OpenAI ลุยฮาร์ดแวร์ เปิดตัวคีย์แพด Codex Micro สั่งงาน AI Agent

Share on Line Share on Facebook Share on X
OpenAI ลุยฮาร์ดแวร์ เปิดตัวคีย์แพด Codex Micro สั่งงาน AI Agent

บริษัท OpenAI เปิดตัวฮาร์ดแวร์ชิ้นแรกของบริษัทอย่างเป็นทางการในชื่อ Codex Micro ซึ่งเป็นคีย์แพดแบบกายภาพที่ถูกสร้างขึ้นร่วมกับผู้ผลิตคีย์บอร์ดชื่อดังอย่าง Work Louder โดยมีจุดประสงค์หลักเพื่อใช้ควบคุม Codex ซึ่งเป็นฟีเจอร์ AI เอเจนต์สำหรับการเขียนโค้ดของ OpenAI อุปกรณ์ชิ้นนี้เปิดให้สั่งซื้อแล้วในราคา 230 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 7,660 บาท ผ่านช่องทางของ OpenAI และ Work Louder โดยอาจมีสินค้าในจำนวนจำกัด

สรุปข่าว

OpenAI รุกตลาดฮาร์ดแวร์เต็มตัวด้วยการส่ง Codex Micro คีย์แพดอัจฉริยะที่พัฒนาร่วมกับ Work Louder หวังเจาะกลุ่มผู้ใช้งาน AI Agent ในระดับโปรเฟสชันนัล ตัวเครื่องอัดแน่นด้วยฟังก์ชันไฟ RGB แสดงสถานะ ปุ่มคำสั่งลัด และการสั่งงานด้วยเสียง สนนราคา 7,660 บาท วางจำหน่ายแล้วในจำนวนจำกัด

บริษัท OpenAI เปิดตัวฮาร์ดแวร์ชิ้นแรกของบริษัทอย่างเป็นทางการในชื่อ Codex Micro ซึ่งเป็นคีย์แพดแบบกายภาพที่ถูกสร้างขึ้นร่วมกับผู้ผลิตคีย์บอร์ดชื่อดังอย่าง Work Louder โดยมีจุดประสงค์หลักเพื่อใช้ควบคุม Codex ซึ่งเป็นฟีเจอร์ AI เอเจนต์สำหรับการเขียนโค้ดของ OpenAI อุปกรณ์ชิ้นนี้เปิดให้สั่งซื้อแล้วในราคา 230 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 7,660 บาท ผ่านช่องทางของ OpenAI และ Work Louder โดยอาจมีสินค้าในจำนวนจำกัด

ฟีเจอร์เด่นและการควบคุมการทำงาน

Codex Micro ถูกออกแบบมาเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้งานแอปพลิเคชัน Codex ซึ่งปัจจุบัน OpenAI ได้ยกระดับให้เป็น "Super App" ที่รวมเอาความสามารถของ ChatGPT รูปแบบปกติ, Codex และเครื่องมือเอเจนต์สำหรับวัยทำงานอย่าง ChatGPT Work เข้าไว้ด้วยกัน ตัวอุปกรณ์สามารถเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ได้ทั้งแบบใช้สายและบลูทูธ โดยมีฟีเจอร์การควบคุมที่สำคัญดังนี้

1. ปุ่ม Agent (Agent Keys) อุปกรณ์มาพร้อมปุ่มคีย์แคปแบบโปร่งแสง 6 ปุ่มที่ใช้แสดงสถานะการทำงานของเธรด (Threads) ต่างๆ ใน Codex แบบเรียลไทม์ โดยจะแสดงผลผ่านไฟ LED RGB เพื่อบอกสถานะต่างๆ เช่น สีขาว (เอเจนต์ว่าง), สีน้ำเงิน (กำลังคิด), สีเขียว (งานเสร็จสมบูรณ์), สีเหลืองอำพัน (ต้องการข้อมูลตอบกลับจากผู้ใช้) และสีแดง (เกิดข้อผิดพลาด) ผู้ใช้สามารถกดปุ่มหนึ่งครั้งเพื่อเลือกเอเจนต์ที่ทำงานอยู่เบื้องหลัง หรือกดสองครั้งเพื่อดึงหน้าต่างของเอเจนต์นั้นขึ้นมาบนหน้าจอ

2. ปุ่มคำสั่ง (Command Keys) มีปุ่มสำหรับการสั่งงานพื้นฐานที่ผู้ใช้สามารถปรับแต่งได้เอง เช่น การกดเพื่อยอมรับ (Accept) หรือปฏิเสธ (Reject) โค้ด รวมถึงการแยกเธรดการทำงาน นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ Push-to-talk สำหรับสั่งงานด้วยเสียง โดยสามารถกดปุ่มไมค์ค้างไว้เพื่อบันทึกเสียง หรือกดสองครั้งเพื่อใช้งานแบบแฮนด์ฟรี

3. ปุ่มหมุน (Dial) และ จอยสติ๊ก (Joystick) ปุ่มหมุนใช้สำหรับควบคุม Composer bar ใน Codex และใช้สลับระดับความซับซ้อนในการใช้เหตุผล (Reasoning levels) ของ AI ส่วนจอยสติ๊กแบบ 4 ทิศทางถูกตั้งค่าเริ่มต้นมาให้สำหรับการสลับเวิร์กโฟลว์ของ Codex หรือเลื่อนดูประวัติการทำงาน

นอกเหนือจากเลเยอร์เริ่มต้นที่สงวนไว้สำหรับควบคุม Codex แล้ว ผู้ใช้ยังสามารถปลดล็อกเลเยอร์เพิ่มเติมได้อีกถึง 5 เลเยอร์ เพื่อตั้งค่าทางลัด (Shortcuts) และคำสั่งที่ซับซ้อนตามความต้องการส่วนตัวได้ รวมถึงสามารถเปลี่ยนคีย์แคปให้ตรงกับการตั้งค่าของตัวเองได้อีกด้วย

การเปิดตัว Codex Micro ถือเป็นความสำเร็จในการทำฮาร์ดแวร์ชิ้นแรกของ OpenAI ที่ราบรื่นที่สุดในขณะนี้ ซึ่งแตกต่างจากโปรเจกต์ลำโพงอัจฉริยะที่ร่วมมือออกแบบกับ Jony Ive อดีตผู้บริหาร Apple ที่มีกำหนดการเปิดตัวช่วงปลายปีนี้ แต่กลับต้องเผชิญกับอุปสรรคทางกฎหมาย เนื่องจาก Apple ได้ยื่นฟ้องร้องพนักงานของ OpenAI เกี่ยวกับการขโมยความลับทางการค้า 

ที่มาข้อมูล : OpenAI, engadget

ที่มารูปภาพ : OpenAI, engadget

แท็กบทความ

OpenAICodex
Codex Micro
Agent
TNN Tech