ฮับเบิลพบเมฆ 10 เหลี่ยมยักษ์ขั้วใต้ดาวเสาร์ ใหญ่กว่าเดิม 5 เท่า

Share on Line Share on Facebook Share on X
ฮับเบิลพบเมฆ 10 เหลี่ยมยักษ์ขั้วใต้ดาวเสาร์ ใหญ่กว่าเดิม 5 เท่า

วันที่ 2 กันยายน นักดาราศาสตร์เปิดเผยค้นพบโครงสร้างเมฆรูป 10 เหลี่ยมขนาดยักษ์ที่เพิ่งก่อตัวขึ้นบริเวณขั้วใต้ของดาวเสาร์อย่างเป็นทางการโดยใช้ข้อมูลภาพถ่ายจากกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิลของนาซาในปี 2023 ซึ่งนับเป็นหนึ่งในปรากฏการณ์ทางบรรยากาศที่น่าทึ่งและแปลกประหลาดที่สุดในระบบสุริยะ การค้นพบครั้งนี้สร้างความตื่นเต้นให้กับวงการวิทยาศาสตร์อวกาศเป็นอย่างมาก 

เนื่องจากโครงสร้างเมฆรูป 10 เหลี่ยม เป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่แสดงให้เห็นว่าโครงสร้างเมฆหลายเหลี่ยมบนดาวเสาร์ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่พายุหกเหลี่ยมที่ขั้วเหนือเท่านั้น แต่ยังมีโครงสร้างสิบเหลี่ยมขนาดมหึมาที่ขั้วใต้ซึ่งไม่เคยพบเห็นมาก่อนอีกด้วย

สรุปข่าว

นักดาราศาสตร์ค้นพบโครงสร้างเมฆ 10 เหลี่ยมขนาดยักษ์บริเวณขั้วใต้ของดาวเสาร์ผ่านกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิล โครงสร้างดังกล่าวมีขนาดใหญ่กว่าพายุขั้วเหนือถึง 5 เท่า และกำลังอยู่ในช่วงวิวัฒนาการที่นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกต้องจับตาอย่างใกล้ชิด

วันที่ 2 กันยายน นักดาราศาสตร์เปิดเผยค้นพบโครงสร้างเมฆรูป 10 เหลี่ยมขนาดยักษ์ที่เพิ่งก่อตัวขึ้นบริเวณขั้วใต้ของดาวเสาร์อย่างเป็นทางการโดยใช้ข้อมูลภาพถ่ายจากกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิลของนาซาในปี 2023 ซึ่งนับเป็นหนึ่งในปรากฏการณ์ทางบรรยากาศที่น่าทึ่งและแปลกประหลาดที่สุดในระบบสุริยะ การค้นพบครั้งนี้สร้างความตื่นเต้นให้กับวงการวิทยาศาสตร์อวกาศเป็นอย่างมาก 

เนื่องจากโครงสร้างเมฆรูป 10 เหลี่ยม เป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่แสดงให้เห็นว่าโครงสร้างเมฆหลายเหลี่ยมบนดาวเสาร์ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่พายุหกเหลี่ยมที่ขั้วเหนือเท่านั้น แต่ยังมีโครงสร้างสิบเหลี่ยมขนาดมหึมาที่ขั้วใต้ซึ่งไม่เคยพบเห็นมาก่อนอีกด้วย

⬛️ ความยิ่งใหญ่ระดับมหึมาที่กว้างกว่าขั้วเหนือหลายเท่า

โครงสร้างเมฆ 10 เหลี่ยม ที่ค้นพบใหม่นี้มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางกว้างถึงประมาณ 167,820 กิโลเมตร หรือเกือบ 104,250 ไมล์ โดยแต่ละด้านของสิบเหลี่ยมมีความยาวประมาณ 16,782 กิโลเมตร เมื่อเปรียบเทียบกับพายุ 6 เหลี่ยม อันโด่งดังที่ขั้วเหนือของดาวเสาร์ซึ่งมีความกว้างประมาณ 32,000 กิโลเมตร พบว่าโครงสร้าง 10 เหลี่ยม ที่ขั้วใต้มีขนาดใหญ่กว่าถึง 5 เท่า 

อากุสติน ซานเชซ-ลาเบกา (Agustín Sánchez-LaVega) นักวิทยาศาสตร์ดาวเคราะห์จากมหาวิทยาลัยบาสก์คันทรี เมืองบิลเบา ประเทศสเปน ซึ่งเป็นหัวหน้าคณะวิจัย เปิดเผยว่า "ปรากฏการณ์นี้เป็นสิ่งที่แปลกประหลาดอย่างยิ่ง และช่วยส่งเสริมความเข้าใจเกี่ยวกับอุตุนิยมวิทยาของดาวเคราะห์ก๊าซ เช่น ดาวเสาร์ในภาพรวมอย่างมาก"

