พรีวิวฟุตบอลทีมชาติไทย พบ ลาว ศึกชิงแชมป์อาเซียน HYUNDAI CUP 2026

Share on Line Share on Facebook Share on X
พรีวิวฟุตบอลทีมชาติไทย พบ ลาว ศึกชิงแชมป์อาเซียน HYUNDAI CUP 2026

พรีวิว-วิเคราะห์ฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน HYUNDAI CUP 

วันเสาร์ที่ 25 กรกฎาคม 2569 เวลา 20.00 น. 

ทีมชาติลาว พบ ทีมชาติไทย

สนามกีฬาแห่งชาติลาวหลัก 16

ถ่ายทอดสด : แอปพลิเคชัน TrueVisions Now ช่อง True BALL THAI 1 / truesports2 (667)


เจ้าถิ่น ทีมชาติลาว ปัจจุบันรั้งอันดับ 185 ของโลก ภายใต้การคุมทัพของ วลาดิกา กรูยิช กุนซือวัย 63 ปี ชาวเซอร์เบีย ที่ได้รับการแต่งตั้งเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา (20 ก.พ. 2569) ซึ่งเจ้าตัวมีประสบการณ์ทำงานในประเทศไทยมาแล้วกับการเป็นผู้ช่วยของ รันโก โพโพวิช สมัยที่คุมทีมบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เมื่อปี 2016 ทำให้เขาย่อมมีความคุ้นเคยกับนักเตะไทยพอสมควร 


โดยในช่วงก่อนเริ่มทัวร์นาเมนต์พวกเขาเดินหน้าเตรียมทีมอย่างจริงจังกับการเดินทางไปเก็บตัวฝึกซ้อมที่ประเทศเวียดนามกว่า 2 สัปดาห์เต็มๆ และได้มีโอกาสลงทีมอุ่นเครื่องอย่างต่อเนื่องมากถึง 4 นัด ทำให้สภาพร่างกาย ความฟิตจัดว่าเต็มสูบ ซึ่งในช่วงของการแถลงข่าวก่อนเกม วลาดิกา กรูยิช ยืนยันว่าพวกเขาได้เตรียมแผนการรับมือทีมชาติไทยเอาไว้แล้ว เพื่อหวังจะเก็บผลการแข่งขันที่ดีในเกมนัดแรกต่อหน้าแฟนบอลของตัวเอง 


ส่วนขุมกำลังพวกเขามีตัวทีเด็ดที่จะประมาทไม่ได้ โดยเฉพาะ พายัก สีพะนม กองกลางดาวรุ่งวัย 18 ปี ที่เติบโตจากระบบอคาเดมี่ในไทยกับสโมสรชัยนาท ฮอร์นบิล และ ดามอธ ทองคำสวาท อีกหนึ่งกองกลางคนสำคัญที่ค้าแข้งอยู่ในวีลีก เวียดนาม รวมถึง โขนสะหวัน แก้วนุชัน กองกลางจากโรม ซิตี้ อินสติทิวต์ สถาบันการศึกษาและฝึกซ้อมกีฬาระดับสูงในกรุงโรม ประเทศอิตาลี 

สรุปข่าว

ศึกฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน ASEAN HYUNDAI CUP 2026 นัดประเดิมสนาม กลุ่ม บี เป็นการพบกันระหว่าง สปป.ลาว เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของ ทีมชาติไทย โดยเกมนี้จะแข่งขันในวันเสาร์ที่ 25 กรกฎาคม 2569 เวลา 20.00 น. ณ สนามกีฬาแห่งชาติลาวหลัก 16 ถ่ายทอดสดทางแอปพลิเคชัน TrueVisions Now เจ้าถิ่น สปป.ลาว ทีมอันดับ 185 ของโลก นำทัพโดย วลาดิกา กรูยิช กุนซือชาวเซอร์เบียที่มีประสบการณ์เคยเป็นผู้ช่วยกุนซือบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด สภาพความพร้อมของลาวถือว่าจัดเต็ม หลังเดินทางไปเก็บตัวฝึกซ้อมที่เวียดนาม 2 สัปดาห์ และลงอุ่นเครื่องต่อเนื่องถึง 4 นัดเพื่อเตรียมฟิตร่างกาย ขุมกำลังลาวมีตัวทีเด็ดน่าจับตาอย่าง พายัก สีพะนม, ดามอธ ทองคำสวาท รวมถึง โขนสะหวัน แก้วนุชัน กองกลางจากสถาบันในอิตาลี ด้านทัพ "ช้างศึก" ทีมชาติไทย อันดับ 94 ของโลก ภายใต้การคุมทีมของ แอนโธนี ฮัดสัน เพิ่งผ่านเกมอุ่นเครื่องฟีฟ่าเดย์ด้วยการเสมอคูเวตและจีน ทีมชาติไทยรวมพลซ้อมตั้งแต่วันที่ 14 กรกฎาคม โดยฮัดสันตั้งเป้าเปิดเกมบุกเข้าใส่เพื่อประเดิมทัวร์นาเมนต์ด้วยชัยชนะและเก็บ 3 คะแนนแรก สภาพทีมไทยมีผู้เล่นผสมผสาน นำโดยตัวเก๋าอย่าง สารัช อยู่เย็น, พรรษา เหมวิบูลย์ และแข้งที่กลับมาติดทัพอีกครั้งอย่าง ปกเกล้า อนันต์ คาดว่าไทยจะมาในระบบ 4-3-3 โดยวาง นฤบดินทร์, ณัฐพงษ์, มานูเอล ทอม ในแนวรับ พร้อมจัด ยศกร, ชวัลวิทย์ และ ธีรศักดิ์ เป็น 3 ประสานแดนหน้า แม้อาเซียนเกมล่าสุดลาวจะเคยยันเสมอไทย 1-1 ในเกมอุ่นเครื่อง แต่มองว่าไทยที่มีขุมกำลังเหนือกว่าน่าจะประเดิมบุกชนะด้วยสกอร์ 2-0

