
ในขณะที่โครงการระดับชาติของซาอุดีอาระเบีย เช่น The Line ตึกสูงความยาวหลายร้อยเมตรที่เน้นย้ำถึงความล้ำสมัยและวิสัยทัศน์แห่งอนาคต ล่าสุดซาอุดิอาระเบียได้หันกลับไปสู่รากฐานทางวัฒนธรรม ด้วยการพัฒนาพิพิธภัณฑ์มรดกอาซาน มิสก์ (Asaan Misk) ซึ่งเลือกใช้วัสดุก่อสร้างแบบดั้งเดิมอย่างอิฐดินเหนียว หรืออะโดบี ท่ามกลางภูมิประเทศทะเลทรายอันร้อนระอุ
พิพิธภัณฑ์มรดกอาซาน มิสก์ (Asaan Misk) ตั้งอยู่ที่ดีริยาห์ เมืองเก่าใกล้กรุงริยาด ชื่อ “Asaan” หมายถึง “มรดกที่ตกทอดมาหลายรุ่น” โดยตัวอาคารได้รับแรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมดั้งเดิมของภูมิภาค ซึ่งใช้ดินเหนียว ฟาง และน้ำผสมกัน ก่อนนำไปตากแดดจนแข็งตัว วัสดุนี้มีคุณสมบัติเย็นสบาย เหมาะกับภูมิอากาศแบบทะเลทราย และจะผลิตขึ้นในท้องถิ่น
สรุปข่าว
ในขณะที่โครงการระดับชาติของซาอุดีอาระเบีย เช่น The Line ตึกสูงความยาวหลายร้อยเมตรที่เน้นย้ำถึงความล้ำสมัยและวิสัยทัศน์แห่งอนาคต ล่าสุดซาอุดิอาระเบียได้หันกลับไปสู่รากฐานทางวัฒนธรรม ด้วยการพัฒนาพิพิธภัณฑ์มรดกอาซาน มิสก์ (Asaan Misk) ซึ่งเลือกใช้วัสดุก่อสร้างแบบดั้งเดิมอย่างอิฐดินเหนียว หรืออะโดบี ท่ามกลางภูมิประเทศทะเลทรายอันร้อนระอุ
พิพิธภัณฑ์มรดกอาซาน มิสก์ (Asaan Misk) ตั้งอยู่ที่ดีริยาห์ เมืองเก่าใกล้กรุงริยาด ชื่อ “Asaan” หมายถึง “มรดกที่ตกทอดมาหลายรุ่น” โดยตัวอาคารได้รับแรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมดั้งเดิมของภูมิภาค ซึ่งใช้ดินเหนียว ฟาง และน้ำผสมกัน ก่อนนำไปตากแดดจนแข็งตัว วัสดุนี้มีคุณสมบัติเย็นสบาย เหมาะกับภูมิอากาศแบบทะเลทราย และจะผลิตขึ้นในท้องถิ่น
แม้รายละเอียดเชิงโครงสร้างยังไม่เปิดเผยทั้งหมด เช่น การใช้คอนกรีตเสริมในบางส่วนหรือไม่ แต่สิ่งที่แน่นอนคือ พิพิธภัณฑ์แห่งนี้จะมีพื้นที่กว่า 40,000 ตารางเมตร และออกแบบโดยสำนักงานชื่อดัง Zaha Hadid Architects ภายในจะประกอบด้วยลานภายในที่มีร่มเงา 3 แห่ง ล้อมรอบด้วยพื้นที่จัดแสดงนิทรรศการถาวร งานศิลปะ กิจกรรมทางการศึกษา และส่วนบริหาร
โดยหนึ่งในไฮไลต์สำคัญคือ ห้องปฏิบัติการอนุรักษ์โบราณวัตถุ ซึ่งจะสนับสนุนการฟื้นฟูและอนุรักษ์ศิลปวัตถุมรดกของชาติ เพื่อส่งต่อคุณค่าเหล่านี้สู่คนรุ่นใหม่
การออกแบบอาคารแสดงให้เห็นถึงสถาปัตยกรรมในสไตล์ดั้งเดิมของภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยเฉพาะสไตล์นัจดิ (Najdi) ที่พบได้ทั่วไปในซาอุดีอาระเบีย
สีภายนอกของอาคารใช้สีทรายหรือน้ำตาลอ่อน ซึ่งเลียนแบบวัสดุก่อสร้างดั้งเดิมอย่างดินเหนียวหรืออิฐดินเผา (mudbrick) ให้ความกลมกลืนกับสภาพแวดล้อมทะเลทราย
รูปทรงของอาคารมีลักษณะเป็นเรขาคณิตชัดเจน ผนังหนาและมีหน้าต่างขนาดเล็กเพื่อลดความร้อน มีการจัดวางอาคารอย่างเป็นระเบียบ มีลานเปิดโล่งและพื้นที่รวมกลุ่มสำหรับคนเดิน ผนังอาคารบางส่วนเจาะลวดลายช่องแสง (Mashrabiya หรือ motiff) ที่ให้แสงลอดผ่านและระบายอากาศได้ดี
เว็บไซต์ Asaan ระบุว่า “พิพิธภัณฑ์แห่งนี้จะเป็นศูนย์รวมแรงบันดาลใจ เปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนของสังคมได้มีส่วนร่วมในการสร้างและสืบสานอารยธรรมและมรดกทางวัฒนธรรมของราชอาณาจักร”
โครงการนี้อยู่ภายใต้ความร่วมมือกับมูลนิธิ Misk Foundation องค์กรไม่แสวงหากำไรของซาอุดีอาระเบีย และถือเป็นส่วนหนึ่งของวิสัยทัศน์ Saudi Vision 2030 ซึ่งตั้งเป้าเปลี่ยนโฉมประเทศให้ทันสมัยและหลากหลายยิ่งขึ้นผ่านโครงการยักษ์ เช่น Neom, Mukaab และ JEC Tower อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการเปิดเผยกำหนดการเปิดพิพิธภัณฑ์อย่างเป็นทางการ
- OpenThaiGPT ก้าวกระโดดแห่ง AI ภาษาไทย ที่พัฒนาโดยคนไทย เพื่อคนไทย
- Hermeus ทดสอบเครื่องบินไฮเปอร์โซนิก Quarterhorse Mk 1 สำเร็จ เดินหน้าพัฒนาเครื่องรุ่นใหม่สิ้นปีนี้
- ทรัมป์เตรียมผลักดันพลังงานนิวเคลียร์ รองรับปัญญาประดิษฐ์ (AI) และศูนย์ข้อมูลในสหรัฐฯ
- สัดส่วนผู้ใช้งาน ChatGPT รายเดือนต่อประชากรในอาเซียน
- สรุปไฮไลต์ Google I/O 2025 จาก Gemini 2.5 ถึง Android XR และ AI Ultra
- สหรัฐฯ พบอุปกรณ์สื่อสารต้องสงสัยในโซลาร์เซลล์จากจีน หวั่นความมั่นคงโครงข่ายไฟฟ้า
- ไมโครซอฟต์เลิกจ้างพนักงานทั่วโลก 3% หรือราว 7,000 คน ปรับองค์กรรับมือการแข่งขันปัญญาประดิษฐ์ AI
ที่มาข้อมูล : https://newatlas.com/architecture/asaan-saudi-arabia-zaha-hadid/
ที่มารูปภาพ : Specto Digital
