
บริษัท อาร์วี คอนเน็กซ์ (RV Connex) ประเทศไทย ประกาศความสำเร็จของการทดสอบบินครั้งแรกของ K-18M อากาศยานไร้คนขับโจมตี หรือ Unmanned Combat Aerial Vehicle (UCAV) ที่ออกแบบและพัฒนาโดยทีมวิศวกรไทย นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของการพัฒนาเทคโนโลยีป้องกันประเทศภายในประเทศ ประกาศศักยภาพของอุตสาหกรรมอากาศยานไร้คนขับของไทยที่สามารถออกแบบและสร้างระบบที่มีความซับซ้อนได้ด้วยองค์ความรู้ของคนไทย
สรุปข่าว
บริษัท อาร์วี คอนเน็กซ์ (RV Connex) ประเทศไทย ประกาศความสำเร็จของการทดสอบบินครั้งแรกของ K-18M อากาศยานไร้คนขับโจมตี หรือ Unmanned Combat Aerial Vehicle (UCAV) ที่ออกแบบและพัฒนาโดยทีมวิศวกรไทย นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของการพัฒนาเทคโนโลยีป้องกันประเทศภายในประเทศ ประกาศศักยภาพของอุตสาหกรรมอากาศยานไร้คนขับของไทยที่สามารถออกแบบและสร้างระบบที่มีความซับซ้อนได้ด้วยองค์ความรู้ของคนไทย
K-18M ได้รับการพัฒนาภายใต้แนวคิดหนึ่งแพลตฟอร์ม สองรูปแบบการโจมตี หนึ่งการตัดสินใจ โดยรองรับทั้งภารกิจ Loitering Munition หรืออาวุธลอยตัวที่สามารถบินวนรอเพื่อค้นหาและติดตามเป้าหมาย ก่อนเข้าทำลายเมื่อได้รับคำสั่ง รวมถึงภารกิจ One-Way Attack หรือการโจมตีแบบเที่ยวเดียว ซึ่งช่วยให้ผู้ปฏิบัติสามารถเลือกใช้งานได้ตามลักษณะของสถานการณ์และภารกิจ
จุดเด่นของ K-18M คือการผสานขีดความสามารถด้าน ข่าวกรอง การเฝ้าตรวจ และการลาดตระเวน (Intelligence, Surveillance and Reconnaissance หรือ ISR) เข้ากับระบบโจมตีไว้ในอากาศยานลำเดียว ทำให้สามารถค้นหา ตรวจจับ ยืนยัน และประเมินเป้าหมายแบบเรียลไทม์ ก่อนตัดสินใจปฏิบัติภารกิจได้ทันที โดยไม่จำเป็นต้องใช้อากาศยานอีกลำเข้ามาสนับสนุนการโจมตี ช่วยลดความซับซ้อนของการปฏิบัติการ เพิ่มความรวดเร็วในการตอบสนอง และยกระดับประสิทธิภาพของภารกิจในสนามรบยุคใหม่
ในด้านสมรรถนะบริษัทผู้พัฒนาระบุว่า K-18M สามารถบินปฏิบัติภารกิจต่อเนื่องได้นานสูงสุด 5 ชั่วโมง และมีรัศมีปฏิบัติการมากกว่า 600 กิโลเมตร ส่งผลให้สามารถเฝ้าตรวจพื้นที่เป้าหมายได้เป็นเวลานาน เพิ่มโอกาสในการค้นหาและยืนยันเป้าหมายอย่างแม่นยำก่อนดำเนินการโจมตี พร้อมรองรับภารกิจในพื้นที่ห่างไกลหรือพื้นที่ที่เข้าถึงได้ยาก
ในด้านการใช้งานภาคสนาม K-18M ถูกออกแบบให้ใช้กำลังพลและอุปกรณ์สนับสนุนน้อยกว่าระบบอากาศยานไร้คนขับขนาดใหญ่ โดยสามารถควบคุมผ่านสถานีควบคุมภาคพื้น Ground Control Station (GCS) ที่ติดตั้งบนรถปฏิบัติการหรือภายในตู้คอนเทนเนอร์ ทำให้การเคลื่อนย้ายและติดตั้งระบบทำได้รวดเร็ว รองรับการปฏิบัติภารกิจในพื้นที่ที่หลากหลาย
และอีกหนึ่งความสามารถที่สำคัญคือ K-18M ไม่จำเป็นต้องใช้สนามบินหรือทางวิ่งในการปล่อยตัว แต่ใช้ระบบ Catapult Launch สำหรับส่งอากาศยานขึ้นบินจากพื้นที่เตรียมการโดยตรง ช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการใช้งาน ลดข้อจำกัดด้านพื้นที่ และสามารถนำระบบเข้าสู่ภารกิจได้อย่างรวดเร็วในสถานการณ์จริง
แม้ว่าการทดสอบครั้งนี้จะเป็นเพียงเที่ยวบินแรกและโครงการยังอยู่ในขั้นตอนการพัฒนา แต่ความสำเร็จดังกล่าวถือเป็นหลักฐานสำคัญที่แสดงให้เห็นว่าอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทยมีศักยภาพในการพัฒนาอากาศยานไร้คนขับโจมตีที่มีเทคโนโลยีขั้นสูงได้ด้วยตนเอง ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มของหลายประเทศที่หันมาให้ความสำคัญกับระบบอากาศยานไร้คนขับในภารกิจข่าวกรอง การเฝ้าระวัง และการโจมตีมากขึ้น
บริษัท อาร์วี คอนเน็กซ์ ระบุว่า "ความสำเร็จของการทดสอบบินครั้งแรกไม่ใช่จุดสิ้นสุดของโครงการ แต่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการพัฒนา K-18M ในระยะต่อไป โดยทีมวิศวกรจะเดินหน้าทดสอบ ปรับปรุง และเพิ่มขีดความสามารถของระบบอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับเทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับของไทยให้มีศักยภาพแข่งขันในระดับสากล พร้อมสนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมป้องกันประเทศภายในประเทศในอนาคต"
- แคนาดาสร้างจรวดจิ๋วพิฆาตโดรน เบาเท่าแมว ราคาถูกและ Made in Canada 100%
- ARV & SKYLLER Open House 2026 โชว์ศักยภาพ สุดยอดเทคโนโลยีโดรนและโซลูชันอัจฉริยะ เพื่อภาคอุตสาหกรรม
- ระบบนำทางด้วยควอนตัมครั้งแรกของโลกที่ใช้เชิงพาณิชย์ได้จริงจากออสเตรเลีย แม่นยำพอไม่ต้องง้อ GPS !?
- AI ออกแบบ “โดรนจิ๋ว” หมุนเร็วจนตาเปล่ามองไม่ทัน
- สตาร์ตอัปอเมริกาผลิตโดรน FPV ราคาถูก แต่ปลอดชิ้นส่วนจากจีน 100% จนอเมริกาต้องซื้อล็อตใหญ่กว่า 16,800 ล้านบาท
