ทีมชาติไทย สวมชุดแดงเยือน ลาว AFF นำกติกาใหม่ฟุตบอลโลกปรับใช้

Share on Line Share on Facebook Share on X
ทีมชาติไทย สวมชุดแดงเยือน ลาว AFF นำกติกาใหม่ฟุตบอลโลกปรับใช้

การแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน ASEAN HYUNDAI CUP 2026 เปิดฉากขึ้นอย่างเป็นทางการในวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 สามารถรับชมถ่ายทอดสดครบทุกคู่ได้ทางแอปพลิเคชัน ทรูวิชั่นส์ นาว 


โดยทางสหพันธ์ฟุตบอลอาเซียน จัดการประชุมผู้จัดการทีม ก่อนการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน 2026 รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่มบี นัดแรก ระหว่าง สปป.ลาว ทีมอันดับ 185 ของโลก กับ ทีมชาติไทย ทีมอันดับ 94 ของโลก


การประชุมในครั้งนี้มีตัวแทนจาก 2 ชาติเข้าร่วม พร้อมด้วย ฝ่ายจัดการแข่งขัน ฝ่ายรักษาความปลอดภัย รวมถึงฝ่ายต่างๆ เพื่อการตกลงเรื่องรายละเอียดของการแข่งขัน โดยมีบทสรุปดดังนี้

สรุปข่าว

ทีมชาติไทยประเดิมศึกฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน "ASEAN HYUNDAI CUP 2026" รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่มบี นัดแรก พบ สปป.ลาว โดยไทยจะสวมชุดแข่งสีแดง (ประตูสีเขียว) ส่วนลาวสวมชุดสีขาว (ประตูสีเหลือง) สามารถเปลี่ยนตัวได้ 5 คน ภายใน 3 ครั้ง ในการแข่งขันครั้งนี้ สหพันธ์ฟุตบอลอาเซียน (AFF) ได้นำกติกาใหม่จากฟุตบอลโลก 2026 มาปรับใช้เพื่อป้องกันการถ่วงเวลา ได้แก่ การทุ่มบอลและการเตะจากประตูที่ต้องทำภายใน 5 วินาที, ผู้เล่นบาดเจ็บต้องออกไปพักนอกสนาม 1 นาที, ผู้เล่นที่ถูกเปลี่ยนตัวต้องออกจากสนามใน 10 วินาที, ห้ามโค้ชติวแทกติกระหว่างปฐมพยาบาล, ห้ามใช้มือหรือเสื้อปิดปากขณะมีปากเสียง และแจกใบแดงทันทีหากมีเจตนาวอล์กเอาต์ รวมถึงยกเลิกช่วงพักดื่มน้ำ (Hydration Break) นอกจากนี้ยังมีการขยายอำนาจ VAR ในทุกแมตช์ เช่น เช็กใบเหลืองที่สอง หรือการให้ลูกเตะมุมที่ไม่ถูกต้อง โดยหากระบบ VAR ขัดข้อง เกมจะดำเนินต่อตามปกติและยึดคำตัดสินในสนามโดยไม่เช็กย้อนหลัง

การแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน ASEAN HYUNDAI CUP 2026 เปิดฉากขึ้นอย่างเป็นทางการในวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 สามารถรับชมถ่ายทอดสดครบทุกคู่ได้ทางแอปพลิเคชัน ทรูวิชั่นส์ นาว 


โดยทางสหพันธ์ฟุตบอลอาเซียน จัดการประชุมผู้จัดการทีม ก่อนการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน 2026 รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่มบี นัดแรก ระหว่าง สปป.ลาว ทีมอันดับ 185 ของโลก กับ ทีมชาติไทย ทีมอันดับ 94 ของโลก


