วิจัยพบลดสนามแม่เหล็กโลก ยืดอายุเซลล์ โยงรักษาพาร์กินสัน

Share on Line Share on Facebook Share on X
วิจัยพบลดสนามแม่เหล็กโลก ยืดอายุเซลล์ โยงรักษาพาร์กินสัน

สนามแม่เหล็กโลกที่อยู่รอบตัวเราตลอดเวลาอาจมีบทบาทต่อสิ่งมีชีวิตมากกว่าการช่วยสัตว์บางชนิดนำทาง ล่าสุดทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยน็อตติงแฮม (University of Nottingham) ประเทศอังกฤษ พบหลักฐานจากการทดลองในแมลงหวี่ว่า การลดสนามแม่เหล็กลงจนเกือบเป็นศูนย์สามารถเปลี่ยนการทำงานของไมโทคอนเดรีย สมรรถภาพทางกาย และอายุขัยได้ โดยผลลัพธ์แตกต่างกันอย่างชัดเจนระหว่างแมลงหวี่ปกติกับแมลงหวี่ที่มีความผิดปกติของยีนที่เกี่ยวข้องกับโรคพาร์กินสันในมนุษย์

งานวิจัยนำโดย เจคอบ รีด (Jacob Reed) และศาสตราจารย์ลิซา ชาครราบาร์ตี (Lisa Chakrabarti) จากคณะสัตวแพทยศาสตร์และวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยน็อตติงแฮม ร่วมกับนักวิจัยด้านฟิสิกส์ วิศวกรรม และเภสัชศาสตร์ ก่อนเผยแพร่ในวารสารเอจจิง (Aging) เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2026 โดยนักวิจัยต้องการตอบคำถามพื้นฐานว่า สนามแม่เหล็กโลกซึ่งสิ่งมีชีวิตวิวัฒนาการอยู่ภายใต้อิทธิพลมาอย่างยาวนาน มีผลโดยตรงต่อกระบวนการภายในเซลล์หรือไม่ 

สรุปข่าว

งานวิจัยล่าสุดจากอังกฤษพบว่าสภาวะสนามแม่เหล็กต่ำส่งผลต่อระบบสร้างพลังงานของเซลล์ ช่วยยืดอายุแมลงหวี่ที่มีความผิดปกติทางพันธุกรรมได้ การค้นพบนี้เปิดแนวทางใหม่ในการศึกษาโรคความเสื่อมของระบบประสาท และเป็นประโยชน์ต่อความเข้าใจด้านสุขภาพของนักบินอวกาศในระยะยาว

สนามแม่เหล็กโลกที่อยู่รอบตัวเราตลอดเวลาอาจมีบทบาทต่อสิ่งมีชีวิตมากกว่าการช่วยสัตว์บางชนิดนำทาง ล่าสุดทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยน็อตติงแฮม (University of Nottingham) ประเทศอังกฤษ พบหลักฐานจากการทดลองในแมลงหวี่ว่า การลดสนามแม่เหล็กลงจนเกือบเป็นศูนย์สามารถเปลี่ยนการทำงานของไมโทคอนเดรีย สมรรถภาพทางกาย และอายุขัยได้ โดยผลลัพธ์แตกต่างกันอย่างชัดเจนระหว่างแมลงหวี่ปกติกับแมลงหวี่ที่มีความผิดปกติของยีนที่เกี่ยวข้องกับโรคพาร์กินสันในมนุษย์

งานวิจัยนำโดย เจคอบ รีด (Jacob Reed) และศาสตราจารย์ลิซา ชาครราบาร์ตี (Lisa Chakrabarti) จากคณะสัตวแพทยศาสตร์และวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยน็อตติงแฮม ร่วมกับนักวิจัยด้านฟิสิกส์ วิศวกรรม และเภสัชศาสตร์ ก่อนเผยแพร่ในวารสารเอจจิง (Aging) เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2026 โดยนักวิจัยต้องการตอบคำถามพื้นฐานว่า สนามแม่เหล็กโลกซึ่งสิ่งมีชีวิตวิวัฒนาการอยู่ภายใต้อิทธิพลมาอย่างยาวนาน มีผลโดยตรงต่อกระบวนการภายในเซลล์หรือไม่ 

