“TikTok” ยอมจ่าย เพิ่มข้อจำกัดสำหรับผู้ใช้วัยรุ่น หลีกเลี่ยงการพิจารณาคดีด้วยการประนีประนอม

Share on Line Share on Facebook Share on X
“TikTok” ยอมจ่าย เพิ่มข้อจำกัดสำหรับผู้ใช้วัยรุ่น หลีกเลี่ยงการพิจารณาคดีด้วยการประนีประนอม

ติ๊กต็อก (TikTok) แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียแบบคลิปสั้นยอดนิยม ตกลงยินยอมจ่ายเงินให้รัฐอะลาบามา (Alabama) ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นจำนวนเงินอย่างน้อย 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 3 พันล้านบาท และเพิ่มข้อจำกัดด้านเวลาการใช้งาน รวมถึงข้อจำกัดอื่น ๆ สำหรับผู้ใช้ที่เป็นวัยรุ่น โดยถือเป็นการหลีกเลี่ยงการพิจารณาคดีด้วยการประนีประนอม ซึ่งมีรูปแบบคล้ายกับข้อตกลงล่าสุดของ Meta เจ้าของแพลตฟอร์มดังอย่าง Instagram กับรัฐต่าง ๆ ในสหรัฐฯ

ข้อตกลงระหว่างติ๊กต็อกและรัฐอะลาบามา

ตามเดิม ก่อนที่จะมีการประนีประนอม การพิจารณาคดีจะเริ่มในวันจันทร์ที่ 28 กันยายน จากข้อกล่าวหาของรัฐอะลาบามาที่ว่า ติ๊กต็อก (TikTok) ทำให้ผู้ปกครองเข้าใจผิดเกี่ยวกับเครื่องมือที่ออกแบบมาเพื่อปกป้องเด็กจากเนื้อหาที่เป็นอันอันตราย

การประนีประนอมของติ๊กต็อก (TikTok) กับรัฐอะลาบามานั้น คล้ายคลึงกับข้อกำหนดด้านความปลอดภัยที่เมตา (Meta) ตกลงในคดีความระหว่างเมตาและหลายรัฐในสหรัฐฯ เช่น การจำกัดเวลาใช้งานสองชั่วโมงต่อวันสำหรับวัยรุ่น การจำกัดการเข้าถึงตั้งแต่เที่ยงคืนถึง 6 โมงเช้า และการระงับการแจ้งเตือนในช่วงเวลาเรียน

นอกจากนี้ยังจะเสริมความเข้มงวดในการตรวจสอบอายุ การห้ามใช้ฟิลเตอร์ (filter) ความงามสำหรับวัยรุ่น และนำเสนอเนื้อหาที่ไม่ปรับแต่งเฉพาะบุคคล (non-personalized) ให้กับผู้ใช้อายุน้อย

ภายใต้ข้อตกลงนี้ TikTok จะจ่ายเงิน 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 3 พันล้านบาท ให้กับรัฐอะลาบามา และอาจต้องจ่ายมากถึง 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1 หมื่นล้านบาท หากอัยการสูงสุดของรัฐอื่น ๆ อีก 40 รัฐลงนามในข้อตกลงที่คล้ายกันกับบริษัทภายในกรอบเวลาที่กำหนด


สรุปข่าว

TikTok ยอมประนีประนอมคดีกับรัฐอะลาบามา โดยจ่ายเงิน 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และอาจเพิ่มเป็น 300 ล้านดอลลาร์ หากอีก 40 รัฐเข้าร่วมข้อตกลงภายในเวลาที่กำหนด แพลตฟอร์มจะเพิ่มมาตรการคุ้มครองวัยรุ่น เช่น จำกัดการใช้งานวันละ 2 ชั่วโมง ปิดแจ้งเตือนช่วงเรียน จำกัดการเข้าถึงยามค่ำคืน ตรวจสอบอายุเข้มงวด และห้ามใช้ฟิลเตอร์ความงาม ข้อตกลงช่วยให้ TikTok หลีกเลี่ยงการขึ้นศาลในคดีที่กล่าวหาว่าบริษัททำให้ผู้ปกครองเข้าใจผิดเกี่ยวกับประสิทธิภาพของเครื่องมือป้องกันเนื้อหาอันตรายสำหรับเด็ก

ติ๊กต็อก (TikTok) แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียแบบคลิปสั้นยอดนิยม ตกลงยินยอมจ่ายเงินให้รัฐอะลาบามา (Alabama) ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นจำนวนเงินอย่างน้อย 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 3 พันล้านบาท และเพิ่มข้อจำกัดด้านเวลาการใช้งาน รวมถึงข้อจำกัดอื่น ๆ สำหรับผู้ใช้ที่เป็นวัยรุ่น โดยถือเป็นการหลีกเลี่ยงการพิจารณาคดีด้วยการประนีประนอม ซึ่งมีรูปแบบคล้ายกับข้อตกลงล่าสุดของ Meta เจ้าของแพลตฟอร์มดังอย่าง Instagram กับรัฐต่าง ๆ ในสหรัฐฯ

ข้อตกลงระหว่างติ๊กต็อกและรัฐอะลาบามา

ตามเดิม ก่อนที่จะมีการประนีประนอม การพิจารณาคดีจะเริ่มในวันจันทร์ที่ 28 กันยายน จากข้อกล่าวหาของรัฐอะลาบามาที่ว่า ติ๊กต็อก (TikTok) ทำให้ผู้ปกครองเข้าใจผิดเกี่ยวกับเครื่องมือที่ออกแบบมาเพื่อปกป้องเด็กจากเนื้อหาที่เป็นอันอันตราย

