
เคยสังเกตตัวเองไหม ว่าทำไมช่วงนี้สายตามัว มือเริ่มไม่มีแรง หรือมีรอยย่นที่คอแปลก ๆ ล่าสุดผลวิจัยจากผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า พฤติกรรมการติดหน้าจอ กำลังทำให้เกิดภาวะที่เรียกว่า “Phone Body” หรือการที่เทคโนโลยีเข้าไปเปลี่ยนสรีระ โครงสร้างกระดูก และระบบผิวหนังของเราโดยที่เราไม่รู้ตัว งานนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของความสวยงาม แต่ส่งผลเสียไปถึงสมองและอายุขัยเลยทีเดียว
สรุปข่าว
เคยสังเกตตัวเองไหม ว่าทำไมช่วงนี้สายตามัว มือเริ่มไม่มีแรง หรือมีรอยย่นที่คอแปลก ๆ ล่าสุดผลวิจัยจากผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า พฤติกรรมการติดหน้าจอ กำลังทำให้เกิดภาวะที่เรียกว่า “Phone Body” หรือการที่เทคโนโลยีเข้าไปเปลี่ยนสรีระ โครงสร้างกระดูก และระบบผิวหนังของเราโดยที่เราไม่รู้ตัว งานนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของความสวยงาม แต่ส่งผลเสียไปถึงสมองและอายุขัยเลยทีเดียว
สำนักข่าว BBC รายงาน 5 สัญญาณหรือจุดสังเกตเกี่ยวกับร่างกายที่บ่งชี้ว่า เราอาจจะมีสรีระที่กำลังเปลี่ยนไปเพราะพฤติกรรมการเล่นมือถือ ได้แก่
1. ภาวะ Tech Neck กระดูกคอเสื่อม
เวลาที่เราก้มมองจอโทรศัพท์ หัวของเราจะทิ้งน้ำหนักกดทับไปที่คอมากถึงประมาณ 27 กิโลกรัม นานวันเข้าหมอนรองกระดูกจะพัง และทำให้โครงสร้างร่างกายเราเสีย วิธีแก้คือ ยกมือถือให้อยู่ระดับสายตา และให้ห่างจากใบหน้าประมาณหนึ่งช่วงแขน ที่สำคัญต้องพักสายตาและเปลี่ยนท่าทุก ๆ 30 นาที
2. รอยเหี่ยวย่นที่คอ และผิวอักเสบ
มีทฤษฎีบอกว่าการก้มพับคอบ่อย ๆ ทำให้เกิดรอยย่นลึกที่คอได้ง่ายขึ้น แต่ที่น่ากลัวกว่าคือพวก Smart Watch ใครที่ใส่ติดข้อมือตลอดเวลาไม่เคยถอดเลย อับทั้งเหงื่อทั้งความชื้น มันคือที่อยู่ชั้นดีของเชื้อราและยีสต์ จนทำให้ผิวหนังอักเสบหรือเป็นผื่นแพ้สารเคมีได้ แนะนำว่าให้ถอดออกมาทำความสะอาดบ้าง และทาครีมบำรุงผิวเพื่อสร้างเกราะป้องกัน
3. สายตาสั้นและเสื่อมลง
ผลวิจัยพบว่า เทคโนโลยีทำให้เราออกจากบ้านน้อยลง การที่เราอยู่แต่ในบ้าน อาจกระทบกับสายตาเราได้ เพราะแสงแดดธรรมชาติข้างนอกจะช่วยกระตุ้นการหลั่งสารโดปามีนในเรตินา ซึ่งช่วยควบคุมการพัฒนาของลูกตา ดังนั้น วิธีแก้ที่ง่ายที่สุดคือ พยายามหาเวลาออกไปทำกิจกรรมกลางแจ้งบ้าง ได้ทั้งเรื่องสายตาและช่วยให้นอนหลับดีขึ้นด้วย
4. Grip Strength มืออ่อนแรง
มีงานวิจัยพบว่า ตอนนี้คนรุ่นใหม่แรงบีบมือลดลงเรื่อย ๆ เพราะเปลี่ยนมาทำงานหน้าคอมพิวเตอร์และไถแต่จอ ลองทดสอบตัวเองง่าย ๆ ด้วยการบีบลูกเทนนิสให้แน่นที่สุดแล้วค้างไว้ 15-30 วินาที ถ้าทำไม่ได้ แปลว่าอาจจะเป็นสัญญาณให้เราดูแลตัวเองมากขึ้น
5. ทักษะการเคลื่อนไหวและสมองช้าลง
การไถหน้าจออที่เราคุ้นชิน ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า มันกำลังทำลายทักษะการเคลื่อนไหวกล้ามเนื้อมัดเล็ก ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อพัฒนาการทางสมองและการเรียนรู้ วิธีแก้ไขคือให้หากิจกรรมที่ได้ใช้มือจริง ๆ ในชีวิตประจำวัน เช่น การทำอาหาร หรือแม้แต่การเขียนหนังสือด้วยมือ
ผู้เชี่ยวชาญทิ้งท้ายไว้เลยว่า เรื่องนี้อาจจะดูเป็นผลกระทบเล็ก ๆ น้อย ๆ ในระดับบุคคล แต่ถ้าปล่อยไว้แบบนี้ไปหลาย ๆ เจเนอเรชัน มันอาจจะนำไปสู่ ภาวะสังคมที่โง่ลง (Dumbing down of society) เพราะ มือ คือจุดเชื่อมต่อที่สำคัญที่สุดระหว่างเรากับโลกแห่งความเป็นจริง
ที่มาข้อมูล : nutritiousmovement.com bbc.com
ที่มารูปภาพ : unsplash.com/photos
