
Lenovo ออกมาแสดงมุมมองว่าอุตสาหกรรมหน่วยความจำ (RAM) กำลังเข้าสู่สถานะ New Normal หรือมาตรฐานใหม่ที่ราคาหน่วยความจำจะอยู่ในระดับสูงกว่ายุคก่อนเกิดวิกฤติ ขณะที่ Microsoft ก็ออกมาเตือนว่าต้นทุนหน่วยความจำและสตอเรจอาจเพิ่มขึ้นอีกประมาณเท่าตัวภายในปี 2027 หากสถานการณ์ด้านอุปสงค์และอุปทานยังไม่เปลี่ยนแปลง
สรุปข่าว
Lenovo ออกมาแสดงมุมมองว่าอุตสาหกรรมหน่วยความจำ (RAM) กำลังเข้าสู่สถานะ New Normal หรือมาตรฐานใหม่ที่ราคาหน่วยความจำจะอยู่ในระดับสูงกว่ายุคก่อนเกิดวิกฤติ ขณะที่ Microsoft ก็ออกมาเตือนว่าต้นทุนหน่วยความจำและสตอเรจอาจเพิ่มขึ้นอีกประมาณเท่าตัวภายในปี 2027 หากสถานการณ์ด้านอุปสงค์และอุปทานยังไม่เปลี่ยนแปลง
Lenovo มองตลาดหน่วยความจำเข้าสู่ New Normal หลังปี 2030
ภายในงาน ISC 2026 งานประชุมด้านซูเปอร์คอมพิวเตอร์ ปัญญาประดิษฐ์ และควอนตัมคอมพิวติ้งที่จัดขึ้นในประเทศเยอรมนี Lenovo ระบุว่าราคาของหน่วยความจำ (RAM) มีแนวโน้มจะไม่กลับไปอยู่ในระดับเดียวกับช่วงก่อนเกิดวิกฤติราคาเมื่อปี 2025 ที่ผ่านมา แม้ว่าผู้ผลิตจะสามารถเพิ่มกำลังการผลิตโรงงานเซมิคอนดักเตอร์ได้ตั้งแต่ปี 2028 เป็นต้นไปก็ตาม
แม้ผู้บริหารของ Lenovo จะกล่าวติดตลกบนเวทีว่าราคาอาจ "ไม่มีวัน" กลับไปเหมือนเดิม แต่รายงานจากสื่อเยอรมนีอธิบายว่า ความหมายที่แท้จริงคือแนวโน้มในช่วง 5 ปีข้างหน้า หรืออาจยาวนานกว่านั้น ไม่ใช่การหมายถึงตลอดไป
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ Lenovo ย้ำอย่างชัดเจนคือหลังปี 2030 เป็นต้นไป อุตสาหกรรมหน่วยความจำจะเข้าสู่ภาวะ New Normal ที่ราคายังคงสูงกว่าช่วงก่อนเกิดวิกฤติ แม้กำลังการผลิตของผู้ผลิตชิปจะเพิ่มขึ้นแล้วก็ตาม
สาเหตุสำคัญของปัญหาไม่ได้เกิดจากการขาดแคลนกำลังการผลิตเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ เมื่อผู้ผลิตรายใหญ่ เช่น Samsung Electronics, SK hynix และ Micron หันไปให้ความสำคัญกับการผลิตหน่วยความจำประสิทธิภาพสูงอย่าง HBM (High Bandwidth Memory) สำหรับการใช้งานด้าน AI และศูนย์ข้อมูลมากขึ้น
การเปลี่ยนกำลังการผลิตไปยังตลาด AI ส่งผลให้กำลังการผลิต DRAM และ NAND Flash สำหรับตลาดผู้บริโภค เช่น คอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ก สมาร์ตโฟน เครื่องเล่นเกม และ SSD มีจำนวนจำกัดกว่าที่เคย ส่งผลให้ราคาของหน่วยความจำยังคงอยู่ในระดับสูง แม้ว่าความสามารถในการผลิตโดยรวมจะเพิ่มขึ้นก็ตาม
นอกจากนี้ โรงงานผลิตเซมิคอนดักเตอร์แห่งใหม่ยังต้องใช้เวลาหลายปีกว่าจะเริ่มเดินสายการผลิตเต็มกำลัง ทำให้ปัญหาด้านอุปทานยังไม่สามารถคลี่คลายได้ในระยะสั้น
Microsoft คาดต้นทุนหน่วยความจำ และอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลจะเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว
