เช็กฟอร์ม 4 ดาวยิงทีมชาติไทยชุดชิงแชมป์อาเซียน ฮุนได คัพ 2026

Share on Line Share on Facebook Share on X
เช็กฟอร์ม 4 ดาวยิงทีมชาติไทยชุดชิงแชมป์อาเซียน ฮุนได คัพ 2026

ทัพนักเตะทีมชาติไทยออกเดินทางไปยัง สปป.ลาว เป็นที่เรียบร้อย เพื่อเตรียมประเดิมสนามในศึกฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน ฮุนได คัพ 2026 ที่ทัพช้างศึกของเราจะแข่งขันในวันเสาร์ที่ 25 กรกฎาคมนี้ เวลา 2 ทุ่มตรง ถ่ายทอดสดทาง ทรูวิชั่นส์นาว 


และอย่างที่เราทราบกันดีว่าทัวร์นาเมนต์นี้ไม่ได้อยู่ในปฎิทินฟีฟ่าเดย์ ทำให้ต้นสังกัดของนักเตะมีสิทธิตามชอบธรรมที่จะไม่ปล่อยตัวหลักของพวกเขามาร่วมทีมชาติ แถมยังเป็นช่วงที่แต่ละทีมกลับมาปรีซีซั่น เตรียมพร้อมสำหรับฤดูกาลใหม่ที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น


ทีมชุดนี้จึงเป็นทีมที่ผสมผสานทั้งผู้เล่นหน้าเก่าที่ห่างหายจากการรับใช้ชาติไปช่วงหนึ่ง กับขุมกำลังชุดปัจจุบัน รวมถึงบรรดาดาวรุ่งสายเลือดใหม่เข้ามาทดแทน


มองในแง่ดีนี่จะเป็นโอกาสสำคัญของทุกคนที่จะได้พิสูจน์ตัวเองในเวทีอาเซียน ว่าจะดีพอต่อยอดในอนาคตหรือไม่ เราขอใช้โอกาสนี้พาทุกท่านไปส่องขุมกำลัง 4 กองหน้าของทัพช้างศึกชุดนี้กันดูว่าแต่ละคนมีคุณสมบัติอย่างไร และจะดีพอกับการไล่ล่าแชมป์อาเซียนหรือไม่

สรุปข่าว

การแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน ฮุนได คัพ 2026 ที่ไม่ตรงกับฟีฟ่าเดย์ ส่งผลให้ทัพช้างศึกต้องใช้ผู้เล่นผสมผสาน และเป็นโอกาสสำคัญของ 4 กองหน้าที่จะพิสูจน์ตัวเองเพื่อพาไทยล่าแชมป์ เริ่มจาก "ยศกร บูรพา" ดาวยิงวัย 21 ปีจากชลบุรี เอฟซี ที่คาดว่าจะยืนตัวเป้า หลังโชว์ฟอร์มร้อนแรงทั้งในซีเกมส์และไทยลีก เลกสอง คนต่อมาคือ "พาตริก กุสตาฟส์สัน" ดาวยิงวัย 25 ปีจากบีจี ปทุมฯ ที่สลัดอาการบาดเจ็บหนักกลับมาพร้อมความกระหายที่จะคืนสนามให้ทีมชาติอีกครั้ง ส่วน "ธีรศักดิ์ เผยพิมาย" วัย 23 ปีจาก การท่าเรือ เอฟซี มาพร้อมดีกรีดาวซัลโวเมืองไทย คัพ และพร้อมรับบทซูเปอร์ซับเปลี่ยนเกมในยามตื้อตัน และคนสุดท้ายคือ "เจะฮานาฟี มามะ" ดาวรุ่งวัย 20 ปีจาก พีที ประจวบ เอฟซี หน้าใหม่ชุดใหญ่ที่มีจุดเด่นเรื่องความหลากหลายในแนวรุก แม้คู่แข่งในอาเซียนจะเตรียมทีมมาเต็มที่ แต่ 4 ขุมกำลังกองหน้าชุดนี้ก็พร้อมลงสนามพิสูจน์ศักยภาพเพื่อแฟนบอลไทย โดยสามารถติดตามรับชมและส่งใจเชียร์ผ่านทาง TrueVisions Now

