ผู้ป่วยสมองพิการวัย 16 ใช้อุปกรณ์ตรวจจับตา สอบผ่าน GCSE โดยใช้เวลา 4 เดือน

โรคสมองพิการ หรือ cerebral palsy เป็นหนึ่งในโรคที่สร้างอุปสรรคจำนวนมากให้กับผู้ป่วย เนื่องจาก โรคนี้ เป็นกลุ่มความผิดปกติทางระบบประสาทที่ส่งผลต่อการเคลื่อนไหว ท่าทาง และการทรงตัว ซึ่งเกิดจากความเสียหายของสมองในช่วงที่กำลังพัฒนา แต่โรคนี้กลับไม่ได้หยุดเด็กชายวัย 16 ปีจากการพิชิตข้อสอบภาคบังคับของนักเรียนในสหราชอาณาจักร ด้วยการใช้เทคโนโลยีติดตามการเคลื่อนไหวของดวงตา (eye-tracking technology) ที่ช่วยให้เขาสามารถสอบผ่านทั้ง 7 วิชาได้
Patrick MaCabe
แพทริก แมกเคบ (Patrick McCabe) เด็กหนุ่มวัย 16 ปี จากเมืองแมกเคิลส์ฟีลด์ (Macclesfield) เขตเชชเชียร์ (Cheshire) สหราชอาณาจักร มักเป็นที่สะดุดตาท่ามกลางเพื่อน ๆ ในโรงเรียน เพราะเขาจะนั่งอยู่บนรถเข็นไฟฟ้าเสมอ เนื่องจากอาการป่วยที่เกิดขึ้นกับสมอง
แพทริก (Patrick) เป็นเด็กที่มีนิสัยขี้เล่น ช่างคิด พูดจาฉะฉาน มีอารมณ์ขัน เฉลียวฉลาด และจริงใจ โดยเขาบอกเล่ากับหนังสือพิมพ์เดอะการ์เดียน (The Guardian) สำนักพิมพ์ต่างประเทศ ผ่านอุปกรณ์ช่วยสื่อสาร (Augmentative and Alternative Communication: AAC) ว่า ชีวิตในโรงเรียนถือเป็นประสบการณ์ที่ดีสำหรับเขา เขาเกิดที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์และย้ายกลับมายังอังกฤษเมื่ออายุ 6 ขวบ นับแต่นั้นมาเขาก็เข้าเรียนในโรงเรียนทั่วไปในท้องถิ่น เพราะต้องการเรียนรู้เหมือนกับคนอื่นๆ
สรุปข่าว
โรคสมองพิการ หรือ cerebral palsy เป็นหนึ่งในโรคที่สร้างอุปสรรคจำนวนมากให้กับผู้ป่วย เนื่องจาก โรคนี้ เป็นกลุ่มความผิดปกติทางระบบประสาทที่ส่งผลต่อการเคลื่อนไหว ท่าทาง และการทรงตัว ซึ่งเกิดจากความเสียหายของสมองในช่วงที่กำลังพัฒนา แต่โรคนี้กลับไม่ได้หยุดเด็กชายวัย 16 ปีจากการพิชิตข้อสอบภาคบังคับของนักเรียนในสหราชอาณาจักร ด้วยการใช้เทคโนโลยีติดตามการเคลื่อนไหวของดวงตา (eye-tracking technology) ที่ช่วยให้เขาสามารถสอบผ่านทั้ง 7 วิชาได้
Patrick MaCabe
แพทริก แมกเคบ (Patrick McCabe) เด็กหนุ่มวัย 16 ปี จากเมืองแมกเคิลส์ฟีลด์ (Macclesfield) เขตเชชเชียร์ (Cheshire) สหราชอาณาจักร มักเป็นที่สะดุดตาท่ามกลางเพื่อน ๆ ในโรงเรียน เพราะเขาจะนั่งอยู่บนรถเข็นไฟฟ้าเสมอ เนื่องจากอาการป่วยที่เกิดขึ้นกับสมอง
แพทริก (Patrick) เป็นเด็กที่มีนิสัยขี้เล่น ช่างคิด พูดจาฉะฉาน มีอารมณ์ขัน เฉลียวฉลาด และจริงใจ โดยเขาบอกเล่ากับหนังสือพิมพ์เดอะการ์เดียน (The Guardian) สำนักพิมพ์ต่างประเทศ ผ่านอุปกรณ์ช่วยสื่อสาร (Augmentative and Alternative Communication: AAC) ว่า ชีวิตในโรงเรียนถือเป็นประสบการณ์ที่ดีสำหรับเขา เขาเกิดที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์และย้ายกลับมายังอังกฤษเมื่ออายุ 6 ขวบ นับแต่นั้นมาเขาก็เข้าเรียนในโรงเรียนทั่วไปในท้องถิ่น เพราะต้องการเรียนรู้เหมือนกับคนอื่นๆ
การสอบ GCSE
และหนึ่งในความท้าทายในการเรียนรู้ของแพทริก ก็คือการสอบ จีซีเอสอี (GCSE) การทดสอบวัดความรู้ระดับมัธยมศึกษาของสหราชอาณาจักร สำหรับนักเรียนอายุประมาณ 14–16 ปี โดยสามารถเลือกสอบประมาณ 6–10 วิชา และมีวิชาหลักอย่างคณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และวิทยาศาสตร์
