
บริษัท Fauna Robotics สตาร์ตอัปจากนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา โดยผู้ก่อตั้งร็อบ คอแครน (Rob Cochran) และจอช เมเรล (Josh Merel) ได้เปิดตัว Sprout หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์รุ่นใหม่ที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อก้าวข้ามข้อจำกัดเดิมๆ ของหุ่นยนต์ในโรงงานอุตสาหกรรม โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างหุ่นยนต์อเนกประสงค์ที่สามารถใช้ชีวิต ทำงาน และเล่นสนุกร่วมกับมนุษย์ในสภาพแวดล้อมทั่วไปได้อย่างกลมกลืน
สรุปข่าว
บริษัท Fauna Robotics สตาร์ตอัปจากนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา โดยผู้ก่อตั้งร็อบ คอแครน (Rob Cochran) และจอช เมเรล (Josh Merel) ได้เปิดตัว Sprout หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์รุ่นใหม่ที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อก้าวข้ามข้อจำกัดเดิมๆ ของหุ่นยนต์ในโรงงานอุตสาหกรรม โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างหุ่นยนต์อเนกประสงค์ที่สามารถใช้ชีวิต ทำงาน และเล่นสนุกร่วมกับมนุษย์ในสภาพแวดล้อมทั่วไปได้อย่างกลมกลืน
ดีไซน์เป็นมิตรและสื่อสารอารมณ์ได้โดยไม่ต้องมีหน้าจอ
หุ่นยนต์ Sprout มีความโดดเด่นด้วยดีไซน์ที่ดูคล้ายตัวละครแอนิเมชันมากกว่าเครื่องจักรกล ตัวหุ่นยนต์มีความสูง 107 เซนติเมตร และน้ำหนักเพียง 22.7 กิโลกรัม ซึ่งเป็นขนาดที่พอเหมาะกับการใช้ชีวิตในบ้าน ไม่ว่าจะยืนข้างโต๊ะหรือนั่งเก้าอี้ และถูกออกแบบมาให้ดูไม่น่ากลัว โดยเฉพาะสำหรับเด็ก ๆ
จุดเด่นที่น่าสนใจที่สุด คือ การออกแบบใบหน้าแบบไม่ใช้หน้าจอดิจิทัล (Non-screen-based) แต่ใช้คิ้วเสาอากาศที่ติดตั้งมอเตอร์ให้ขยับขึ้นลงได้ ทำงานร่วมกับแผงไฟ LED เพื่อแสดงอารมณ์และเจตนาต่างๆ เช่น เมื่อหุ่นยนต์รู้สึกดีใจ คิ้วก็จะขยับขึ้นลง
นอกจากนี้ยังมีคอที่ขยับได้เพื่อให้หุ่นยนต์สามารถมองผู้คนหรือสิ่งของได้จริง ๆ และยังมีโครงข่ายพลาสติกบนศีรษะที่สามารถนำตัวต่อ LEGO มาติดเพื่อตกแต่งหุ่นยนต์ให้เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละคนได้
ความสามารถในการเคลื่อนไหวที่หลากหลาย
หุ่นยนต์ Sprout มาพร้อมกับข้อต่อถึง 29 จุด (Degrees of freedom) ทำให้สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างเป็นธรรมชาติและไหลลื่น หุ่นยนต์สามารถทำได้ตั้งแต่การเดิน คุกเข่า คลาน นั่ง โบกมือ เต้น กระโดด ไปจนถึงการหยิบจับสิ่งของ
รวมทั้งสามารถแสดงท่าทางเข้าสังคมกับมนุษย์ได้อย่างเป็นกันเอง เช่น การแตะมือ (High-fives) จับมือ หรือการโพสท่าทางสนุก ๆ โดยมันสามารถเคลื่อนที่ไปมาได้ทั้งในร่มและกลางแจ้งโดยไม่ต้องจำกัดพื้นที่การทำงาน
ฮาร์ดแวร์อันทรงพลังและความปลอดภัยขั้นสูง
ภายในของหุ่นยนต์ Sprout ขับเคลื่อนด้วยชิป NVIDIA Jetson AGX Orin เพื่อการประมวลผลและการตัดสินใจขั้นสูง มาพร้อมไมโครโฟน 4 ตัว สำหรับการจดจำเสียงและระบุทิศทางเสียง รวมถึงลำโพงในตัวที่ทำให้หุ่นยนต์โต้ตอบด้วยเสียงพูดและเอฟเฟกต์เสียงต่างๆ ได้ แบตเตอรี่ของตัวเครื่องสามารถถอดเปลี่ยนได้และใช้งานได้นาน 3 ถึง 3.5 ชั่วโมง
ในด้านความปลอดภัย หุ่นยนต์ถูกออกแบบมาอย่างรัดกุมโดยมีแผงด้านนอกที่อ่อนนุ่ม ลดจุดหนีบ (Pinch points) เพื่อป้องกันอันตรายเมื่อสัมผัสใกล้ชิดกับมนุษย์
นอกจากนี้ยังมีเซ็นเซอร์ Time-of-flight ที่คอยตรวจจับสิ่งกีดขวางและบุคคลรอบข้าง และมีซอฟต์แวร์จำกัดแรงเพื่อไม่ให้มันหยิบจับสิ่งของแรงเกินไปจนเกิดความเสียหาย
ก้าวสำคัญสู่นักพัฒนาและการนำไปใช้งานจริง
ปัจจุบัน Sprout ได้เปิดให้สั่งซื้อแล้วในเวอร์ชัน Creator Edition ซึ่งมุ่งเป้าไปที่นักพัฒนา นักวิจัย และสถาบันต่าง ๆ โดยตัวหุ่นยนต์มีระบบซอฟต์แวร์ที่รองรับการทำแผนที่ การนำทาง และการโต้ตอบด้วยเสียงมาให้พร้อมใช้งานทันที (Out of the box)
ร็อบ คอแครน (Rob Cochran) ผู้ร่วมก่อตั้ง ได้เปรียบเทียบการมาถึงของ Sprout ว่า "คล้ายกับยุคเริ่มต้นของคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลอย่าง Apple II และภาษาโปรแกรม BASIC ที่เป็นตัวเปิดทางให้นักพัฒนาแอปพลิเคชันได้สร้างสรรค์ผลงานและขยายตลาดให้เติบโต"
โดยในท้ายที่สุด บริษัท Fauna Robotics มุ่งหวังให้หุ่นยนต์ Sprout เป็นแพลตฟอร์มอเนกประสงค์ที่สามารถปรับสเกลไปสู่การผลิตในระดับแมส และนำไปประยุกต์ใช้ได้อย่างกว้างขวาง ทั้งในด้านการศึกษา การบำบัดรักษา และงานวิจัยเชิงโต้ตอบ
ที่มาข้อมูล : Fauna Robotics
ที่มารูปภาพ : Fauna Robotics