ทัพนักเตะทีมชาติไทยออกเดินทางไปยัง สปป.ลาว เป็นที่เรียบร้อย เพื่อเตรียมประเดิมสนามในศึกฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน ฮุนได คัพ 2026 ที่ทัพช้างศึกของเราจะแข่งขันในวันเสาร์ที่ 25 กรกฎาคมนี้ เวลา 2 ทุ่มตรง ถ่ายทอดสดทาง ทรูวิชั่นส์นาว 


และอย่างที่เราทราบกันดีว่าทัวร์นาเมนต์นี้ไม่ได้อยู่ในปฎิทินฟีฟ่าเดย์ ทำให้ต้นสังกัดของนักเตะมีสิทธิตามชอบธรรมที่จะไม่ปล่อยตัวหลักของพวกเขามาร่วมทีมชาติ แถมยังเป็นช่วงที่แต่ละทีมกลับมาปรีซีซั่น เตรียมพร้อมสำหรับฤดูกาลใหม่ที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น


ทีมชุดนี้จึงเป็นทีมที่ผสมผสานทั้งผู้เล่นหน้าเก่าที่ห่างหายจากการรับใช้ชาติไปช่วงหนึ่ง กับขุมกำลังชุดปัจจุบัน รวมถึงบรรดาดาวรุ่งสายเลือดใหม่เข้ามาทดแทน


มองในแง่ดีนี่จะเป็นโอกาสสำคัญของทุกคนที่จะได้พิสูจน์ตัวเองในเวทีอาเซียน ว่าจะดีพอต่อยอดในอนาคตหรือไม่ เราขอใช้โอกาสนี้พาทุกท่านไปส่องขุมกำลัง 4 กองหน้าของทัพช้างศึกชุดนี้กันดูว่าแต่ละคนมีคุณสมบัติอย่างไร และจะดีพอกับการไล่ล่าแชมป์อาเซียนหรือไม่

เริ่มกันที่ ยศกร บูรพา ดาวยิงวัย 21 ปีจากสโมสรชลบุรี เอฟซี ที่เชื่อว่าน่าจะเป็นตัวเลือกแรกในตำแหน่งกองหน้าตัวเป้า เพราะด้วยผลงานที่ผ่านการพิสูจน์ตัวเองมาแล้วว่าเป็นของดีในเวทีระดับอาเซียน โดยเฉพาะฟอร์มที่เข้าตาแฟนบอลไทยในมหกรรมซีเกมส์ เมื่อช่วงปลายปีที่แล้ว กับการซัดไปถึง 7 ประตู 


แม้ว่าบทสรุปครั้งนั้นไทยเราจะแพ้เวียดนามในนัดชิงฯได้เพียงแค่เหรียญเงิน แต่ภาพรวมลีลาการเล่นของเจ้ามิค จัดว่าร้อนแรงจนต้นสังกัดอย่างชลบุรี เอฟซี ต้องเรียกตัวจาก ฮั่วกัง ยูไนเต็ด ทีมในศึกสิงคโปร์ พรีเมียร์ลีก ที่ยืมตัวไปกลับมาช่วยทีมในศึกไทยลีก เลกที่2 ก่อนจะระเบิดฟอร์มการเล่นด้วยความมั่นใจซัดไปถึง 5 ประตู กับอีก 3 แอสซิสต์ กลายเป็นนักเตะที่โดดเด่นที่สุดของลีกในช่วงครึ่งซีซั่นหลัง 


คนต่อมาคือ พาตริก กุสตาฟส์สัน ดาวยิงลูกครึ่งไทย-สวีเดน ในวัย 25 ปี จากสโมสรบีจี ปทุม ยูไนเต็ด ที่ผ่านพ้นช่วงเวลายากลำบากกับการเผชิญอาการบาดเจ็บเอ็นไขว้หน้าเข่าขวาขาด เมื่อช่วงเดือนมีนาคมปี 2025 จนต้องพักนานร่วม 8 เดือน ทั้งๆที่ก่อนหน้านั้นเขากำลังไปได้สวยกับบทบาทกองหน้าตัวเป้าของทีมชาติไทย แต่ดันมาโชคร้ายได้รับบาดเจ็บทำให้หายหน้าหายตาไป 


