
ทีมนักวิศวกรจากเมืองฟุกุโอกะ ประเทศญี่ปุ่น ประสบความสำเร็จในการพัฒนาระบบผลิตไฟฟ้าจากกระบวนการออสโมซิส (Osmosis) ซึ่งถือเป็นโรงไฟฟ้าแรงดันออสโมติกแห่งที่ 2 ของโลก โดยเปลี่ยนทรัพยากรที่เคยถูกทิ้งอย่างน้ำเสียและน้ำทะเลเข้มข้นให้กลายเป็นพลังงานหมุนเวียนแห่งอนาคต
สรุปข่าว
ทีมนักวิศวกรจากเมืองฟุกุโอกะ ประเทศญี่ปุ่น ประสบความสำเร็จในการพัฒนาระบบผลิตไฟฟ้าจากกระบวนการออสโมซิส (Osmosis) ซึ่งถือเป็นโรงไฟฟ้าแรงดันออสโมติกแห่งที่ 2 ของโลก โดยเปลี่ยนทรัพยากรที่เคยถูกทิ้งอย่างน้ำเสียและน้ำทะเลเข้มข้นให้กลายเป็นพลังงานหมุนเวียนแห่งอนาคต
หลักการทำงานของเทคโนโลยีนี้ อาศัยปรากฏการณ์ธรรมชาติที่เราคุ้นเคยกันดี คือการที่โมเลกุลของน้ำเคลื่อนที่จากสารละลายที่มีความเข้มข้นต่ำ หรือในที่นี้คือน้ำเสียที่ผ่านการบำบัดแล้ว ไปยังสารละลายที่มีความเข้มข้นสูง หรือในที่นี้คือน้ำเกลือเข้มข้น ผ่านเยื่อแผ่นบางหรือเมมเบรน
เมื่อน้ำเสียที่บำบัดแล้ว พยายามซึมผ่านเมมเบรนเข้าไปผสมกับน้ำเค็มเพื่อรักษาสมดุลความเข้มข้น แรงดันที่เกิดจากการเคลื่อนที่ของโมเลกุลน้ำนี้จะมีมหาศาล เรียกว่า แรงดันออสโมติก (Osmotic Pressure) ซึ่งแรงดันน้ำที่เพิ่มขึ้นนี้เองจะถูกส่งไปปั่นกังหัน (Turbine) เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า
เมืองฟุกุโอกะมีความได้เปรียบทางภูมิศาสตร์ เนื่องจากมีโรงงานผลิตน้ำจืดจากน้ำทะเลขนาดใหญ่ ซึ่งมักจะมีผลพลอยได้เป็นน้ำเกลือเข้มข้น (Brine) จำนวนมาก เดิมทีน้ำเกลือเหล่านี้ต้องถูกเจือจางก่อนปล่อยลงสู่ทะเล แต่โครงการนี้ ได้นำน้ำเกลือดังกล่าวมาจับคู่กับน้ำเสียที่บำบัดแล้วจากโรงบำบัดน้ำเสียใกล้เคียง เพื่อสร้างแรงดันไฟฟ้า
โดยสถิติและเป้าหมายที่น่าสนใจของโครงการนี้ ระบุว่าใช้งบประมาณการสร้างที่ประมาณ 700 ล้านเยน หรือราว 142 ล้านบาท ส่วนกำลังการผลิตคาดการณ์ว่าหากเดินเครื่องเต็มกำลัง จะผลิตไฟฟ้าได้ถึง 880,000 กิโลวัตต์ต่อปี เทียบเท่ากับการใช้งานไฟฟ้าของครัวเรือนทั่วไปถึง 300 หลังคาเรือน
แม้ปัจจุบันต้นทุนการผลิตไฟฟ้าของกระบวนการดังกล่าว จะยังสูงกว่าพลังงานฟอสซิลและพลังงานหมุนเวียนรูปแบบอื่น และยังต้องใช้พลังงานส่วนหนึ่งในการสูบน้ำเข้าระบบ แต่ข้อได้เปรียบที่สำคัญคือความเสถียรเนื่องจากพลังงานจากแรงดันออสโมติก ไม่ได้ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศหรือแสงแดดเหมือนโซลาร์เซลล์หรือกังหันลม
เคียววาคิเด็น อินดัสทรี (Kyowakiden Industry) หนึ่งในบริษัทผู้รับผิดชอบโครงการนี้กล่าวว่า เป้าหมายต่อไปคือการขยายขนาดโรงไฟฟ้าให้ใหญ่ขึ้น 5-10 เท่า และพัฒนาเทคโนโลยีให้สามารถใช้กับน้ำทะเลปกติได้ ซึ่งจะช่วยขยายโอกาสไปยังประเทศที่ขาดแคลนน้ำจืดอย่างกลุ่มประเทศในตะวันออกกลาง และเป็นส่วนสำคัญในการลดวิกฤตโลกร้อนอย่างยั่งยืน
- “ญี่ปุ่น” ตัดสินใจครั้งใหญ่ จ่อเปิดโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ใหญ่สุดในโลก หลังปิดไปนานกว่า 15 ปี!
- NATO ทดสอบเทคโนโลยีโดรน รับมือภัยคุกคามใหม่ในน่านน้ำยุโรป
- โรงไฟฟ้า “โซลาร์เซลล์ลอยน้ำ” ใหญ่ที่สุดในยุโรป เปิดตัวแล้วในฝรั่งเศส
- กฟผ. อู้ฟู่ถือหุ้น 10 หลักทรัพย์ มูลค่ากว่า 9.12 หมื่นล้าน มีตัวไหนบ้างเช็กเลย
- อเมริกาเตรียมโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนใต้พิภพใหญ่ที่สุดในโลกแห่งใหม่
ที่มาข้อมูล : news.afp.com
ที่มารูปภาพ : ATISH PATEL / various sources / AFP / Philip Fong