พรีวิว-วิเคราะห์ฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน HYUNDAI CUP 

วันเสาร์ที่ 25 กรกฎาคม 2569 เวลา 20.00 น. 

ทีมชาติลาว พบ ทีมชาติไทย

สนามกีฬาแห่งชาติลาวหลัก 16

ถ่ายทอดสด : แอปพลิเคชัน TrueVisions Now ช่อง True BALL THAI 1 / truesports2 (667)


เจ้าถิ่น ทีมชาติลาว ปัจจุบันรั้งอันดับ 185 ของโลก ภายใต้การคุมทัพของ วลาดิกา กรูยิช กุนซือวัย 63 ปี ชาวเซอร์เบีย ที่ได้รับการแต่งตั้งเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา (20 ก.พ. 2569) ซึ่งเจ้าตัวมีประสบการณ์ทำงานในประเทศไทยมาแล้วกับการเป็นผู้ช่วยของ รันโก โพโพวิช สมัยที่คุมทีมบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เมื่อปี 2016 ทำให้เขาย่อมมีความคุ้นเคยกับนักเตะไทยพอสมควร 


โดยในช่วงก่อนเริ่มทัวร์นาเมนต์พวกเขาเดินหน้าเตรียมทีมอย่างจริงจังกับการเดินทางไปเก็บตัวฝึกซ้อมที่ประเทศเวียดนามกว่า 2 สัปดาห์เต็มๆ และได้มีโอกาสลงทีมอุ่นเครื่องอย่างต่อเนื่องมากถึง 4 นัด ทำให้สภาพร่างกาย ความฟิตจัดว่าเต็มสูบ ซึ่งในช่วงของการแถลงข่าวก่อนเกม วลาดิกา กรูยิช ยืนยันว่าพวกเขาได้เตรียมแผนการรับมือทีมชาติไทยเอาไว้แล้ว เพื่อหวังจะเก็บผลการแข่งขันที่ดีในเกมนัดแรกต่อหน้าแฟนบอลของตัวเอง 


ส่วนขุมกำลังพวกเขามีตัวทีเด็ดที่จะประมาทไม่ได้ โดยเฉพาะ พายัก สีพะนม กองกลางดาวรุ่งวัย 18 ปี ที่เติบโตจากระบบอคาเดมี่ในไทยกับสโมสรชัยนาท ฮอร์นบิล และ ดามอธ ทองคำสวาท อีกหนึ่งกองกลางคนสำคัญที่ค้าแข้งอยู่ในวีลีก เวียดนาม รวมถึง โขนสะหวัน แก้วนุชัน กองกลางจากโรม ซิตี้ อินสติทิวต์ สถาบันการศึกษาและฝึกซ้อมกีฬาระดับสูงในกรุงโรม ประเทศอิตาลี 

ทางฝั่งทีมชาติไทย ปัจจุบันรั้งอันดับ 94 ของโลก ภายใต้การคุมทัพของ แอนโธนี ฮัดสัน กุนซือทีมชาติไทย ทำผลงานในช่วงฟีฟ่าเดย์รอบที่แล้วด้วยการเก็บผลเสมอทั้งสองนัด เปิดบ้านเสมอ คูเวต 2-2 และบุกไปเสมอ จีน 0-0 ด้วยฟอร์มที่ต้องยอมรับว่ายังไม่ดีเท่าที่ควร ทำให้ในครั้งนั้นได้รับเสียงวิจารณ์จากแฟนฟุตบอลไทยไปพอสมควร 