⬛️ กล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิลเผยภาพความลับ

เหตุผลที่นักวิทยาศาสตร์เพิ่งค้นพบโครงสร้างเมฆ 10 เหลี่ยม เป็นเพราะแกนหมุนที่เอียงของดาวเสาร์ ส่งผลให้ซีกใต้ของดาวเคราะห์ดวงนี้ถูกบดบังและไม่สามารถมองเห็นได้จากโลกในช่วงปี 2012 ถึง 2023 จนกระทั่งตำแหน่งของดาวเสาร์เอื้ออำนวยให้นักวิจัยสามารถจับภาพซีกใต้ได้อีกครั้งผ่านกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิลของนาซาในปี 2023 ซึ่งการปรากฏตัวของโครงสร้าง 10 เหลี่ยมนี้สร้างความประหลาดยินดีให้แก่ทีมงานอย่างมาก 

เนื่องจากตลอดเวลาที่ผ่านมานับตั้งแต่การค้นพบโครงสร้าง 6 เหลี่ยมที่ขั้วเหนือในปี 1988 ซึ่งอิงข้อมูลจากการบินผ่านของยานวอยเอเจอร์ในปี 1980 และ 1981 ทีมวิจัยได้พยายามเฝ้าสังเกตการณ์ขั้วใต้มาโดยตลอดแต่กลับไม่พบร่องรอยของโครงสร้างหลายเหลี่ยมใดๆ เลยจนกระทั่งการค้นพบครั้งนี้

⬛️ กลไกการก่อตัวและอัตราการหมุนเวียนแสนเชื่องช้า

ผลการวิเคราะห์และการจำลองสถานการณ์ทางคอมพิวเตอร์เกี่ยวกับการไหลของกระแสน้ำตื้น คณะวิจัยพบว่าโครงสร้างสิบเหลี่ยมนี้อาจเกิดจากคลื่นที่เคลื่อนตัวอย่างคดเคี้ยวและถูกดักจับโดยกระแสลมกรดที่พัดไปทางทิศตะวันออกในชั้นบรรยากาศ ซึ่งคล้ายคลึงกับกลไกการเกิดของพายุ 6 เหลี่ยมที่ขั้วเหนือ 

อย่างไรก็ตาม โครงสร้างสิบเหลี่ยมยักษ์ขั้วใต้นี้มีการเคลื่อนไหวที่ช้ามาก โดยต้องใช้เวลาถึงประมาณ 800 วัน ในการหมุนเวียนรอบดาวเสาร์ครบรอบหนึ่งรอบ นอกจากนี้ยังพบว่าโครงสร้าง 10 เหลี่ยมนี้มีความเข้มและโทนสีที่แปรผันไปตามแต่ละด้าน ไม่ได้มีโทนสีสม่ำเสมอเท่ากันทุกด้านเหมือนพายุหกเหลี่ยมขั้วเหนือที่คงตัวมานานหลายทศวรรษ ซึ่งชี้ให้เห็นว่าโครงสร้างสิบเหลี่ยมที่ขั้วใต้อาจยังอยู่ในช่วงเวลาของการวิวัฒนาการและปรับเปลี่ยนรูปร่าง

⬛️ ก้าวต่อไปของการศึกษาอุตุนิยมวิทยาอวกาศ

นักวิทยาศาสตร์คาดว่าจะได้ศึกษาการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างเมฆสิบเหลี่ยมนี้อย่างใกล้ชิดในอนาคต เพื่อดูว่ามันจะสลายตัวและไร้เสถียรภาพในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า หรือจะพัฒนาจนมีความมั่นคงและแข็งแกร่งยิ่งขึ้นเมื่อได้รับรังสีจากดวงอาทิตย์เพิ่มเติม ซึ่งจะมีปริมาณสูงสุดที่บริเวณละติจูด 60 องศาใต้ในปี 2032 

นอกจากนี้ คณะวิจัยยังต้องการทำความเข้าใจโครงสร้างสามมิติของเมฆ หมอกควัน ทิศทางลม และอุณหภูมิ เพื่อนำมาพัฒนาแบบจำลองทางอุตุนิยมวิทยาที่ก้าวหน้ายิ่งขึ้น

รายงานการค้นพบนี้ได้รับการตีพิมพ์อย่างเป็นทางการในวารสาร Science Advances เมื่อวันที่ 2 กันยายน ที่ผ่านมา โดยใช้ขื่องานวิจัยว่า "Multilayer hazes over Saturn’s hexagon from Cassini ISS limb images" คณะวิจัยนำโดย อากุสติน ซานเชซ-ลาเบกา (Agustín Sánchez-LaVega) 

ที่มาข้อมูล : Space, Science Advances

ที่มารูปภาพ : Space, Science Advances

แท็กบทความ