
มีคนขุดพบว่า Apple กำลังพัฒนาฟีเจอร์ใหม่ที่ชื่อว่า Apple Reference Image ที่จะตรวจสอบแหล่งที่มาของภาพจากโค้ดและข้อมูลอ้างอิงว่าภาพนี้ถูกถ่ายด้วย iPhone จริงหรือไม่
สรุปข่าว
มีคนขุดพบว่า Apple กำลังพัฒนาฟีเจอร์ใหม่ที่ชื่อว่า Apple Reference Image ที่จะตรวจสอบแหล่งที่มาของภาพจากโค้ดและข้อมูลอ้างอิงว่าภาพนี้ถูกถ่ายด้วย iPhone จริงหรือไม่
Apple Reference Image คืออะไร ?
Apple Reference Image เป็นระบบที่จะช่วยยืนยันว่าภาพใด ๆ ที่เราเห็น ถูกถ่ายด้วยกล้องของ iPhone จริงหรือไม่ โดยระบบจะสร้างข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับแหล่งที่มาของภาพ หรือที่เรียกว่า Provenance information ตั้งแต่ช่วงเวลาที่ถ่ายภาพเกมเอาไว้ ป้องกันปัญหา AI สร้างภาพเลียนแบบ
ผู้ที่ต้องการจะใช้ฟีเจอร์นี้ จะต้องถ่ายภาพผ่านโหมดใหม่ที่ชื่อว่า Reference Mode โดยเฉพาะ เพราะภาพที่ถ่ายด้วยโหมดปกติจะไม่มีข้อมูล Provenance ที่จำเป็นสำหรับการตรวจสอบในภายหลัง หมายความว่าเราจะไม่สามารถนำภาพเก่าที่ถ่ายแบบปกติมาขอการรับรองย้อนหลังได้ อย่างไรก็ตาม Reference Mode ไม่ได้หมายความว่าภาพจะได้รับการรับรองทันทีที่ถ่ายเสร็จ เรายังสามารถเลือกตรวจสอบภาพในภายหลังได้ด้วย

หัวใจสำคัญของระบบนี้คือข้อมูลเฉพาะที่เชื่อมโยงกับฮาร์ดแวร์กล้องของ iPhone ที่ใช้ถ่ายภาพ ข้อมูลดังกล่าวอาจเกี่ยวข้องกับเซนเซอร์และ Metadata ของภาพ ที่ช่วยสร้างหลักฐานว่าภาพนั้นถูกบันทึกจากอุปกรณ์จริง ไม่ใช่ไฟล์ภาพที่ถูกสร้างขึ้นภายหลังแล้วนำมาอ้างว่าเป็นภาพจาก iPhone
แนวทางนี้ทำให้ Apple Reference Image แตกต่างจากระบบ AI Detector ที่พยายามเดาว่าภาพเป็น AI หรือไม่ เพราะระบบของ Apple ให้ความสำคัญกับการตรวจสอบต้นกำเนิดของไฟล์มากกว่า นอกจากนี้ Apple ไม่ได้ออกแบบระบบให้ต้องนำภาพต้นฉบับไปเก็บหรือเปิดให้ Apple เข้าถึงโดยตรง เมื่อเราต้องการยืนยันภาพ ระบบจะส่งภาพและข้อมูล Provenance ที่เกี่ยวข้องไปยัง Private Cloud Compute เพื่อดำเนินการตรวจสอบ ขณะที่ Apple จะได้รับเฉพาะข้อมูลบางส่วน เช่น ข้อมูลจากเซนเซอร์และ Metadata ที่จำเป็นต่อกระบวนการ
หาก Apple ตรวจพบว่าเซนเซอร์ของกล้องอาจถูกบุกรุก ดัดแปลง หรือมีความผิดปกติ ระบบอาจสามารถยกเลิกการรับรองภาพที่เคยเชื่อมโยงกับเซนเซอร์ตัวนั้นได้ด้วย นั่นหมายความว่าการรับรองภาพไม่ได้จำเป็นต้องเป็นสถานะถาวรเสมอไป แต่สามารถถูกเพิกถอนหากระบบตรวจพบปัญหาที่อาจกระทบต่อความน่าเชื่อถือของฮาร์ดแวร์
ภาพที่ผ่านการรับรองสามารถให้เครื่องอื่นตรวจสอบได้
Apple ยังออกแบบระบบให้ภาพที่ผ่านการยืนยันแล้วสามารถนำไปแชร์ให้กับผู้อื่นได้ โดยอุปกรณ์ Apple ของผู้รับสามารถตรวจสอบภายในเครื่องได้ว่าภาพดังกล่าวยังคงมีสถานะผ่านการรับรองหรือไม่ กระบวนการนี้มีจุดเด่นด้านความเป็นส่วนตัว เพราะไม่จำเป็นต้องแจ้ง Apple ว่าผู้ใช้กำลังเปิดดูหรือตรวจสอบภาพใด