ก่อนที่จะกลับมาเข้าที่เข้าทางจริงๆก็คือช่วงท้ายซีซั่นที่แล้ว กับการประเดิมประตูแรกหลังหายเจ็บ เมื่อวันที่ 4 เมษายน ซึ่งเจ้าตัวยอมรับว่าอาการบาดเจ็บครั้งนั้นถือว่าหนักที่สุดในชีวิต แต่มันได้เปลี่ยนทัศนคติของตัวเอง ทำให้เขามีความกระหายในการเล่นฟุตบอลมากยิ่งขึ้นไปอีก ด้วยประสบการณ์ ความสามารถของเจ้าตัว ศึกชิงแชมป์อาเซียนครั้งนี้จัดว่าเป็นทัวร์นาเมนต์ที่น่าจับตามองกับการคืนสนามในนามทีมชาติไทยอีกครั้ง 

ถัดมาเป็น ธีรศักดิ์ เผยพิมาย ดาวยิงวัย 23 ปี ตัวซุปเปอร์ซัปของสโมสรการท่าเรือ ที่ยิงไป 7 ประตูในลีก และมีส่วนสำคัญกับการพาต้นสังกัดคว้าแชมป์เมืองไทย คัพ ด้วยการเป็นดาวซัลโวที่ซัดไปถึง 5 ประตู ถือเป็นการกลับมาคว้าแชมป์ในรอบ 7 ปี  ถัดจากที่เคยได้แชมป์ เอฟเอ คัพ เมื่อปี 2019 


ด้วยผลงานที่ปรากฎบวกกับประสบการณ์ในระดับทีมชาติที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาพอสมควร น่าจะทำให้เขากลายเป็นส่วนผสมสำคัญของช้างศึกชุดนี้ โดยเฉพาะเมื่อยามที่เจอเกมตื้อๆ ตันๆ ต้องการจุดเปลี่ยน เขาคือคนนั้นที่จะเป็นคำตอบในสนามให้กับ แอนโธนี่ ฮัดสัน 


กองหน้ารายสุดท้ายของทีมชุดนี้คือ เจะฮานาฟี มามะ ดาวรุ่งวัย 20 ปี สังกัดสโมสรพีที ประจวบ เอฟซี แม้ว่าจะเป็นหน้าใหม่ในทีมชุดใหญ่ แต่เขาก็ผ่านการติดทีมชาติไทยในรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปีมาแล้ว ทำให้ประสบการณ์ถือว่ามีพอตัว และด้วยลีลาที่มีทั้งพรสวรรค์ และความหลากหลายที่เล่นได้ทั้งตัวเป้า ริมเส้นทั้งสองฝั่ง หรือกองกลางตัวรุก ถือเป็นข้อได้เปรียบที่เขาจะใช้จุดนี้เพิ่มทางเลือกให้ทีมชาติไทยมีความหลากหลายมากขึ้น


น่าสนใจว่าเขาจะได้รับโอกาสลงสนามในทัวร์นาเมนต์นี้มากขนาดไหน แต่ด้วยอายุที่ยังน้อย เวลาสำหรับการพิสูจน์ตัวเองยังมีอีกพอสมควร แค่การได้มีโอกาสติดทีมชาติไทยชุดใหญ่เข้ามาก็ถือเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ล้ำค่าที่จะได้ใช้ต่อยอดในเส้นทางลูกหนังของตัวเอง ยิ่งถ้าได้ลงเล่นก็ยิ่งจะเป็นกำไรชีวิตให้กับนักเตะจากปัตตานีรายนี้


นี่คือ 4 กองหน้าของทีมชาติไทยที่จะสู้ศึกชิงแชมป์อาเซียนฮุนไดคัพ 2026 เวทีที่มีศักดิ์ศรีค้ำคอ แม้รู้ดีว่ามันไม่ได้มีผลต่อคะแนนฟีฟ่าแรงกิ้ง แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามันมีผลอย่างยิ่งต่อจิตใจของแฟนบอล จึงไม่น่าแปลกใจอะไรที่เราจะเห็นว่าบรรดาคู่แข่งแถวหน้าภูมิภาคต่างให้ความสำคัญ ทั้งการเตรียมทีมล่วงหน้าเป็นเดือนๆ ปิดลีกในประเทศเพื่อให้ทีมชาติของตัวเองได้ใช้งานผู้เล่นที่ดีที่สุดเพื่อหวังว่าจะได้สัมผัสกับแชมป์รายการนี้ โดยแฟนๆสามารถรับชมศึกศักดิ์ศรีของชาวอาเซียนได้ทาง ทรูวิชั่นส์ นาว

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : FA Thailand