
สรุปข่าว
สำนักข่าวบลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานเมื่อ 28 กุมภาพันธ์ว่า แอปเปิล (Apple) ผู้ผลิตแก็ดเจ็ตและสินค้าเทคโนโลยีชื่อดัง ตัดสินใจยุติโปรเจกต์ไททัน (Project Titan) หรือที่รู้จักในชื่อ Apple Car พร้อมกับตัดพนักงานจำนวนหนึ่งออกจากทีม ส่วนที่เหลือได้โยกไปให้ทำหน้าที่พัฒนาระบบปัญญาประดิษฐ์ หรือว่า AI ของบริษัทแทน
ความเป็นมาและปัญหาการพัฒนา Apple Car
Apple Car เป็นโครงการที่ตกเป็นข่าวตั้งแต่ปี 2014 ก่อนที่จะมีการรายงานข่าวลืออย่างต่อเนื่อง โดยเป้าหมายของโครงการ คือการพัฒนารถยนต์พลังงานไฟฟ้า หรือว่ารถ EV ที่มีความสามารถขับเคลื่อนอัตโนมัติเต็มรูปแบบ (Full Self-driving) โดยไม่จำเป็นต้องให้ผู้ขับขี่บังคับรถ
แต่ว่าโครงนี้มีสัญญาณปัญหามาโดยตลอด เช่นปี 2016 หัวหน้าโครงการที่เป็นมันสมองคนสำคัญก็ลาออก รวมถึงอุบัติเหตุในการทดสอบโครงการ Apple Car ในปี 2018 และสถานการณ์โรคระบาด COVID-19 ที่ทำให้ทุกโครงการของ Apple หยุดชะงักลง ตามการสรุปของสต็อก มัสต์ โก (Stock Must Go) ผู้ประกอบการด้านอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ในสหราชอาณาจักร
สัญญาณอันตรายก่อนข่าวลือยกเลิกการทำ Apple Car
และในเดือนมกราคมที่ผ่านมา มาร์ก เกอร์แมน (Mark Gurman) นักข่าวผู้เชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์แอปเปิล (Apple) จากสำนักข่าวบลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานว่า Apple ตัดสินใจจะเลื่อนการเปิดตัวออกไปเป็นปี 2028 จากแผนการเดิมที่จะเปิดตัวในปี 2026
อีกทั้งยังลดความสามารถของรถให้เหลือเพียงการควบคุมรถให้อยู่กลางเลน และการรักษาระดับความเร็วแบบยืดหยุ่น ซึ่งไม่ต่างจากความสามารถของเทสลา (Tesla) ที่ถูกมองว่าเป็นคู่แข่งของ Apple Car โดยมีสาเหตุมาจากข้อจำกัดทางเทคโนโลยีของ Apple เอง
โดยในปี 2023 ที่ผ่านมา สำนักยานยนต์ของรัฐแคลิฟอร์เนีย หรือ DMV (Department of Motor Vehicles) รายงานว่า Apple ได้ส่งรถยนต์จำนวน 67 คัน เพื่อวิ่งทดสอบระบบไร้คนขับเป็นระยะทางรวม 452,000 ไมล์ หรือประมาณ 729,000 กิโลเมตร ทั่วเขตรัฐแคลิฟอร์เนีย โดยเป็นการทดสอบภายใต้เงื่อนไขว่ามีคนขับสังเกตการณ์หลังพวงมาลัยเท่านั้น ซึ่งไม่ตรงกับที่เคยประกาศเอาไว้ว่าจะให้ Apple Car เป็นรถยนต์ไฟฟ้าไร้คนขับ 100%
เสียงตอบรับกับข่าวลือยกเลิกโครงการ Apple Car
ความไม่แน่นอนเหล่านี้ ได้ส่งสัญญาณออกมาเรื่อย ๆ ตลอด 10 ปี ซึ่ง Apple ได้ปฏิเสธการแสดงความคิดเห็นต่อข่าวลือการพับโครงการ Apple Car โดยสำนักข่าวรอยเตอร์ส (Reuters) รายงานว่า การยกเลิกโครงการนี้อาจส่งผลดีต่อบริษัทตามมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ เนื่องจากมองว่านักลงทุนอาจต้องการเห็นการพัฒนา AI ในผลิตภัณฑ์ของ Apple มากกว่า
นอกจากนี้ ภาวะชลอตัวทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ยังส่งผลให้ยอดซื้อรถ EV มีแนวโน้มลดลงในปี 2024 นี้ แม้แต่เทสลาเองก็ชะลอการลงทุนเพื่อเพิ่มกำลังการผลิตและหันมาพัฒนารถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด และมีรายงานว่าหุ้นของ Apple ปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยที่ร้อยละ 0.7 ซึ่งคาดว่ามาจากข่าวลือดังกล่าวอีกด้วย
ข้อมูลจาก Reuters, Bloomberg, Stock Must Go
ภาพจาก Vanarama
- ฮอนด้าเตรียมผลิตรถไฮบริดเพิ่มในสหรัฐฯ ย้ายฐานการผลิตเลี่ยงภาษี
- ทรัมป์ขู่เก็บภาษี iPhone 25% หากไม่ย้ายฐานผลิตกลับสหรัฐฯ เล็งขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากยุโรป
- “Golden Dome” อเมริกา แคนาดาขอร่วมแจมด้วย แต่ยังแค่คุยหลักการ - สงวนท่าทีว่าจะลงขันเท่าไหร่
- "สหรัฐฯ" เมินประชุม G20 ชี้วาระไม่สำคัญกับรัฐบาล กดดันความตึงเครียดแอฟริกาใต้
- “Moody’s” หั่นเรทติ้ง “สหรัฐฯ” รอบ 100 ปี จาก “Aaa” เหลือ “Aa1” Stable คาดขาดดุลอ่วม หนี้ล้น ดอกเบี้ยท่วม
- ภาษียานยนต์พุ่ง แต่ราคารถยนต์ยังไม่เพิ่ม เป็นสัญญาณที่ดีหรือไม่?
- วิกฤต "นิสสัน" เลิกจ้าง 20,00 คนทั่วโลก ขาดทุน 7.5 แสนล้านเยน l World Wide Wealth
ที่มาข้อมูล : -
TNNThailand