สำหรับการสอบในครั้งนี้ของแพทริก (Patrick) ถือเป็นเรื่องราวที่น่าจดจำ เนื่องจากเขาต้องใช้เวลาถึง 4 เดือนในการทำข้อสอบ โดยอาศัยเทคโนโลยีติดตามการเคลื่อนไหวของดวงตา (eye-tracking technology) ซึ่งทำงานโดยการใช้แสงอินฟราเรดส่องไปที่ดวงตาและใช้กล้องความละเอียดสูงบันทึกภาพสะท้อน เพื่อคำนวณหาตำแหน่งที่สายตากำลังมองอยู่
เทคโนโลยี Eye-tracking technology
เทคโนโลยีสำหรับการอำนวยความสะดวกที่ใช้การควบคุมด้วยสายตา มีศักยภาพในการเปิดโอกาสให้ผู้ป่วยที่มีความบกพร่องทางร่างกายอย่างรุนแรงสามารถสื่อสารและทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้
สำหรับอุปกรณ์เทคโนโลยีขั้นสูง อุปกรณ์กลุ่มนี้มักใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยและมีฟังก์ชันการทำงานที่หลากหลาย เช่น การแปลงข้อความเป็นเสียงพูด (Text-to-speech) หน้าจอแสดงผลแบบปรับเปลี่ยนได้ (Dynamic displays) อุปกรณ์สร้างเสียงพูด (Speech-Generating Devices หรือ SGDs) โดยใช้อัลกอริทึมหรือซอฟต์แวร์ในการแปลงข้อความที่พิมพ์หรือสัญลักษณ์ที่เลือกไว้ให้เป็นเสียงพูด
สำหรับอุปกรณ์เทคโนโลยีระดับพื้นฐาน มักอุปกรณ์กลุ่มนี้ไม่ต้องใช้พลังงานไฟฟ้าและใช้งานง่าย โดยจะประกอบด้วยกระดานสื่อสาร (Communication Boards) ท่าทางและภาษามือ (Gestures and Sign Language) มักถูกนำมาใช้เป็นส่วนหนึ่งของการสื่อสารเสริม ช่วยให้สื่อสารได้โดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ใด ๆ
เขากล่าวว่า สิ่งที่ยากที่สุดสำหรับผู้เป็นโรคทางสมองแบบเขา คือการสร้างความสัมพันธ์ที่มีความหมาย เนื่องจากอุปสรรคด้านการสื่อสารนั้นมีอยู่จริง เขากล่าวว่า ผู้คนมักไม่คุ้นเคยกับเทคโนโลยีการติดตามการเคลื่อนที่ของสายตา (Eye-tracking technology) รวมถึงผู้คนไม่ได้เต็มใจหรือพร้อมที่จะเปิดโอกาสให้เทคโนโลยีนี้เข้ามามีส่วนร่วมในการสร้างมิตรภาพ
อย่างไรก็ตาม เรื่องราวของแพทริก (Patrick) ยังแสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงที่จำเป็น หากต้องการให้ระบบการศึกษาและการวัดผลในอังกฤษมีความเป็นระบบที่เปิดกว้างและรองรับทุกคนอย่างแท้จริง ประสบการณ์ของเขาชี้ให้เห็นว่าการสอบนั้นยังห่างไกลจากการเป็นสิ่งที่ทุกคนเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม ทั้งครอบครัวและทางโรงเรียนต่างระบุว่า ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านก็ไม่ได้มีพร้อมเสมอไป รวมถึงด้านงบประมาณสนับสนุนที่ยังคงขาดแคลน
ท้ายที่สุด ด้วยความพยายามของแพทริก (Patrick) เขาสามารถสอบผ่านหลักสูตร GCSE ได้ครบทั้ง 7 วิชา โดยใช้เทคโนโลยีตรวจจับสายตา (Eye-tracking technology) ในการทำข้อสอบ โดยใช้เวลากว่า 4 เดือนเต็ม แพทริกมองว่า หากในอนาคต เขาสอบเอเลเวล (A-levels) ซึ่งเป็นข้อสอบก่อนเข้ามหาวิทยาลัยเสร็จสิ้น เขาอยากจะเข้าเรียนต่อด้านสื่อที่มหาวิทยาลัย เพื่อพัฒนาองค์ความรู้ด้านการสื่อสารต่อไป
ที่มาข้อมูล : The Guardian, Advanced Therapy Clinic, National Library of Medicine (US)
ที่มารูปภาพ : YouTube/ Fallibroome Academy Performing Arts