การประชุมในครั้งนี้มีตัวแทนจาก 2 ชาติเข้าร่วม พร้อมด้วย ฝ่ายจัดการแข่งขัน ฝ่ายรักษาความปลอดภัย รวมถึงฝ่ายต่างๆ เพื่อการตกลงเรื่องรายละเอียดของการแข่งขัน โดยมีบทสรุปดดังนี้

ผลการประชุมผู้จัดการทีม

- ทีมชาติไทย ผู้เล่นจะสวมชุดสีแดง ผู้รักษาประตูสีเขียว

- ทีมชาติสปป.ลาว ผู้เล่นจะสวมชุดสีขาว ผู้รักษาประตูสีเหลือง

- การเปลี่ยนตัวสามารถเปลี่ยนได้ทั้งหมด 5 คน ภายในจำนวน 3 ครั้งไม่รวมพักครึ่ง


โดยสหพันธ์ฟุตบอลอาเซียน (AFF) จะนำกติกาการแข่งขันที่ใช้ในศึกฟุตบอลโลก2026 มาปรับใช้บางเป็น ดังนี้


1. การทุ่ม (Law 15) – นับถอยหลัง 5 วินาที 

ผู้ตัดสินจะเป่านกหวีดและเริ่มนับถอยหลัง 5 วินาที ด้วยสัญญาณมือ หากไม่ทุ่มภายใน 5 วินาที จะเปลี่ยนเป็นทีมคู่ต่อสู้ได้ทุ่มโดยไม่ต้องแจกใบเหลือง เว้นแต่จงใจถ่วงเวลาเพิ่มเติม ซึ่งผู้ตัดสินสามารถยืดหยุ่นได้ เช่น ผู้เล่นที่ต้องทุ่มไกลกำลังวิ่งมารับบอล แต่หากพร้อมแล้วต้องเริ่มนับทันที


2. การเตะจากประตู (Law 16) – นับถอยหลัง 5 วินาที 

เมื่อวางบอลพร้อมเตะแล้วผู้ตัดสินจะเริ่มนับ 5 วินาที หากไม่เตะภายในระยะเวลาที่กำหนด ทีมตรงข้ามจะได้ลูกเตะมุม (Corner Kick) เป็นมาตรการเดียวกับการทุ่ม เพื่อป้องกันการถ่วงเวลา


3. ผู้เล่นบาดเจ็บต้องออกนอกสนาม 1 นาที (Law 5) 

หากผู้เล่นได้รับการรักษาหรือประเมินอาการในสนามหลังเกมเล่นผู้เล่นต้องรอ 1 นาที (Running Clock) ก่อนกลับเข้าสนาม ซึ่งผู้ตัดสินสามารถอนุญาตให้กลับเข้ามาได้แม้บอลกำลังเล่น โดยมีข้อยกเว้น เช่น ผู้รักษาประตู หรือ ผู้เล่นบาดเจ็บจากการฟาวล์ที่คู่ต่อสู้ถูกใบเหลืองหรือใบแดงเหตุการณ์พิเศษอื่น ๆ ตามกติกามาตรการนี้ลดการนอนเจ็บเพื่อถ่วงเวลา


4. การเปลี่ยนตัวแบบจำกัดเวลา (Law 3)

เมื่อมีการเปลี่ยนตัว ผู้เล่นที่ถูกเปลี่ยนต้องออกจากสนามภายใน 10 วินาที หากเกินเวลาตัวสำรองจะยังลงไม่ได้ต้องรอ 1 นาทีหลังเริ่มเล่นใหม่ถึงจะลงสนามได้ จุดประสงค์คือป้องกันการเดินออกช้าเพื่อถ่วงเวลา


5. การติวแทคติกระหว่างที่เกมการแข่งขันหยุด

ทีมงานผู้ตัดสินมีอำนาจห้ามหรือขัดขวางสตาฟฟ์โค้ชติวแทคติกนักกีฬาในช่วงที่เกมการแข่งขันหยุดเนื่องจากมีนักกีฬาได้รับบาดเจ็บ และอยู่ระหว่างปฐมพยาบาล