⬛️ ลดสนามแม่เหล็กโลกเหลือเพียง 5 นาโนเทสลา

ทีมวิจัยสร้างสภาวะสนามแม่เหล็กต่ำ หรือไฮโปแมกเนติกฟิลด์ (Hypomagnetic Field: HMF) ด้วยอุปกรณ์กำบังสนามแม่เหล็ก MuMagnetic GA4 ทำให้สนามภายในเหลือประมาณ 5 นาโนเทสลา ต่ำกว่าสนามแม่เหล็กโลกตามธรรมชาติซึ่งอยู่ในช่วงประมาณ 25-60 ไมโครเทสลาอย่างมาก จากนั้นนำแมลงหวี่เพศผู้มาเปรียบเทียบระหว่างกลุ่มปกติและกลุ่มที่สูญเสียการทำงานของยีน Pink1 ซึ่งใช้เป็นแบบจำลองศึกษาความผิดปกติของไมโทคอนเดรียและโรคพาร์กินสันระยะเริ่มต้น

แมลงหวี่ถูกนำเข้าสู่สภาวะสนามแม่เหล็กต่ำตั้งแต่อายุ 10 หรือ 20 วัน และอยู่ในสภาพดังกล่าวต่อเนื่องระหว่างการทดลอง โดยกลุ่มควบคุมถูกเลี้ยงภายใต้สภาพแสง เสียง และอุณหภูมิใกล้เคียงกัน นักวิจัยติดตามทั้งการรอดชีวิต ความสามารถในการไต่ การหายใจระดับไมโทคอนเดรีย และการเกิดอนุมูลอิสระ เพื่อดูว่าการเปลี่ยนสนามแม่เหล็กส่งผลต่อร่างกายในหลายระดับอย่างไร

⬛️ แมลงหวี่ยีน Pink1 อายุยืนขึ้นประมาณ 20%

ผลที่น่าสนใจที่สุดเกิดขึ้นในแมลงหวี่ที่สูญเสียการทำงานของยีน Pink1 เมื่ออยู่ในสนามแม่เหล็กต่ำ อายุขัยของแมลงหวี่กลุ่มนี้เพิ่มขึ้นประมาณ 20% เมื่อเทียบกับกลุ่ม Pink1 ที่อยู่ภายใต้สนามแม่เหล็กโลกตามปกติ อย่างไรก็ตาม อายุที่เพิ่มขึ้นไม่ได้หมายความว่าสุขภาพทุกด้านดีขึ้น เพราะความสามารถในการไต่กลับลดลงอย่างชัดเจน

ผลลัพธ์ในแมลงหวี่ปกติกลับเป็นไปอีกทางหนึ่ง เมื่อได้รับสนามแม่เหล็กต่ำ อายุขัยลดลง แต่ความสามารถในการเคลื่อนไหวดีขึ้น ความแตกต่างนี้เป็นจุดสำคัญของงานวิจัย เพราะแสดงให้เห็นว่าการตอบสนองต่อสนามแม่เหล็กไม่ได้ให้ผลดีหรือผลเสียแบบเดียวกันในสิ่งมีชีวิตทุกสภาวะ แต่ขึ้นอยู่กับพื้นฐานทางพันธุกรรมและสภาพการทำงานของไมโทคอนเดรียด้วย

⬛️ ไมโทคอนเดรียอาจเป็นกุญแจสำคัญ

เมื่อนักวิจัยตรวจสอบระดับเซลล์ด้วยเครื่องวัดการหายใจความละเอียดสูง พบว่าสภาวะสนามแม่เหล็กต่ำเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของระบบสร้างพลังงานในไมโทคอนเดรีย โดยเฉพาะไมโทคอนเดรียลคอมเพล็กซ์ทู (Mitochondrial Complex II) ขณะเดียวกัน การใช้เซนเซอร์ควอนตัมจากศูนย์ไนโตรเจนว่างในนาโนไดมอนด์ หรือ NV Centre ยังตรวจพบการเปลี่ยนแปลงของอนุมูลอิสระ รวมถึงซูเปอร์ออกไซด์ หลังได้รับสนามแม่เหล็กต่ำ

อย่างไรก็ตาม รายละเอียดมีความซับซ้อนกว่าการสรุปว่าสนามแม่เหล็กต่ำกระตุ้น Complex II แล้วทำให้อายุยืนโดยตรง เพราะการเพิ่มกิจกรรมของ Complex II มีนัยสำคัญทางสถิติชัดเจนในแมลงหวี่ปกติ 

