Microsoft ซุ่มทดสอบ “Project Lobster” ผู้ช่วย AI ส่วนตัวสุดล้ำ ยอดผู้ใช้งานภายในทะลุ 3,000 คน

Share on Line Share on Facebook Share on X
Microsoft ซุ่มทดสอบ “Project Lobster” ผู้ช่วย AI ส่วนตัวสุดล้ำ ยอดผู้ใช้งานภายในทะลุ 3,000 คน

เว็บไซต์ Geekwire รายงานว่าทีมงานภายในของ Microsoft ภายใต้การนำของโอมาร์ ชาฮีน (Omar Shahine) รองประธานฝ่ายองค์กร กำลังพัฒนาเฟรมเวิร์กโอเพนซอร์สชื่อ OpenClaw และโปรโตไทป์ผู้ช่วยส่วนตัวบนเดสก์ท็อปที่เรียกว่า "Project Lobster"

สรุปข่าว

ทีมของ Microsoft กำลังพัฒนา OpenClaw และ “Project Lobster” ผู้ช่วย AI บนเดสก์ท็อป ที่มีผู้ใช้งานภายในพุ่งเกิน 3,000 คนภายในเวลาไม่นาน ระบบนี้ตั้งเป้าสร้างทีมเอเจนต์อัจฉริยะทำงานแทนผู้ใช้แบบ 24/7 ผ่าน ClawPilot แต่ยังเผชิญความเสี่ยงด้านความปลอดภัยคล้าย “ไวรัส” ตามคำเตือนของ Satya Nadella ปัจจุบันทีมเร่งพัฒนามาตรการความปลอดภัยระดับองค์กร เพื่อควบคุมการทำงานอัตโนมัติและป้องกันการโจมตีระบบ

เว็บไซต์ Geekwire รายงานว่าทีมงานภายในของ Microsoft ภายใต้การนำของโอมาร์ ชาฮีน (Omar Shahine) รองประธานฝ่ายองค์กร กำลังพัฒนาเฟรมเวิร์กโอเพนซอร์สชื่อ OpenClaw และโปรโตไทป์ผู้ช่วยส่วนตัวบนเดสก์ท็อปที่เรียกว่า "Project Lobster"

โปรเจกต์นี้กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยภายในวันที่ 1 พฤษภาคม มีพนักงาน Microsoft เข้าทดลองใช้งาน Project Lobster เป็นประจำทุกวันมากกว่า 3,000 คน ซึ่งเพิ่มขึ้นจากราว 100 คน ในสัปดาห์ก่อนหน้า

เป้าหมายของทีมงาน ซึ่งมีชื่อเรียกตัวเองว่าทีม Ocean 11 คือ การสร้างทีมเอเจนต์ที่พร้อมทำงานตลอดเวลา ซึ่งจะประกอบไปด้วยเอเจนต์ระดับหัวหน้าคณะทำงาน, ผู้ช่วยผู้บริหาร และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เพื่อคอยจัดการงานต่างๆ แทนผู้ใช้งานแบบ 24/7 ภายในระบบนิเวศของ Microsoft 365

ผู้ช่วยเหล่านี้จะทำงานผ่านสภาพแวดล้อมบนเดสก์ท็อปที่ใช้ชื่อว่า "ClawPilot" โดยสามารถทำงานล่วงหน้าได้อย่างอัตโนมัติ เช่น การเตรียมข้อมูลก่อนที่คุณจะตื่นนอน จัดการกล่องอีเมลระหว่างที่คุณกำลังประชุม หรือกระทั่งสั่งอาหารให้หากคุณมีประชุมติดพัน ทางด้านโอมาร์ ชาฮีน (Omar Shahine) เองก็ใช้งาน ClawPilot เป็นผู้ช่วยส่วนตัวเช่นกัน โดยตั้งชื่อว่า "Sebastien"

สำหรับ OpenClaw เริ่มพัฒนาโดยปีเตอร์ สไตน์เบอร์เกอร์ (Peter Steinberger) เปิดให้ใช้งานแบบสาธารณะตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2025
 
อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีเอเจนต์อัตโนมัตินี้มาพร้อมกับความท้าทายด้านความปลอดภัยอย่างหนัก โดยก่อนหน้านี้ สัตยา นาเดลลา (Satya Nadella) ซีอีโอของ Microsoft เคยกล่าวเปรียบเทียบเทคโนโลยีประเภทนี้ว่ามีความเสี่ยงด้านความปลอดภัยคล้ายกับ "ไวรัส"

สอดคล้องกับคำเตือนจากทีม Microsoft Defender ที่ระบุว่าโค้ดของ OpenClaw ยังถือเป็นสิ่งที่  ไม่น่าไว้วางใจ เพราะระบบสามารถทำงานเองได้โดยอิสระและมีการเก็บข้อมูลยืนยันตัวตนไว้ตลอดเวลา ซึ่งอาจนำไปสู่การโจมตีระบบได้
 
ดังนั้น ภารกิจอันดับหนึ่งของทีมโอมาร์ ชาฮีน (Omar Shahine) คือ การพัฒนาระบบความปลอดภัยระดับองค์กร เช่น การสร้างตัวตน (Entra IDs), กล่องอีเมล Exchange และสถานะใน Teams แยกเฉพาะให้แก่ตัวเอเจนต์แต่ละตัว   

ที่มาข้อมูล : Microsoft, Geekwire

ที่มารูปภาพ : Microsoft, Geekwire