มนุษย์เฉือนชนะหุ่นยนต์ Figure 03 แบบหืดจับหลังแข่งขันจัดเรียงสินค้านาน 10 ชั่วโมง

Share on Line Share on Facebook Share on X
มนุษย์เฉือนชนะหุ่นยนต์ Figure 03 แบบหืดจับหลังแข่งขันจัดเรียงสินค้านาน 10 ชั่วโมง

วันที่ 17 พฤษภาคมที่ผ่านมา บริษัทสตาร์ตอัปด้านหุ่นยนต์ Figure AI สหรัฐอเมริกาจัดการแข่งขันที่ท้าทายขีดจำกัดภายใต้ชื่อ "Man vs Machine" มนุษย์ปะทะเครื่องจักร ซึ่งเป็นการประลองความเร็วและความอึดในการทำงานระหว่างมนุษย์และหุ่นยนต์เป็นระยะเวลา 10 ชั่วโมงเต็ม

โดยในการแข่งขันครั้งนี้ พนักงานฝึกงานที่เป็นมนุษย์ต้องเผชิญหน้ากับหุ่นยนต์ Figure 03 ซึ่งเป็นหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์รุ่นใหม่ของบริษัท ทั้งคู่ได้รับภารกิจให้จัดการพัสดุที่ไหลมาตามสายพาน โดยมีเป้าหมายคือต้องจัดเรียงและพลิกให้บาร์โค้ดบนกล่องพัสดุทุกชิ้นหันมาอยู่ในด้านเดียวกัน 

สรุปข่าว

บริษัท Figure AI จัดการแข่งขัน “Man vs Machine” ให้มนุษย์ดวลความเร็วกับหุ่นยนต์ Figure 03 ในการคัดแยกพัสดุต่อเนื่อง 10 ชั่วโมง โดยมนุษย์เฉือนชนะเพียง 192 ชิ้น ด้วยเวลาเฉลี่ย 2.79 วินาทีต่อชิ้น แม้มนุษย์จะชนะ แต่ซีอีโอ เบรตต์ แอดค็อก (Brett Adcock) เตือนว่านี่อาจเป็น “ครั้งสุดท้าย” ที่มนุษย์ชนะได้ เพราะหุ่นยนต์ไม่เหนื่อยล้าและยังทำงานต่อได้แม้จบการแข่งขันแล้ว

วันที่ 17 พฤษภาคมที่ผ่านมา บริษัทสตาร์ตอัปด้านหุ่นยนต์ Figure AI สหรัฐอเมริกาจัดการแข่งขันที่ท้าทายขีดจำกัดภายใต้ชื่อ "Man vs Machine" มนุษย์ปะทะเครื่องจักร ซึ่งเป็นการประลองความเร็วและความอึดในการทำงานระหว่างมนุษย์และหุ่นยนต์เป็นระยะเวลา 10 ชั่วโมงเต็ม

โดยในการแข่งขันครั้งนี้ พนักงานฝึกงานที่เป็นมนุษย์ต้องเผชิญหน้ากับหุ่นยนต์ Figure 03 ซึ่งเป็นหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์รุ่นใหม่ของบริษัท ทั้งคู่ได้รับภารกิจให้จัดการพัสดุที่ไหลมาตามสายพาน โดยมีเป้าหมายคือต้องจัดเรียงและพลิกให้บาร์โค้ดบนกล่องพัสดุทุกชิ้นหันมาอยู่ในด้านเดียวกัน 

ผลการแข่งขัน ชัยชนะเป็นของมนุษย์ เมื่อครบกำหนด 10 ชั่วโมง มนุษย์เป็นฝ่ายเฉือนชนะหุ่นยนต์ไปได้อย่างหวุดหวิด แม้ว่าพนักงานฝึกงานจะต้องเสียเวลาส่วนหนึ่งไปกับการพักเข้าห้องน้ำ ซึ่งเป็นสิ่งที่หุ่นยนต์ไม่ต้องทำเลยก็ตาม