ส่วนในกลุ่ม Pink1 แนวโน้มการเพิ่มขึ้นของ Complex II เมื่อวิเคราะห์แยกยังไม่ถึงระดับนัยสำคัญทางสถิติ นักวิจัยจึงเสนอเป็นสมมติฐานว่า การเปลี่ยนเส้นทางการสร้างพลังงานและการจัดการอนุมูลอิสระอาจช่วยชดเชยความผิดปกติของไมโทคอนเดรียในกลุ่ม Pink1 และมีส่วนเกี่ยวข้องกับอายุขัยที่เพิ่มขึ้น

⬛️ เปิดแนวทางศึกษาความชราและโรคทางระบบประสาท

ผลการทดลองทำให้สนามแม่เหล็กต่ำกลายเป็นอีกปัจจัยที่น่าสนใจสำหรับการศึกษาความชราและโรคที่เกี่ยวข้องกับความผิดปกติของไมโทคอนเดรีย นักวิจัยมองว่า ในอนาคตการควบคุมความเข้มของสนามแม่เหล็กอาจเป็นแนวทางแบบไม่รุกล้ำร่างกายสำหรับปรับการทำงานของไมโทคอนเดรีย และอาจช่วยให้นักวิทยาศาสตร์เข้าใจกระบวนการของโรคทางระบบประสาทได้มากขึ้น

แต่ผลการศึกษานี้ยังไม่ใช่หลักฐานว่าสนามแม่เหล็กต่ำสามารถรักษาโรคพาร์กินสันหรืออัลไซเมอร์ในมนุษย์ได้ การทดลองดำเนินการในแมลงหวี่ และแบบจำลอง Pink1 จำลองเพียงบางลักษณะของโรคพาร์กินสันเท่านั้น จึงจำเป็นต้องมีการทดลองในเซลล์มนุษย์ สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม และการศึกษาทางคลินิกอีกหลายขั้นตอน ก่อนจะประเมินได้ว่าแนวทางดังกล่าวสามารถนำมาใช้รักษาผู้ป่วยได้จริงหรือไม่

⬛️ สำคัญต่อมนุษย์ที่ต้องเดินทางไกลในอวกาศ

งานวิจัยยังเกี่ยวข้องกับการสำรวจอวกาศ เพราะมนุษย์ที่เดินทางออกห่างจากโลกจะเข้าสู่สภาพแวดล้อมทางแม่เหล็กและรังสีที่แตกต่างจากบนพื้นโลก การศึกษาว่าเซลล์ตอบสนองต่อสนามแม่เหล็กที่อ่อนมากอย่างไร จึงอาจช่วยให้เข้าใจความเสี่ยงทางชีววิทยาของภารกิจระยะยาว รวมถึงการเดินทางสู่ดวงจันทร์และดาวอังคารได้ดีขึ้น โดยเฉพาะเมื่อมนุษย์ต้องใช้ชีวิตนอกสภาพแวดล้อมที่ร่างกายวิวัฒนาการมานาน

อย่างไรก็ตาม สนามแม่เหล็กเป็นเพียงหนึ่งในหลายปัจจัยของสุขภาพนักบินอวกาศ และไม่ควรตีความว่าการออกจากสนามแม่เหล็กโลกเป็นสาเหตุโดยตรงของความเสื่อมของร่างกาย เพราะภารกิจอวกาศยังต้องเผชิญรังสีคอสมิก อนุภาคพลังงานสูง ภาวะไร้น้ำหนัก และปัจจัยด้านสรีรวิทยาอื่น ๆ งานวิจัยครั้งนี้จึงเป็นจุดเริ่มต้นของคำถามใหม่ว่า พลังที่มองไม่เห็นและอยู่รอบตัวเราตลอดเวลา อาจมีส่วนกำหนดการทำงานของเซลล์มากกว่าที่นักวิทยาศาสตร์เคยเข้าใจ 

ที่มาข้อมูล : NASA

ที่มารูปภาพ : NASA

แท็กบทความ

สนามแม่เหล็กโลก
ไมโทคอนเดรีย
พาร์กินสันการสำรวจอวกาศ
งานวิจัยวิทยาศาสตร์