“รางวัลโนเบลสาขาเคมี 2026” ตกเป็นของคู่หูนักวิทยาศาสตร์ผู้ไขความลับ “โมเลกุลแบบภาพในกระจกเงา”

รางวัลโนเบล เป็นรางวัลเชิดชูเกียรติที่นักวิทยาศาสตร์ทุกคนฝันถึง เมื่อวันพุธที่ 7 ที่ผ่านมา ได้มีการประกาศรางวัลนี้ในสาขาเคมี โดย อองรี กากอง (Henri Kagan) และเคนโซ โซไอ (Kenso Soai) ได้คว้ารางวัลนี้ไป จากผลงานการไขปริศนาที่มีมาอย่างยาวนานเกี่ยวกับโมเลกุลที่ไม่สมมาตรในลักษณะภาพสะท้อนในกระจก หรือ mirror image ซึ่งเป็นการค้นพบที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่ออุตสาหกรรมการผลิตยา
คู่หูผู้ไขปริศนา
โซไอ (Soai) วัย 76 ปี เป็นนักวิทยาศาสตร์ชาวญี่ปุ่น ส่วนกากอง (Kagan) วัย 95 ปี เป็นนักวิทยาศาสตร์ชาวฝรั่งเศส โดยผลงานของพวกเขาทั้งสองคน เป็นการต่อยอดมาจากการค้นพบของ หลุยส์ ปาสเตอร์ (Louis Pasteur) นักเคมีชาวฝรั่งเศสในศตวรรษที่ 19
โซไอ กล่าวผ่านทางโทรศัพท์ในงานแถลงข่าวรางวัลโนเบลว่า วันนี้เป็นวันที่ตื่นเต้นที่สุดในชีวิตเขา และเขารู้สึกดีใจมากที่ได้รับรางวัลนี้รวมกันกับศาสตราจารย์อองรี กากอง (Henri Kagan) พร้อมเสริมว่าเขากำลังออกไปซื้อของชำตอนที่ได้รับข่าวนี้
ส่วนทางฝั่งของศาสตราจารย์อองรี กากอง (Henri Kagan) ถึงแม้สำนักข่าวรอยเตอร์จะยังไม่สามารถติดต่อเพื่อขอความเห็นในข่าวนี้ได้ แต่จากการสัมภาษณ์ เวรอนิก เลอ เดิงฟ์ (Veronique Le Deunff) บุตรสาวของอองรี เธอกล่าวว่า เธอรู้สึกมีความสุขมาก ที่ความคิดสร้างสรรค์และความแปลกใหม่ในผลงานของคุณพ่อของเธอได้เปิดหนทางใหม่ ๆ สำหรับการวิจัย
ในขณะที่ผู้นำประเทศของทั้งสองฝั่งก็ได้ออกมาแสดงความยินดีกับนักวิทยาศาสตร์ของประเทศตนเองเช่นกัน โดย ประธานาธิบดีของฝรั่งเศสอย่าง เอ็มมานูเอล มาครง (Emmanuel Macron) ได้แสดงความยินดีกับผู้ได้รับรางวัลผ่านทางแพลตฟอร์มเอ็กซ์ (X) โดยกล่าวว่าเป็นเกียรติยศอันยิ่งใหญ่สำหรับประเทศ ในด้านของนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ซานาเอะ ทากาอิจิ (Sanae Takaichi) ก็ได้กล่าวกับโซไอ (Soai) ว่า ในฐานะคนญี่ปุ่นคนหนึ่ง เขาภูมิใจในตัวโซไอมาก
สรุปข่าว
รางวัลโนเบล เป็นรางวัลเชิดชูเกียรติที่นักวิทยาศาสตร์ทุกคนฝันถึง เมื่อวันพุธที่ 7 ที่ผ่านมา ได้มีการประกาศรางวัลนี้ในสาขาเคมี โดย อองรี กากอง (Henri Kagan) และเคนโซ โซไอ (Kenso Soai) ได้คว้ารางวัลนี้ไป จากผลงานการไขปริศนาที่มีมาอย่างยาวนานเกี่ยวกับโมเลกุลที่ไม่สมมาตรในลักษณะภาพสะท้อนในกระจก หรือ mirror image ซึ่งเป็นการค้นพบที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่ออุตสาหกรรมการผลิตยา
คู่หูผู้ไขปริศนา
โซไอ (Soai) วัย 76 ปี เป็นนักวิทยาศาสตร์ชาวญี่ปุ่น ส่วนกากอง (Kagan) วัย 95 ปี เป็นนักวิทยาศาสตร์ชาวฝรั่งเศส โดยผลงานของพวกเขาทั้งสองคน เป็นการต่อยอดมาจากการค้นพบของ หลุยส์ ปาสเตอร์ (Louis Pasteur) นักเคมีชาวฝรั่งเศสในศตวรรษที่ 19
โซไอ กล่าวผ่านทางโทรศัพท์ในงานแถลงข่าวรางวัลโนเบลว่า วันนี้เป็นวันที่ตื่นเต้นที่สุดในชีวิตเขา และเขารู้สึกดีใจมากที่ได้รับรางวัลนี้รวมกันกับศาสตราจารย์อองรี กากอง (Henri Kagan) พร้อมเสริมว่าเขากำลังออกไปซื้อของชำตอนที่ได้รับข่าวนี้
