al Maktoum) ผู้ปกครองนครดูไบและนายกรัฐมนตรีสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ภายใต้แผนปล่อยยานขึ้นสู่อวกาศจากประเทศญี่ปุ่นในเดือนมีนาคม 2028
การเดินทางไกล 5 พันล้านกิโลเมตร และภารกิจพุ่งชนดาวเคราะห์น้อยแดง
ภารกิจ Emirates Mission to the Asteroid Belt หรือ EMA ถือเป็นก้าวสำคัญต่อยอดจากความสำเร็จของยานสำรวจดาวอังคาร Hope โดยยานแม่ MBR Explorer มีกำหนดเดินทางรวมระยะทางยาวไกลกว่า 5,000 ล้านกิโลเมตร ตลอดช่วงเวลา 8 ปี ในระหว่างทาง ยานจะใช้วิธีโคจรเฉียดดาวศุกร์ โลก และดาวอังคาร เพื่ออาศัยแรงโน้มถ่วงส่งตัวเข้าสู่อวกาศลึก
โดยยานจะบินผ่านและเก็บข้อมูลดาวเคราะห์น้อยเป้าหมาย 6 ดวงแรก ได้แก่ Westerwald, Chimaera, Rockox, Ghaf, Ousha และ Moza ก่อนจะเดินทางไปถึงเป้าหมายสุดท้ายในลำดับที่ 7 นั่นคือดาวเคราะห์น้อย 269 Justitia ในปี 2036
สำหรับดาวเคราะห์น้อย 269 Justitia มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 50 กิโลเมตร และมีความโดดเด่นด้วยโทนสีแดงเข้มอันเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งนักวิทยาศาสตร์สันนิษฐานว่าตัววัตถุอาจก่อตัวขึ้นบริเวณขอบนอกของระบบสุริยะก่อนจะย้ายมวลสารเข้ามา ทำให้ดาวเคราะห์น้อยดวงนี้อาจยังคงรักษาร่องรอยแร่ธาตุที่เกี่ยวข้องกับน้ำและสารอินทรีย์ยุคโบราณเอาไว้
เมื่อยานแม่เดินทางไปถึง จะทำการศึกษาจากวงโคจรนานประมาณ 7 เดือน ก่อนจะปล่อยยานลงจอดพุ่งตรงสู่พื้นผิวด้วยความเร็ว 15 ถึง 27 เมตรต่อวินาที การกระแทกดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อสร้างแอ่งหลุมขนาดเล็กสำหรับเปิดเผยสสารใต้ชั้นผิว ซึ่งระบบกล้องบนยานจะบันทึกภาพและส่งกลับมายังโลกในช่วงเวลาทำงาน 20 ถึง 50 นาทีสุดท้ายก่อนพลังงานแบตเตอรี่จะหมดลง
ปัญญาประดิษฐ์ไร้คนสั่งการ และเป้าหมายการเป็นผู้นำเศรษฐกิจอวกาศ
เงื่อนไขสำคัญของภารกิจนี้คือเรื่องเวลาและระบบการทำงานแบบอัตโนมัติ เนื่องจากหน้าต่างเวลาสำหรับการปล่อยยานอวกาศมีเพียงช่วงสั้นๆ 3 สัปดาห์ในเดือนมีนาคม ปี 2028 เท่านั้น หากพลาดโอกาสนี้ ตำแหน่งของดาวเคราะห์ต่างๆ จะไม่เอื้ออำนวยให้เดินทางได้อีกเป็นเวลานานกว่า 100 ปี
นอกจากนี้ ยานลงจอดจะถูกควบคุมด้วยระบบปัญญาประดิษฐ์หรือ AI อย่างสมบูรณ์แบบโดยไม่ต้องรอคำสั่งจากวิศวกรบนโลก ระบบ AI จะตัดสินใจบันทึกภาพ คัดกรองข้อมูลสำคัญ และส่งสัญญาณกลับมายังโลกทุกๆ 6 เดือนตลอดการเดินทาง
วิศวกรและนักวิทยาศาสตร์ท้องถิ่นของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ราว 50 คน ใช้เวลาสร้างและทดสอบยานลงจอดนี้จนเสร็จสิ้นภายในเวลาไม่ถึง 2 ปี แสดงถึงขีดความสามารถทางเทคโนโลยีอวกาศขั้นสูงของประเทศ
ทั้งนี้ รัฐบาลสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ตั้งเป้าหมายนำพาประเทศก้าวขึ้นสู่การเป็น 1 ใน 10 ผู้นำเศรษฐกิจอวกาศของโลกภายในปี 2031 โดยนำเทคโนโลยีที่ได้รับการพัฒนาในภารกิจนี้ไปประยุกต์ใช้กับโครงการอวกาศยุคใหม่อื่นๆ ในอนาคต
- มิติใหม่ ! เตรียมทดสอบส่ง “พลังงานไร้สาย” ระหว่างดาวเทียม
- เผยแนวคิด “ยานอวกาศ” กินตัวเองได้ ลดขยะ-ประหยัดงบ มุ่งเป้าภารกิจสำรวจระยะไกล
- การโจมตีของดาวเคราะห์น้อย ผู้กุมความลับมากมายบนอวกาศ?
- เครื่องบินอวกาศสุดลับ “X-37B” ของกองทัพอวกาศสหรัฐฯ ทำอะไรนอกโลกถึง 434 วัน
- ดาวเคราะห์น้อย 2024 YR4 ที่จะชนโลกอีก 7 ปีข้างหน้า โอกาสปะทะลดเหลือเกือบศูนย์แล้ว
ที่มาข้อมูล : Space, Technology Innovation Institute
ที่มารูปภาพ : Space, Technology Innovation Institute
