จีนผงาดแชมป์ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ สหรัฐฯ ครองเจ้าความเร็วเทรน AI

Share on Line Share on Facebook Share on X
จีนผงาดแชมป์ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ สหรัฐฯ ครองเจ้าความเร็วเทรน AI

หากจะกล่าวถึงสมรภูมิที่ดุเดือดที่สุดในศตวรรษที่ 21 คงไม่ใช่การปะทะกันด้วยกำลังทหารเพียงอย่างเดียว แต่คือ "สงครามเทคโนโลยี" ที่มหาอำนาจทั่วโลกต่างทุ่มเม็ดเงินมหาศาลเพื่อช่วงชิงความเป็นหนึ่ง 

ล่าสุดในแวดวงเทคโนโลยีระดับสูงได้เกิดแรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ เมื่อทำเนียบ 8 อันดับซูเปอร์คอมพิวเตอร์ที่เร็วที่สุดในโลก (TOP500) มีการเปลี่ยนมือผู้ครองบัลลังก์ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงนัยยะทางภูมิรัฐศาสตร์และทิศทางของเทคโนโลยีแห่งอนาคตที่แยกสายการพัฒนาออกเป็นสองทางอย่างชัดเจน 


สรุปข่าว

การจัดอันดับซูเปอร์คอมพิวเตอร์โลกล่าสุดสะเทือนวงการ เมื่อเครื่อง LineShine จากจีนทะยานขึ้นครองอันดับหนึ่งด้านการคำนวณทางวิทยาศาสตร์ ขณะที่สหรัฐอเมริกายังคงรั้งมหาอำนาจเบอร์หนึ่งในสมรภูมิปัญญาประดิษฐ์ ด้วยเครื่อง El Capitan ที่ทำสปีดเทรน AI ทิ้งห่างคู่แข่งแบบไม่เห็นฝุ่น

หากจะกล่าวถึงสมรภูมิที่ดุเดือดที่สุดในศตวรรษที่ 21 คงไม่ใช่การปะทะกันด้วยกำลังทหารเพียงอย่างเดียว แต่คือ "สงครามเทคโนโลยี" ที่มหาอำนาจทั่วโลกต่างทุ่มเม็ดเงินมหาศาลเพื่อช่วงชิงความเป็นหนึ่ง 

ล่าสุดในแวดวงเทคโนโลยีระดับสูงได้เกิดแรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ เมื่อทำเนียบ 8 อันดับซูเปอร์คอมพิวเตอร์ที่เร็วที่สุดในโลก (TOP500) มีการเปลี่ยนมือผู้ครองบัลลังก์ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงนัยยะทางภูมิรัฐศาสตร์และทิศทางของเทคโนโลยีแห่งอนาคตที่แยกสายการพัฒนาออกเป็นสองทางอย่างชัดเจน 


แชมป์อันดับหนึ่งคนใหม่ตกเป็นของเครื่อง "LineShine" ม้ามืดจากสาธารณรัฐประชาชนจีนที่ทะยานขึ้นมาครองมงกุฎได้อย่างสมศักดิ์ศรี การก้าวขึ้นมาของ LineShine สร้างความตื่นตะลึงให้กับวงการอย่างมาก 

เนื่องจากระบบสามารถพังทลายกำแพงความเร็วระดับ 2 Exaflops (เอ็กซาฟลอปส์) ได้สำเร็จ โดยทำความเร็วในการประมวลผลสูงถึง 2.198 Exaflops แซงหน้าแชมป์เก่าไปอย่างราบคาบ ความน่าทึ่งของสถาปัตยกรรมคอมพิวเตอร์จากจีนชุดนี้คือการพึ่งพาพลังของหน่วยประมวลผลกลาง (CPU) ล้วนๆ 

ในการทำความเร็วสูงสุดสำหรับการจำลองและคำนวณทางวิทยาศาสตร์แบบดั้งเดิม ซึ่งถือเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญที่พิสูจน์ให้เห็นว่า แม้จะเผชิญกับมาตรการคว่ำบาตรทางเทคโนโลยี แต่จีนก็สามารถพึ่งพาตนเองและก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดได้สำเร็จ

ที่มาข้อมูล : Wikipedia

ที่มารูปภาพ : Magnific