เยอรมนีผุด “พนักงานหุ่นยนต์” ใช้ฮิวแมนนอยด์เป็นเพื่อนช่วยเลือกซื้อของ

Share on Line Share on Facebook Share on X
เยอรมนีผุด “พนักงานหุ่นยนต์” ใช้ฮิวแมนนอยด์เป็นเพื่อนช่วยเลือกซื้อของ

ห้างขายอุปกรณ์ตกแต่งบ้านและงานช่างในเมืองพ็อคคิง (Pocking) ทางตอนใต้ของเยอรมนี เปิดตัวผู้ช่วยคนใหม่เป็นหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์สุดล้ำ เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้าที่มาเลือกซื้อของภายในร้าน

สรุปข่าว

Schotti (ช็อต-ตี้) หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์สุดล้ำได้เริ่มทดลองงานเป็นผู้ช่วยพนักงาน ณ ห้างค้าปลีกอุปกรณ์ตกแต่งบ้านในเมืองพ็อคคิง ประเทศเยอรมนี โดยมีความสามารถในการตอบคำถามและเดินนำทางลูกค้าไปยังชั้นวางสินค้าได้อย่างแม่นยำ ซึ่งตัวหุ่นยนต์ได้รับการพัฒนาโดยทีมงานจาก labland.ai มีจุดเด่นด้านความคุ้มค่าด้วยต้นทุนเฉลี่ยรายชั่วโมงเพียงราว 1.70 ยูโร (ประมาณ 70 บาท) อย่างไรก็ตาม ทางห้างย้ำว่าเป้าหมายคือการส่งหุ่นยนต์มาช่วยแบ่งเบาภาระไม่ใช่เพื่อทดแทนแรงงานมนุษย์ ซึ่งปัจจุบันช็อต-ตี้ยังคงทำงานแบบกึ่งอัตโนมัติ 2-3 วันต่อสัปดาห์ร่วมกับการควบคุมระยะไกล เพื่อเรียนรู้และพัฒนาทักษะสู่การทำงานร่วมกับมนุษย์ได้อย่างราบรื่นในอนาคต

ห้างขายอุปกรณ์ตกแต่งบ้านและงานช่างในเมืองพ็อคคิง (Pocking) ทางตอนใต้ของเยอรมนี เปิดตัวผู้ช่วยคนใหม่เป็นหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์สุดล้ำ เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้าที่มาเลือกซื้อของภายในร้าน

หุ่นยนต์มีชื่อว่า ช็อต-ตี้ (Schotti) มันสามารถตอบคำถามของลูกค้าเกี่ยวกับตำแหน่งของสินค้าได้อย่างแม่นยำ เนื่องจากได้เรียนรู้แผนผังของร้านมาเป็นอย่างดี และยังสามารถเดินนำทางไปยังชั้นวางสินค้าที่ถูกต้องได้อีกด้วย

ตัวหุ่นยนต์จะสวมชุดยูนิฟอร์มเหมือนกับพนักงานทั่วไป และมีหน้าจอแท็บเล็ตติดตั้งอยู่บริเวณหน้าอก เริ่มเปิดตัวทดลองงานมาตั้งแต่ต้นเดือนเมษายน 2026 ที่ผ่านมา

จุดเด่นสำคัญที่สุดของการใช้หุ่นยนต์มาเป็นพนักงานผู้ช่วยนี้ คือต้นทุนในการฝึกอบรมที่ต่ำมาก โดยทางร้านเผยว่าตัวหุ่นยนต์ได้รับการเขียนโปรแกรมและฝึกฝนโดยทีมงานจาก แล็บแลนด์ ดอต เอไอ (labland.ai) บริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านการพิมพ์ 3 มิติ หุ่นยนต์ และโซลูชัน AI

บริษัทเผยว่า ช็อต-ตี้ (Schotti)  ถือเป็นพนักงานที่มีค่าตัวประหยัดที่สุดในร้าน เมื่อคำนวณจากราคาซื้อที่ 80,000 ยูโร หรือราว 3 ล้านบาท เทียบกับอายุการใช้งานแล้ว จะตกเป็นค่าจ้างรายชั่วโมงเพียงแค่ประมาณ 1.70 ยูโร หรือประมาณ 70 บาทเท่านั้น แถมยังสามารถเรียนรู้ทักษะใหม่ได้เรื่อย ๆ 

อย่างไรก็ตามทางร้านย้ำชัดว่า เป้าหมายของโครงการทั้งหมดนี้ ไม่ใช่การเอาหุ่นยนต์มาแทนที่มนุษย์ แต่เป็นการใช้เทคโนโลยีหุ่นยนต์มาช่วยแบ่งเบาภาระและทำให้การทำงานของพนักงาน รวมถึงชีวิตของผู้คนดีขึ้น

ปัจจุบัน ช็อต-ตี้ (Schotti) ยังไม่ได้ทำงานแบบอัตโนมัติร้อยเปอร์เซ็นต์ โดยจะทำงานที่ร้านแห่งนี้ประมาณ 2-3 วันต่อสัปดาห์ และการเคลื่อนไหวส่วนใหญ่ยังคงต้องควบคุมระยะไกล เพื่อทยอยสอนให้มันเรียนรู้เส้นทาง และฝึกทักษะให้ฉลาดขึ้นเรื่อย ๆ รวมถึงยังมีการส่งหุ่นยนต์รุ่นเดียวกันไปทำงานในร้านอื่น ๆ เพื่อปรับตัวให้เข้ากับบทบาทหน้าที่ที่หลากหลาย เพื่อเป้าหมายคือการทำงานร่วมกับมนุษย์ได้อย่างราบรื่นในอนาคต

ที่มาข้อมูล : reutersconnect.com

ที่มารูปภาพ : Reuters