ข้อมูลที่ถูกส่งไปพร้อมกับภาพจะขึ้นอยู่กับวิธีการแชร์ เช่น AirDrop หรือ Messages รวมถึงสถานะของภาพว่าเป็นภาพต้นฉบับ ภาพที่ผ่านการแก้ไข หรือภาพที่ผ่านการรับรองแล้ว หากผู้ใช้เลือกตัวเลือก All Photos Data ข้อมูลที่ส่งไปอาจรวมถึงตัวระบุฮาร์ดแวร์เฉพาะของอุปกรณ์ รวมถึงข้อมูลภาพหรือวิดีโอส่วนที่ถูกครอปออกจากภาพด้วย
รายละเอียดนี้สะท้อนให้เห็นว่า Provenance ไม่ได้มีหน้าที่เพียงยืนยันว่า “ภาพมาจาก iPhone” แต่ยังสามารถเก็บข้อมูลเกี่ยวกับประวัติและแหล่งที่มาของไฟล์เอาไว้ได้อีกด้วย

นอกจากการแชร์ภาพระหว่างอุปกรณ์แล้ว Apple ยังเตรียมเพิ่มตัวเลือก Transfer with Provenance สำหรับการถ่ายโอนภาพผ่าน USB เมื่อเปิดใช้งาน ภาพที่ผ่านการยืนยันแล้วและถูกโอนไปยัง Mac หรือ PC จะยังคงมีข้อมูล Reference Image ติดไปกับไฟล์ ทำให้ข้อมูลเกี่ยวกับแหล่งที่มาของภาพไม่จำเป็นต้องหายไปเมื่อภาพถูกนำออกจาก iPhone
แม้แต่ภาพที่ยังไม่ได้รับการยืนยันก็อาจยังคงมีข้อมูล Provenance บางประเภท เช่น ตัวระบุฮาร์ดแวร์เฉพาะและข้อมูลภาพหรือวิดีโอส่วนที่ยังไม่ได้ถูกครอป
Apple Reference Image ยังอยู่ในขั้นพัฒนา แม้ข้อมูลที่พบใน iOS 27 Beta 5 จะเผยให้เห็นรายละเอียดของระบบค่อนข้างมาก แต่ Apple Reference Image ยังไม่ใช่ฟีเจอร์ที่ Apple เปิดให้ผู้ใช้ทั่วไปใช้งานอย่างเป็นทางการในขณะนี้ ข้อมูลทั้งหมดมาจากโค้ดและเอกสารที่ถูกค้นพบใน iOS 27 Beta ดังนั้นรายละเอียดของระบบยังสามารถเปลี่ยนแปลงได้ และยังไม่มีการรับประกันว่าฟีเจอร์ดังกล่าวจะเปิดตัวในรูปแบบเดียวกับที่พบในเวอร์ชันทดสอบ
- AI ไม่ได้แค่แย่งงาน แต่เปลี่ยนโครงสร้างประเทศ อีก 3 - 5 ปี ไทยไม่ควรเหมือนเดิม
- อาลีบาบา คลาวด์ เผยผลสำรวจ องค์กรในเอเชียเร่งสปีดใช้ AI แต่ยังขาดโซลูชันแบบ End-to-End ที่ปลอดภัย
- “AI” คุมเครื่องบินทดสอบ “X-62A” ปฏิบัติการบินสกัดกั้นอัตโนมัติ 27 ครั้งสำเร็จ
- ลือ Apple เปิดตัว AirPods ติดกล้องพร้อม Visual Intelligence เดือนหน้า
- เช็กด่วน! 5 ประเภทข้อมูล ห้ามส่งให้ AI เสี่ยงเกิดอาชญากรรมไซเบอร์
