ยุโรปคืนชีพภารกิจ “ExoMars” เตรียมบุก “ดาวอังคาร” ล่าร่องรอยสิ่งมีชีวิต

Share on Line Share on Facebook Share on X
ยุโรปคืนชีพภารกิจ “ExoMars” เตรียมบุก “ดาวอังคาร” ล่าร่องรอยสิ่งมีชีวิต

หลังจากต้องเผชิญกับอุปสรรคและการเลื่อนกำหนดการมานานหลายปี ทั้งจากวิกฤตการแพร่ระบาดของโควิด-19 การถูกตัดงบประมาณจากนาซา (NASA) รวมถึงปัญหาที่ต่อเนื่องมาจากสงคราม ในที่สุด เอ็กโซมารส์ (ExoMars) ภารกิจสำรวจอวกาศของยุโรป ก็กลับมาเดินหน้าต่อได้อีกครั้ง

สรุปข่าว

ภารกิจ "เอ็กโซมารส์" (ExoMars) ของยุโรปกลับมาเดินหน้าอีกครั้งหลังเผชิญความล่าช้าหลายปี โดยตั้งเป้าปล่อยตัวโมดูลลงจอดในช่วงปลายปี 2028 และจะเดินทางถึงดาวอังคารในปี 2030 เพื่อสานต่อระยะที่สองของภารกิจในการส่งรถหุ่นยนต์สำรวจ (Rover) ลงสู่พื้นผิว ไฮไลต์สำคัญคือการเจาะลึกลงไปใต้ดิน 2 เมตรเพื่อค้นหาร่องรอยของสิ่งมีชีวิต

หลังจากต้องเผชิญกับอุปสรรคและการเลื่อนกำหนดการมานานหลายปี ทั้งจากวิกฤตการแพร่ระบาดของโควิด-19 การถูกตัดงบประมาณจากนาซา (NASA) รวมถึงปัญหาที่ต่อเนื่องมาจากสงคราม ในที่สุด เอ็กโซมารส์ (ExoMars) ภารกิจสำรวจอวกาศของยุโรป ก็กลับมาเดินหน้าต่อได้อีกครั้ง

โดยปัจจุบัน ทีมวิศวกรของบริษัท เธเลส อเลเนีย สเปซ (Thales Alenia Space) ณ เมืองคานส์ ประเทศฝรั่งเศส กำลังเร่งพัฒนาโมดูลลงจอด (Landing Module) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของภารกิจ ซึ่งมีกำหนดการปล่อยตัวในช่วงปลายปี 2028 และคาดว่าจะเดินทางถึงดาวอังคารในปี 2030

เป้าหมายสูงสุดของภารกิจนี้ คือการตรวจค้นหาร่องรอยของสิ่งมีชีวิตบนดาวอังคาร โดยตัวภารกิจ เอ็กโซมารส์ (ExoMars) จะถูกแบ่งออกเป็น 2 ระยะด้วยกัน เพื่อบรรลุเป้าหมายในการค้นหาสิ่งมีชีวิตดังกล่าว

โดยระยะแรก คือการส่งยานโคจรขึ้นสู่อวกาศ ซึ่งได้ส่งสำเร็จไปแล้วตั้งแต่ปี 2016 เพื่อทำหน้าที่วิเคราะห์ชั้นบรรยากาศของดาวอังคาร รวมถึงการตรวจหาแก๊สต่าง ๆ เช่น มีเทน ซึ่งอาจเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงสิ่งมีชีวิต

ส่วนระยะที่สอง จะเป็นการส่งยานสำรวจภาคพื้น ด้วยรถหุ่นยนต์สำรวจ (Rover) ลงสู่พื้นผิวดาวอังคาร หุ่นยนต์นี้จะทำการเจาะเก็บตัวอย่างดินและหินลึกลงไปใต้ดินถึง 2 เมตร เพื่อค้นหาซากฟอสซิลที่เป็นหลักฐานของสิ่งมีชีวิตในอดีต หรือร่องรอยของสิ่งมีชีวิตที่อาจยังหลงเหลืออยู่ในปัจจุบัน

โดยล่าสุด มีงานวิจัยชิ้นใหม่พบว่า ในพื้นที่จอดของโรเวอร์ มีการสะสมของชั้นตะกอนดินเหนียว (Clay deposits) แผ่ขยายเป็นวงกว้างกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้มาก ซึ่งนำไปสู่สมมติฐานที่ว่า บริเวณนี้อาจเคยเป็นมหาสมุทรโบราณที่ลึกหลายกิโลเมตรเมื่อประมาณ 4 พันล้านปีก่อน เนื่องจากแร่ดินเหนียวต้องใช้น้ำในสถานะของเหลวในการก่อตัว

แหล่งดินเหนียวขนาดใหญ่นี้จึงเป็นหลักฐานสำคัญที่ชี้ว่าดาวอังคารในอดีตเคยเปียกชื้น และมีสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการอยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตมากกว่าในปัจจุบัน และยังเป็นจุดที่น่าสนใจ ที่อาจจะช่วยขยายขอบเขตความรู้ของมนุษยชาติ เกี่ยวกับความลับของดาวเคราะห์สีแดงดวงนี้

ที่มาข้อมูล : news.afp.com esa.int

ที่มารูปภาพ : ESA, SEBASTIEN VUAGNAT / various sources / AFP