
หากจะกล่าวถึงสมรภูมิที่ดุเดือดที่สุดในศตวรรษที่ 21 คงไม่ใช่การปะทะกันด้วยกำลังทหารเพียงอย่างเดียว แต่คือ "สงครามเทคโนโลยี" ที่มหาอำนาจทั่วโลกต่างทุ่มเม็ดเงินมหาศาลเพื่อช่วงชิงความเป็นหนึ่ง
ล่าสุดในแวดวงเทคโนโลยีระดับสูงได้เกิดแรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ เมื่อทำเนียบ 8 อันดับซูเปอร์คอมพิวเตอร์ที่เร็วที่สุดในโลก (TOP500) มีการเปลี่ยนมือผู้ครองบัลลังก์ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงนัยยะทางภูมิรัฐศาสตร์และทิศทางของเทคโนโลยีแห่งอนาคตที่แยกสายการพัฒนาออกเป็นสองทางอย่างชัดเจน
สรุปข่าว
หากจะกล่าวถึงสมรภูมิที่ดุเดือดที่สุดในศตวรรษที่ 21 คงไม่ใช่การปะทะกันด้วยกำลังทหารเพียงอย่างเดียว แต่คือ "สงครามเทคโนโลยี" ที่มหาอำนาจทั่วโลกต่างทุ่มเม็ดเงินมหาศาลเพื่อช่วงชิงความเป็นหนึ่ง
ล่าสุดในแวดวงเทคโนโลยีระดับสูงได้เกิดแรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ เมื่อทำเนียบ 8 อันดับซูเปอร์คอมพิวเตอร์ที่เร็วที่สุดในโลก (TOP500) มีการเปลี่ยนมือผู้ครองบัลลังก์ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงนัยยะทางภูมิรัฐศาสตร์และทิศทางของเทคโนโลยีแห่งอนาคตที่แยกสายการพัฒนาออกเป็นสองทางอย่างชัดเจน
แชมป์อันดับหนึ่งคนใหม่ตกเป็นของเครื่อง "LineShine" ม้ามืดจากสาธารณรัฐประชาชนจีนที่ทะยานขึ้นมาครองมงกุฎได้อย่างสมศักดิ์ศรี การก้าวขึ้นมาของ LineShine สร้างความตื่นตะลึงให้กับวงการอย่างมาก
เนื่องจากระบบสามารถพังทลายกำแพงความเร็วระดับ 2 Exaflops (เอ็กซาฟลอปส์) ได้สำเร็จ โดยทำความเร็วในการประมวลผลสูงถึง 2.198 Exaflops แซงหน้าแชมป์เก่าไปอย่างราบคาบ ความน่าทึ่งของสถาปัตยกรรมคอมพิวเตอร์จากจีนชุดนี้คือการพึ่งพาพลังของหน่วยประมวลผลกลาง (CPU) ล้วนๆ
ในการทำความเร็วสูงสุดสำหรับการจำลองและคำนวณทางวิทยาศาสตร์แบบดั้งเดิม ซึ่งถือเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญที่พิสูจน์ให้เห็นว่า แม้จะเผชิญกับมาตรการคว่ำบาตรทางเทคโนโลยี แต่จีนก็สามารถพึ่งพาตนเองและก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดได้สำเร็จ

- AI ช่วยให้งานง่ายขึ้น แต่ทำไมเรายังเหนื่อย? รู้จัก AI Brain Fry ภาวะสมองล้าจากการใช้ AI มากเกินไป
- HKEX ปั้นดัชนีใหม่ รับเมกะเทรนด์ AI ปลุกตลาดหุ้นฮ่องกง
- “Data Center” บูมใน “ออสเตรเลีย” ขุมพลังไอที หรือระเบิดเวลาเศรษฐกิจ ?
- เปิดลิสต์ 10 "เทคโนโลยี" ดาวรุ่ง รากฐานเศรษฐกิจยุคใหม่
- ไทยมีจุดแข็งด้านการตรวจจับ "บัญชีม้า"