มาถึงทัวร์นาเมนต์นี้ทัพ "ช้างศึก" รวมพลเก็บตัวฝึกซ้อมมาตั้งแต่วันที่ 14 กรกฎาคม และออกเดินทางไปยัง สปป.ลาว เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา(23 ก.ค. 69) ซึ่งในการแถลงความพร้อมก่อนเกม ฮัดสัน ยืนยันว่าจะเดินหน้าบุกเข้าใส่เพื่อประเดิมทัวร์นาเมนต์ด้วยความแข็งแกร่ง


ในส่วนของสภาพทีมแม้จะมีปัญหาตั้งแต่เรื่องการเรียกตัวผู้เล่น แต่ก็ถือว่าได้ชุดที่น่าสนใจมารวมตัวกัน ซึ่งมีทั้งแข้งตัวเก๋าๆไม่ว่าจะเป็น สารัช อยู่เย็น, ณัฐพงษ์ สายริยา, พรรษา เหมวิบูลย์ รวมถึงบรรดาหน้าเก่าที่ได้โอกาสกลับมาติดทีมชาติอีกครั้งในรอบหลายปี ทั้ง ทศวรรษ ลิ้มวรรณเสถียร, ปกเกล้า อนันต์, ฉัตรชัย บุตรพรม ที่จะคอยประคองรุ่นน้องหน้า ซึ่งมองอีกมุมหนึ่งเราจะได้เห็นว่าบรรดานักเตะเหล่านี้จะฉกฉวยโอกาสในการรับใช้ชาติได้ดีขนาดไหน 


รายชื่อนักเตะ 11 คนแรกที่คาดว่าจะลงสนามของทีมชาติไทย (ระบบ 4-3-3)

ผู้รักษาประตู กรกฏ พิพัฒน์นัดดา กองหลังวาง นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม, ณัฐพงษ์ สายริยา, มานูเอล ทอม เบียรห์, ชัยพล อดทน แดนกลางส่ง สารัช อยู่เย็น, เสกสรรค์ ราตรี, คคนะ คำยก แนวรุกจัด ยศกร บูรพา, ชวัลวิทย์ แซ่เล้า, ธีรศักดิ์ เผยพิมาย ลงล่าตาข่าย

ทรรศนะ : นัดนี้จะเป็นบททดสอบของทีมชาติไทยในการเริ่มต้นทัวร์นาเมนต์ว่าพร้อมในระดับไหน ด้วยระยะเวลาที่เก็บตัวฝึกซ้อมกันมาไม่ถึง 2 สัปดาห์กับทีมที่มีการผสมผสานดาวรุ่งและแข้งตั๋วเก๋าเข้าด้วยกัน ซึ่งการเจอกับทีมชาติลาวที่มีสถิติการเจอกันเป็นรองไม่สามารถเอาชนะทีมชาติไทยได้เลยในการเจอกัน 5 เกมหลัง แต่นัดล่าสุดทีมชาติไทย โดน ทีมชาติลาว บุกมาเก็บผลเสมอ 1-1 ในเกมอุ่นเครื่องที่สนาม ม.ธรรมศาสตร์ รังสิต เมื่อ 2 ปีก่อน


แม้อันดับโลกของไทยจะดีกว่าถึง 91 อันดับ แต่การเจอกันหนล่าสุดก็บ่งบอกชัดเจนว่าฟุตบอลของทีมชาติลาวมีพัฒนาการขึ้นมา ทั้งเรื่องของรูปแบบการเล่น และสภาพร่างกายของนักเตะ อีกทั้งทีมชาติไทยยังต้องไปเล่นเป็นทีมเยือน ทำให้ต้องปรับตัวกับบรรยากาศและสภาพสนามพอสมควร 


อย่างไรก็ตามยังมองว่าภาพรวมของทีมชาติไทยยังดูดีกว่า แม้เกมนัดแรกของทัวร์นาเมนต์จะเป็นอะไรที่ยากเสมอ แต่เชื่อว่าด้วยคุณภาพนักเตะที่มีจะสามารถเอาตัวรอดกลับออกมาได้พร้อมกับประเดิมเก็บ 3 แต้มแรก


สกอร์ที่คาด : ทีมชาติไทย บุกชนะ ทีมชาติลาว 2-0 

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : TNN