Microsoft เป็นอีกบริษัทที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากวิกฤติครั้งนี้ โดยบริษัทประกาศปรับขึ้นราคาของเครื่องเล่นเกม Xbox พร้อมระบุว่าต้นทุนของหน่วยความจำและอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลเพิ่มขึ้นแล้วมากกว่า 2.5 เท่า และยังคาดว่าจะเพิ่มขึ้นอีกประมาณเท่าตัวภายในช่วงฤดูใบไม้ร่วงของปี 2027
สำหรับผู้ผลิตเครื่องเล่นเกม ปัญหานี้ถือว่ารุนแรงเป็นพิเศษ เนื่องจากเครื่องคอนโซลส่วนใหญ่มักวางจำหน่ายในราคาที่ใกล้เคียงต้นทุนหรือขาดทุนเล็กน้อย โดยหวังสร้างกำไรจากการจำหน่ายเกมและบริการสมาชิกในภายหลัง เมื่อชิ้นส่วนหลักอย่าง หน่วยความจำ (RAM) และ SSD มีราคาสูงขึ้น ต้นทุนของฮาร์ดแวร์จึงเพิ่มขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
อีกหนึ่งประเด็นที่ได้รับความสนใจคือความเห็นของ Micron ผู้ผลิตชิปหน่วยความจำรายใหญ่ ซึ่งออกมาตอบโต้หลัง ทิม คุก (Tim Cook) เคยให้ความเห็นว่าผู้ผลิตหน่วยความจำเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ Apple ต้องปรับราคาสินค้า
สุมิต สาดานา (Sumit Sadana) ประธานฝ่ายธุรกิจของ Micron เปิดเผยว่า บริษัทเคยแจ้งลูกค้าบางรายที่พยายามกดราคาชิปหน่วยความจำลง ว่าแนวทางดังกล่าวไม่ส่งผลดีต่ออุตสาหกรรม เนื่องจากการลดราคามากเกินไปทำให้ผู้ผลิตมีผลกำไรลดลง และลดความสามารถในการลงทุนสร้างโรงงานหรือขยายกำลังการผลิตเพิ่มเติม
ยังมีความหวัง แต่ผู้บริโภคไม่ควรคาดหวังว่าราคาจะลดลงเร็ว
แม้ว่าภาพรวมของตลาดจะยังค่อนข้างน่ากังวล แต่ก็ยังมีสัญญาณบวกอยู่บ้าง โดยบริษัท ASUS คาดว่าการปรับขึ้นราคาสินค้าในช่วงครึ่งหลังของปี 2026 จะไม่รุนแรงเท่าที่เคยประเมินไว้ แม้ว่าราคาจะยังเพิ่มขึ้นก็ตาม
ขณะเดียวกัน ยังมีรายงานว่าทาง SK hynix อาจปรับลดสัดส่วนการผลิต HBM สำหรับ AI และหันกลับมาผลิตหน่วยความจำ (RAM) แบบมาตรฐานสำหรับตลาดผู้บริโภคมากขึ้น ซึ่งหากเกิดขึ้นจริงก็อาจช่วยบรรเทาปัญหาการขาดแคลนหน่วยความจำได้ในระดับหนึ่ง
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ยังเห็นตรงกันว่า ความต้องการชิปสำหรับ AI และศูนย์ข้อมูลยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทำให้โอกาสที่ราคาของหน่วยความจำ (RAM) และ SSD จะกลับลงไปอยู่ในระดับเดิมนั้น ไม่ง่ายนัก
แหล่งที่มา techradar.com
- เลอโนโวจัดกิจกรรม “Lenovo x FIFA activation” พลิกโฉมประสบการณ์ฟุตบอลแห่งอนาคตด้วยเทคโนโลยี AI
- Microsoft เปิดตัว Majorana 2 ชิปควอนตัมเสถียรขึ้น 1,000 เท่า
- Dolby Atmos พลิกประสบการณ์เสียง สู่มิติใหม่แห่งความบันเทิงและการเล่นเกม
- Windows 11 อัปเดต Taskbar ชิดขอบได้แล้ว Start Menu ปรับแต่งได้
- ไมโครซอฟท์ ยกระดับ Copilot สู่เพื่อนร่วมทีมตัวจริง ทำงานอัตโนมัติแบบ Agentic AI ใน Word, Excel และ PowerPoint
ที่มารูปภาพ : Zoomik