การประนีประนอมของติ๊กต็อก (TikTok) กับรัฐอะลาบามานั้น คล้ายคลึงกับข้อกำหนดด้านความปลอดภัยที่เมตา (Meta) ตกลงในคดีความระหว่างเมตาและหลายรัฐในสหรัฐฯ เช่น การจำกัดเวลาใช้งานสองชั่วโมงต่อวันสำหรับวัยรุ่น การจำกัดการเข้าถึงตั้งแต่เที่ยงคืนถึง 6 โมงเช้า และการระงับการแจ้งเตือนในช่วงเวลาเรียน

นอกจากนี้ยังจะเสริมความเข้มงวดในการตรวจสอบอายุ การห้ามใช้ฟิลเตอร์ (filter) ความงามสำหรับวัยรุ่น และนำเสนอเนื้อหาที่ไม่ปรับแต่งเฉพาะบุคคล (non-personalized) ให้กับผู้ใช้อายุน้อย

ภายใต้ข้อตกลงนี้ TikTok จะจ่ายเงิน 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 3 พันล้านบาท ให้กับรัฐอะลาบามา และอาจต้องจ่ายมากถึง 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1 หมื่นล้านบาท หากอัยการสูงสุดของรัฐอื่น ๆ อีก 40 รัฐลงนามในข้อตกลงที่คล้ายกันกับบริษัทภายในกรอบเวลาที่กำหนด


เป้าหมายของการปรับเปลี่ยนของแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย

โฆษกของติ๊กต็อก ได้กล่าวกับสำนักข่าว AFP สำนักข่าวต่างประเทศว่า ความสำคัญลำดับแรก ๆ ที่ทางติ๊กต็อกยึดถือ คือการสร้างพื้นที่ที่ปลอดภัย ที่ผู้คนสามารถคิดสร้างสรรค์ ค้นพบสิ่งที่ตนชอบ และเชื่อมต่อกับชุมชน (Community) ของตนได้เสมอ ซึ่งเป็นการต่อยอดจากเป้าหมายหลักในการพัฒนาเครื่องมือด้านความปลอดภัยให้มีประสิทธิภาพ เพื่อปกป้องวัยรุ่น


ทางเลือกที่อาจจะปลอดภัยกว่าสำหรับบริษัท

หากเข้าสู่กระบวนการพิจารณาคดีติ๊กต็อก (TikTok) อาจต้องเผชิญกับการตรวจสอบจากสาธารณชนอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ในด้านของวิธีการจัดการด้านความปลอดภัย โดยเอกสารของบริษัทและคำให้การของผู้บริหารอาจถูกเปิดเผยต่อสาธารณะในระหว่างการพิจารณาคดี

เดิมทีรัฐอะลาบามาได้ยื่นฟ้องติ๊กต็อก (TikTok) และไบท์แดนซ์ (ByteDance) บริษัทแม่สัญชาติจีน เมื่อเดือนเมษายน ปี 2568 โดยกล่าวหาว่าแอปพลิเคชันดังกล่าวถูกออกแบบมาเพื่อดึงดูดให้ผู้ใช้งานที่เป็นเยาวชนเกิดอาการเสพติด เปรียบเสมือนเครื่องพนันที่ทำงานซับซ้อน

แต่ต่อมา รัฐได้จำกัดขอบเขตคดีโดยมุ่งเน้นไปที่ข้อกล่าวหาภายใต้กฎหมายว่าด้วยการปฏิบัติทางการค้าที่หลอกลวง (Deceptive Trade Practices Act) ของรัฐอะลาบามา โดยเน้นประเด็นว่าติ๊กต็อก (TikTok) ให้ข้อมูลเท็จเกี่ยวกับประสิทธิภาพของฟีเจอร์ต่างๆ เช่น โหมดจำกัดเนื้อหา (Restricted Mode) และ โหมดสำหรับเด็ก (Kids Mode)

คำฟ้องกล่าวหาว่าติ๊กต็อก (TikTok) กล่าวเท็จว่า แพลตฟอร์มมีการจำกัดการเข้าถึงเนื้อหาเกี่ยวกับเรื่องเพศและความรุนแรงสำหรับผู้ใช้งานที่เป็นเยาวชน เพื่อให้แอปพลิเคชันถูกจัดเป็นแอปที่มีความปลอดภัยสำหรับวัยรุ่น อีกทั้งยังทำให้ผู้ใช้งานเข้าใจผิดเกี่ยวกับการที่รัฐบาลจีนสามารถเข้าถึงข้อมูลของผู้ใช้งานในสหรัฐฯ ได้

ติ๊กต็อก (TikTok) ระบุว่าบริษัทออกแบบแพลตฟอร์มโดยให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยของวัยรุ่น และโต้แย้งว่ามาตรา 230 ของกฎหมายว่าด้วยความเหมาะสมในการสื่อสาร (Communications Decency Act) ของรัฐบาลกลาง ช่วยคุ้มครองแพลตฟอร์มออนไลน์จากการต้องรับผิดชอบต่อเนื้อหาที่สร้างขึ้นโดยผู้ใช้งาน

ที่มาข้อมูล : The Guardian

ที่มารูปภาพ : Getty Images