
อาร์เชอร์ เอวิเอชัน (Archer Aviation) บริษัทผู้พัฒนาแท็กซี่บินได้พลังงานไฟฟ้า และ อันดูริล (Anduril) บริษัทเทคโนโลยีด้านความมั่นคง ได้ร่วมกันเปิดตัวแพลตฟอร์มอากาศยานไร้คนขับ ที่พัฒนาร่วมกันภายใต้ข้อตกลงปี 2024 โดยตั้งเป้าเจาะทั้งตลาดการพาณิชย์และทางการทหาร ท่ามกลางแนวโน้มของสตาร์ตอัปด้านการบิน ที่หันมาจับมือเป็นพันธมิตรกันมากขึ้นเพื่อลดต้นทุนและเร่งกระบวนการนำสินค้าเข้าสู่ตลาด
สรุปข่าว
อาร์เชอร์ เอวิเอชัน (Archer Aviation) บริษัทผู้พัฒนาแท็กซี่บินได้พลังงานไฟฟ้า และ อันดูริล (Anduril) บริษัทเทคโนโลยีด้านความมั่นคง ได้ร่วมกันเปิดตัวแพลตฟอร์มอากาศยานไร้คนขับ ที่พัฒนาร่วมกันภายใต้ข้อตกลงปี 2024 โดยตั้งเป้าเจาะทั้งตลาดการพาณิชย์และทางการทหาร ท่ามกลางแนวโน้มของสตาร์ตอัปด้านการบิน ที่หันมาจับมือเป็นพันธมิตรกันมากขึ้นเพื่อลดต้นทุนและเร่งกระบวนการนำสินค้าเข้าสู่ตลาด
"Thunder" อากาศยานไร้คนขับสายดุดันเพื่อการป้องกันประเทศ
ในงานแสดงการบินนานาชาติฟาร์นโบโรห์ 2026 (Farnborough Airshow) ซึ่งจัดขึ้นที่สหราชอาณาจักร ทาง อันดูริล (Anduril) ได้เปิดตัว "ธันเดอร์" (Thunder) ซึ่งเป็นอากาศยานรุ่นที่พัฒนาขึ้นสำหรับการป้องกันประเทศ โดยเป็นอากาศยานโจมตีไร้คนขับอัตโนมัติ กลุ่ม 5 (Group 5 autonomous attack rotorcraft)
โดยกลุ่ม 5 (Group 5) เป็นการจัดหมวดหมู่ระบบอากาศยานไร้คนขับ (UAS) ของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ (DoD) ที่หมายถึงโดรนขนาดใหญ่ที่มีน้ำหนักขึ้นบินมากกว่า 1,320 ปอนด์ หรือราว 600 กิโลกรัมขึ้นไป บินได้สูงกว่า 18,000 ฟุต และทำความเร็วได้ตั้งแต่ 250 นอตขึ้นไป โดยโดรนรุ่นนี้ ออกแบบมาเพื่อบินปฏิบัติการร่วมกับเครื่องบินโจมตีและเครื่องบินจู่โจมแบบมีคนขับ ทั้งในรุ่นปัจจุบันและอนาคต และในฝั่งของการพาณิชย์ ทั้งสองบริษัท มีแผนที่จะเปิดตัวรุ่นพาณิชย์ พร้อมประกาศรายชื่อลูกค้ารายแรกในช่วงปลายสัปดาห์นี้
ปรับกลยุทธ์สู้ความท้าทาย สู่ระบบไฮบริดที่หลากหลายกว่าเดิม
การเคลื่อนไหวในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า ผู้พัฒนาเครื่องบินพลังงานไฟฟ้าขึ้น-ลงแนวดิ่ง (eVTOL) กำลังพยายามขยายธุรกิจให้เกินกว่าแค่บริการแท็กซี่บินได้ในเมือง (Urban Air Taxi) ซึ่งเคยถูกคาดการณ์ว่าจะเป็นตลาดที่มีมูลค่านับล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากในปัจจุบันอุตสาหกรรมนี้กำลังเผชิญกับความล่าช้าในกระบวนการรับรองมาตรฐาน อุปสรรคด้านโครงสร้างพื้นฐาน และข้อจำกัดด้านเงินทุนที่สูงมาก
บริษัทแท็กซี่บินได้ยังหันมาใช้ระบบขับเคลื่อนแบบไฮบริด (Hybrid-Electric) มากขึ้น เพื่อขยายระยะทางการบินและเพิ่มความยืดหยุ่นในการปฏิบัติภารกิจให้เหนือกว่าการบินระยะสั้นในเมือง โดยแพลตฟอร์มของอากาศยานรุ่นนี้จะใช้ระบบใบพัดปรับระดับได้ (Tilt Rotors) ที่สามารถปรับความเร็วใบพัดตามสภาพการบิน เพื่อรองรับภารกิจที่หลากหลายตั้งแต่การโจมตีทางทหาร การขนส่งสินค้า โลจิสติกส์ในพื้นที่ห่างไกล และการปฏิบัติการในพื้นที่ทุรกันดาร นอกจากนี้ยังออกแบบให้ตัวอากาศยาน สามารถบรรจุลงในตู้คอนเทนเนอร์มาตรฐานเพื่อขนส่งทางอากาศ ทางบก ทางรถไฟ หรือทางทะเล ซึ่งจะช่วยให้สามารถขนส่งได้หลายรูปแบบตามที่ต้องการเพื่อไปถึงทุกเที่ยวบิน
ก้าวต่อไปสู่อนาคต
ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นช่องทางสำคัญในการก้าวเข้าสู่ตลาดความมั่นคงและการพาณิชย์ขนาดใหญ่ ในช่วงเวลาที่อนาคตของตลาดแท็กซี่บินได้ยังคงมีความไม่แน่นอน โดยปัจจุบัน ทั้งสองบริษัทได้เสร็จสิ้นการทดสอบบินหลายครั้งโดยใช้เครื่องบินจำลองขนาดเท่าจริงเพื่อทดสอบระบบสำคัญต่าง ๆ แล้ว และมีกำหนดการนำ "Thunder" ขึ้นบินจริงเป็นครั้งแรกในปี 2027
- ระบบนำทางด้วยควอนตัมครั้งแรกของโลกที่ใช้เชิงพาณิชย์ได้จริงจากออสเตรเลีย แม่นยำพอไม่ต้องง้อ GPS !?
- AI ออกแบบ “โดรนจิ๋ว” หมุนเร็วจนตาเปล่ามองไม่ทัน
- สตาร์ตอัปอเมริกาผลิตโดรน FPV ราคาถูก แต่ปลอดชิ้นส่วนจากจีน 100% จนอเมริกาต้องซื้อล็อตใหญ่กว่า 16,800 ล้านบาท
- นอร์เวย์เปิดตัวโดรนสำหรับทำลายโดรน เล็ก เบา เคลมถูกกว่าขีปนาวุธสกัดโดรน 10 เท่า
- ทัพฟ้าสหรัฐฯ ลุยสร้างฝูงโดรนรบ AI พลิกโฉมสงครามน่านฟ้า
ที่มาข้อมูล : reuters.com anduril.com/thunder defensenews.com/ investors.archer.com
ที่มารูปภาพ : anduril.com/thunder