ส่วนทางฝั่งของศาสตราจารย์อองรี กากอง (Henri Kagan) ถึงแม้สำนักข่าวรอยเตอร์จะยังไม่สามารถติดต่อเพื่อขอความเห็นในข่าวนี้ได้ แต่จากการสัมภาษณ์ เวรอนิก เลอ เดิงฟ์ (Veronique Le Deunff) บุตรสาวของอองรี เธอกล่าวว่า เธอรู้สึกมีความสุขมาก ที่ความคิดสร้างสรรค์และความแปลกใหม่ในผลงานของคุณพ่อของเธอได้เปิดหนทางใหม่ ๆ สำหรับการวิจัย
ในขณะที่ผู้นำประเทศของทั้งสองฝั่งก็ได้ออกมาแสดงความยินดีกับนักวิทยาศาสตร์ของประเทศตนเองเช่นกัน โดย ประธานาธิบดีของฝรั่งเศสอย่าง เอ็มมานูเอล มาครง (Emmanuel Macron) ได้แสดงความยินดีกับผู้ได้รับรางวัลผ่านทางแพลตฟอร์มเอ็กซ์ (X) โดยกล่าวว่าเป็นเกียรติยศอันยิ่งใหญ่สำหรับประเทศ ในด้านของนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ซานาเอะ ทากาอิจิ (Sanae Takaichi) ก็ได้กล่าวกับโซไอ (Soai) ว่า ในฐานะคนญี่ปุ่นคนหนึ่ง เขาภูมิใจในตัวโซไอมาก
โมเลกุลแบบ 'มือขวา' และ 'มือซ้าย'
ในด้านของผลงานที่ได้รับรางวัล เป็นการอธิบายถึงรูปแบบโมเลกุล โดยโมเลกุลทั้งหลายที่จำเป็นต่อสิ่งมีชีวิตมีอยู่สองรูปแบบที่เป็นภาพสะท้อนในกระจกของกันและกัน เปรียบเสมือนมือซ้ายและมือขวา ทว่าสิ่งมีชีวิตส่วนใหญ่กลับเลือกใช้เพียงรูปแบบเดียวเท่านั้น ปรากฏการณ์นี้เรียกว่า โฮโมไคราลิตี (homochirality) และเป็นสิ่งที่สร้างความฉงนให้กับนักเคมีมานานกว่าศตวรรษ
รางวัลในปีนี้มอบให้แก่ผลงานการค้นพบที่แสดงให้เห็นว่า ปฏิกิริยาเคมีสามารถถูกควบคุมให้เกิดผลิตภัณฑ์ที่เป็นโมเลกุลภาพสะท้อนกระจกเงาเพียงรูปแบบเดียวได้ ซึ่งถือเป็นกุญแจสำคัญสำหรับนักเคมีในการออกแบบปฏิกิริยาเพื่อผลิตยารักษาโรค
ปีเตอร์ ซอมไฟ (Peter Somfai) สมาชิกคณะกรรมการรางวัลโนเบลสาขาเคมีกล่าวว่า ยาในรูปแบบ 'มือซ้าย' อาจให้ผลลัพธ์อย่างหนึ่ง ในขณะที่ รูปแบบ 'มือขวา' อาจให้ผลลัพธ์อีกอย่างหนึ่ง ดังนั้นเราจึงจำเป็นต้องมีวิธีการเตรียมสารเหล่านี้โดยสามารถเลือกเจาะจงรูปแบบที่ต้องการได้ และยังกล่าวอีกว่า การค้นพบของผู้ได้รับรางวัลในปีนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาวิธีการดังกล่าว เพราะได้มอบเครื่องมืออันทรงประสิทธิภาพสำหรับการดำเนินการนี้
ต่อยอดจากผลงานของหลุยส์ ปาสเตอร์
งานชิ้นนี้เป็นการต่อยอดงานของ หลุยส์ ปาสเตอร์ (Louis Pasteur) นักวิทยาศาสตร์ผู้สร้างคุณประโยชน์มากมายแก่วงการวิทยาศาสตร์ทางการแพทย์ โดยขณะที่หลุยส์กำลังศึกษาเรื่อง กรดทาร์ทาริก (tartaric acid) ซึ่งมีความสำคัญต่อกระบวนการผลิตไวน์ เขาพบว่าแบคทีเรียจะหมักกรดทาร์ทาริกเพียงรูปแบบเดียวจากสองรูปแบบที่มีอยู่ นั่นคือรูปแบบที่พบได้ตามธรรมชาติ ส่วนอีกรูปแบบหนึ่งนั้นไม่เกิดกระบวนการหมักแต่อย่างใด
การค้นพบนี้ของหลุยส์ (Loius) พิสูจน์ให้เห็นว่าสารบางชนิดมีอยู่สองรูปแบบ และมีคุณสมบัติแตกต่างกัน ซึ่งบางครั้งรูปแบบหนึ่งอาจส่งผลเสียร้ายแรงต่อสุขภาพได้ แต่โจทย์เรื่อง “วิธีการสร้างสารให้ได้รูปแบบที่ต้องการ” ณ ตอนนั้นยังไม่มีใครรู้ จนกระทั่งกากอง (Kagan) และโซไอ (Soai) ประสบความสำเร็จในการสร้างปฏิกิริยาแบบอสมมาตร (asymmetric reactions) ซึ่งทำให้เกิดผลิตภัณฑ์ในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งออกมาในปริมาณที่มากกว่าอีกรูปแบบหนึ่งนั่นเอง