6. ห้ามใช้มือหรือเสื้อปิดปากระหว่างเผชิญหน้า

ผู้ตัดสินจะใช้ดุลยพินิจ หากเห็นว่าเป็นการปิดปากระหว่างมีปากเสียงกัน ยกเว้นการพูดคุยกันตามปกติ หรือผู้เล่นทีมเดียวกันบรีฟแท็กติก ฯลฯ


7. การวอล์คเอาต์ หรือการเดินประท้วงออกจากสนาม

หากมีผู้เล่นหรือบุคคลใดเจตนาวอล์กเอาต์ ผู้ตัดสินสามารถให้ใบแดงได้ทันที และหากเกมไม่สามารถดำเนินต่อได้ ทีมนั้นจะถูกปรับแพ้

- การขยายอำนาจ VAR การแข่งขันฟุตบอล อาเซียน คัพ 2026 ทุกคู่ จะมีการนำเทคโนโลยี VAR มาใช้งาน โดยมีเงื่อนไขเพิ่มเติมจากเดิม ที่มี 4 ข้อ ประกอบไปด้วย 

- เช็กเป็นประตู/ไม่เป็นประตู

- เช็กเป็นจุดโทษ/ไม่เป็นจุดโทษ

- เช็กเป็นใบแดงตรง/ ไม่เป็นใบแดง

- การระบุตัวผู้เล่นผิดพลาดในการให้ใบเหลือง/แดง


โดยอำนาจที่ขยายเพิ่มเติม ประกอบไปด้วย

- การให้ใบเหลืองที่สองผิดพลาดอย่างชัดเจน

- การให้ใบเหลือง/ใบแดงผิดคน (ไม่ว่าจะทีมเดียวกันหรือฝั่งตรงข้าม)

- การให้เตะจากมุมไม่ถูกต้อง

- มีการกระทำผิดก่อนการเริ่มเล่น


-  หากระบบ VAR เกิดขัดข้องหรือเสียหายระหว่างการแข่งขัน เกมจะดำเนินต่อไปตามปกติโดยไม่มีการใช้ VAR ช่วยเหลือ และจะไม่ส่งผลให้ต้องยกเลิกหรือแข่งแมตช์นั้นใหม่ 


โดยแนวทางปฏิบัติ เมื่อ VAR กลับมาใช้งานได้

1. เริ่มใช้ทันที: เมื่อระบบส่งสัญญาณและภาพกลับมาสมบูรณ์ ผู้ตัดสินจะได้รับแจ้งและเริ่มใช้ VAR ตัดสินในจังหวะถัดไปทันที

2. ไม่เช็กย้อนหลัง: VAR ที่กลับมาทำงาน จะไม่สามารถเปิดดูภาพย้อนหลังเพื่อแก้ไขคำตัดสินในจังหวะที่เกิดขึ้นระหว่างช่วงที่ระบบเสียได้เด็ดขาด

3. ยึดผลสนามช่วงที่เสีย: ทุกคำตัดสินของผู้ตัดสินในสนามในช่วงที่ระบบล่ม ให้ถือเป็นอันสิ้นสุดและถูกต้องตามกฎ

4. แจ้งให้ทราบทั่วกัน: ผู้ควบคุมการแข่งขันจะต้องแจ้งให้ผู้จัดการทีมและกัปตันทีมของทั้งสองฝ่ายทราบทันทีเมื่อระบบกลับมาพร้อมใช้งาน เพื่อความโปร่งใส


ส่วน ไฮเดรชั่น เบรก (Hydration Break) คือ ช่วงเวลาพักดื่มน้ำกลางการแข่งขัน จะไม่ถูกนำมาใช้ในการแข่งขันฟุตบอลอาเซียน คัพ 2026

ที่มาข้อมูล : FA Thailand

ที่มารูปภาพ : FA Thailand