และจากสถิติพบว่า พนักงานฝึกงานมีความเร็วเฉลี่ยอยู่ที่ 2.79 วินาทีต่อชิ้น ในขณะที่หุ่นยนต์ Figure 03 ทำเวลาได้ 2.83 วินาทีต่อชิ้น และหุ่นยนต์จัดการพัสดุไปได้ทั้งหมด 12,732 ชิ้น ทำให้มนุษย์เอาชนะไปด้วยส่วนต่าง 192 ชิ้น
 
อย่างไรก็ตาม ชัยชนะของมนุษย์ในครั้งนี้ต้องแลกมาด้วยความเจ็บปวดทางร่างกายอย่างหนัก โพสต์บนโซเชียลมีเดียระบุว่า พนักงานฝึกงานมีสภาพอิดโรยอย่างรุนแรงเมื่อจบการแข่งขัน และมีแผลพุพองที่นิ้วมือ

เบรตต์ แอดค็อก (Brett Adcock) ซีอีโอของบริษัท Figure AI ได้โพสต์ข้อความแสดงความยินดีกับพนักงานฝึกงานที่ชื่อ Aime พร้อมเปิดเผยว่าสภาพแขนท่อนล่างข้างซ้ายของเขา "แทบจะหัก"

ในทางตรงกันข้าม หุ่นยนต์ Figure 03 ไม่แสดงร่องรอยความเหนื่อยล้าหรือความสึกหรอใดๆ ออกมาเลย และยังคงทำหน้าที่คัดแยกสิ่งของต่อไปอย่างต่อเนื่องแม้ว่าการแข่งขันจะจบลงไปแล้ว

นี่อาจเป็นชัยชนะครั้งสุดท้ายของมนุษย์? แม้มนุษย์จะเป็นฝ่ายชนะ แต่ซีอีโอของ Figure AI ได้กล่าวเตือนให้ตระหนักถึงความเป็นจริงของการพัฒนาเทคโนโลยี โดยเขากล่าวว่า "นี่จะเป็นครั้งสุดท้ายที่มนุษย์จะสามารถเอาชนะได้"

ชัยชนะของมนุษย์ที่เกิดขึ้น พิสูจน์ให้เห็นว่ามนุษย์ยังสามารถต่อกรกับเครื่องจักรได้ในปัจจุบัน แต่ในขณะเดียวกันบริษัทหุ่นยนต์ต่างๆ ก็กำลังเร่งพัฒนาให้หุ่นยนต์มีความเร็วและประสิทธิภาพที่สูงขึ้นเรื่อยๆ

ซึ่งขีดความสามารถของหุ่นยนต์ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในโรงงานเท่านั้น เช่น บริษัท Unitree ในประเทศจีนระบุว่าหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์รุ่น H1 ของตน อาจจะสามารถวิ่งทำลายสถิติ 100 เมตรของนักวิ่งเหรียญทองโอลิมปิกอย่าง Usain Bolt ได้ในเร็วๆ นี้เช่นกัน

การแข่งขันในครั้งนี้เกิดขึ้นในระหว่างที่บริษัทกำลังทดสอบให้หุ่นยนต์ Figure 03 ของบริษัทจัดการพัสดุที่ไหลมาตามสายพาน และ Live ถ่ายทอดสดให้คนดูทั่วโลก ซึ่งในตอนนี้กำลังเข้าสู่ชั่วโมงที่ 110 ที่หุ่นยนต์ Figure 03 จำนวน 3 ตัว สลับกันทำงานอย่างต่อเนื่อง

สำหรับหุ่นยนต์ Figure 03 นั้นเป็นการต่อยอดความสำเร็จจากหุ่นยนต์ Figure 01 และ Figure 02 โดยมุ่งเน้นให้มีความสามารถด้านปัญญาประดิษฐ์ AI และการทำงานอัตโนมัติที่ใกล้เคียงมนุษย์มากขึ้น ทั้งในด้านการเคลื่อนไหว การเข้าใจภาษา และการทำงานร่วมกับมนุษย์ในโรงงานหรือชีวิตประจำวัน หุ่นยนมีความสูงประมาณ 168 เซนติเมตร น้ำหนักราว 60 กิโลกรัม ใช้ระบบ AI สำหรับวิเคราะห์สภาพแวดล้อมแบบเรียลไทม์

ที่มาข้อมูล : Figure AI

ที่มารูปภาพ : Figure AI

แท็กบทความ