คดีโจรกรรมบันลือโลก:เมื่ออังกฤษทำถ้วยบอลโลกหาย และต้องให้ "หมาพเนจร" ช่วยชีวิต

Share on Line Share on Facebook Share on X
คดีโจรกรรมบันลือโลก:เมื่ออังกฤษทำถ้วยบอลโลกหาย และต้องให้ "หมาพเนจร" ช่วยชีวิต

ในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก แฟนบอลชาวอังกฤษมักจะยืดอกภาคภูมิใจกับปี 1966 เพราะนั่นคือครั้งแรกและครั้งเดียวที่ทัพ "สิงโตคำราม" คว้าแชมป์โลกมาครองได้สำเร็จ ทว่า ก่อนที่ทัวร์นาเมนต์อันยิ่งใหญ่นี้จะเปิดฉากขึ้นเพียงไม่กี่เดือน ประเทศอังกฤษเกือบจะต้องจารึกชื่อในฐานะ  "ตัวตลกของโลก" 

จากคดีโจรกรรมที่อื้อฉาวที่สุดในวงการกีฬา เมื่อถ้วยรางวัลแชมป์โลกอันทรงคุณค่าได้ล่องหนหายไปอย่างไร้ร่องรอย และเรื่องราวหักมุมระดับฮอลลีวูดที่ต้องจารึกชื่อฮีโร่สี่ขาพันธุ์ทางนามว่า  "เจ้าพิกเกิลส์" (Pickles) 

>  "ตำรวจทั้งประเทศพลิกแผ่นดินหาไม่เจอ... แต่สุดท้ายศักดิ์ศรีของประเทศอังกฤษ ถูกกู้กลับคืนมาได้ด้วยจมูกของสุนัขพันธุ์ทางตัวเล็กๆ ตัวหนึ่ง"  — บันทึกประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก 1966

ลบหลู่ต้นตำรับ! ขโมยถ้วยบอลโลกลูบคมสกอตแลนด์ยาร์ด

ย้อนกลับไปในเดือนมีนาคมปี 1966 สมาคมฟุตบอลอังกฤษ (FA) ได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลโลก และพวกเขาได้นำถ้วยรางวัล  "จูลส์ ริเมต์" (ถ้วยแชมป์โลกทองคำแท้ในยุคนั้น)  ไปจัดแสดงนิทรรศการแสตมป์ที่ห้างสรรพสินค้าเวสต์มินสเตอร์กลางกรุงลอนดอน ท่ามกลางการคุ้มกันที่แน่นหนาและมีประกันมูลค่ามหาศาล

แต่แล้วเรื่องช็อกโลกก็เกิดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 20 มีนาคม เมื่อคนร้ายอาศัยจังหวะที่เจ้าหน้าที่เปลี่ยนกะ ย่องเข้ามางัดหลังตู้โชว์แล้วขโมยถ้วยจูลส์ ริเมต์ เดินดุ่ยๆ ออกไปอย่างลอยนวล!

ข่าวนี้กลายเป็นข่าวดังไปทั่วโลกในพริบตา ข่าวหนังสือพิมพ์ประณามอังกฤษอย่างรุนแรงว่า "หยิ่งผยองแต่ไร้ความสามารถ" รัฐบาลบราซิลถึงขั้นส่งสารมาเยาะเย้ยว่า *“ไม่มีทางเกิดเรื่องแบบนี้ในบราซิล เพราะแม้แต่หัวขโมยบราซิลยังรักฟุตบอลเกินกว่าจะขโมยถ้วยแชมป์”* (แต่ภายหลังบราซิลก็ทำหายจริงๆ) ตำรวจสกอตแลนด์ยาร์ดระดมกำลังนับพันพลิกแผ่นดินลอนดอนหา แต่กลับพบเพียงจดหมายเรียกค่าไถ่ปลอมๆ และความมืดแปดด้าน

---

ฮีโร่สี่ขาใต้พุ่มไม้: เมื่อ "เจ้าพิกเกิลส์" ออกโรง

ผ่านไปหนึ่งสัปดาห์เต็มๆ อังกฤษตกอยู่ในสภาวะหน้าถอดสี และเตรียมใจที่จะต้องหล่อถ้วยปลอมขึ้นมาใช้ในพิธีเปิด จนกระทั่งในเย็นวันที่ 27 มีนาคม ชายหนุ่มนามว่า  เดวิด คอร์เบตต์  ได้พาขวัญใจของเขา ซึ่งเป็นสุนัขพันธุ์ทางคอลลี่ผสมสีขาว-ดำ ชื่อ  "เจ้าพิกเกิลส์"  ออกไปเดินเล่นตามปกติในย่านทางใต้ของลอนดอน

ในขณะที่เดินอยู่ เจ้าพิกเกิลส์ก็เกิดอาการหูผึ่ง และวิ่งรี่เข้าไปดมๆ ขุดๆ วัตถุบางอย่างที่ถูกห่อด้วยหนังสือพิมพ์เก่าอย่างหนาแน่นและผูกด้วยเชือก ซุกซ่อนอยู่ใต้พุ่มไม้ข้างทาง คอร์เบตต์เดินตามไปดู ตอนแรกเขาคิดว่าเป็นระเบิดของกลุ่มผู้ก่อการร้าย แต่เมื่อเขากลั้นใจแกะกระดาษหนังสือพิมพ์ออก... แสงสีทองอร่ามก็กระแทกตา!

>  "ผมแกะกระดาษออกนิดหน่อย เห็นรูปผู้หญิงชูขัน และมีคำว่า Germany, Uruguay, Brazil สลักอยู่... ผมรีบวิ่งกลับบ้านไปบอกภรรยาด้วยความตื่นเต้นว่า ผมเจอถ้วยบอลโลกแล้ว!"  — เดวิด คอร์เบตต์ กล่าวในภายหลัง

---

ตารางบันทึก 7 วันเขย่าโลก: มหากาพย์ถ้วยจูลส์ ริเมต์ 1966

20 มีนาคม 1966 : ถ้วยจูลส์ ริเมต์ ถูกขโมยจากนิทรรศการในกรุงลอนดอน

21-26 มีนาคม 1966 : ตำรวจเร่งสืบสวนและค้นหาถ้วยรางวัล

27 มีนาคม 1966 : พิกเกิลส์ สุนัขพันธุ์ทาง ดมพบถ้วยแชมป์โลกที่ถูกซุกไว้ใต้พุ่มไม้

30 กรกฎาคม 1966 : อังกฤษเอาชนะเยอรมนีตะวันตก คว้าแชมป์ฟุตบอลโลกสมัยแรก

---

รางวัลแด่สุนัขกู้ชาติ และเกียรติยศในงานฉลองแชมป์

เมื่อคอร์เบตต์นำถ้วยไปส่งตำรวจ (ตอนแรกเขาโดนสงสัยว่าเป็นคนขโมยด้วยซ้ำ) ความจริงก็ปรากฏ อังกฤษรอดพ้นจากความอับอายขายหน้าในระดับสากลได้อย่างปาฏิหาริย์ และผู้ที่ได้รับสปอตไลท์ไปเต็มๆ ก็คือ  เจ้าพิกเกิลส์ 

เจ้าพิกเกิลส์กลายเป็นเซเลบริตี้ในชั่วข้ามคืน มันได้รับรางวัล  "กินอาหารสุนัขฟรีตลอดชีวิต"  จากบริษัทผลิตอาหารสัตว์ ได้รับเงินรางวัลส่วนแบ่ง และได้เล่นภาพยนตร์เรื่อง *The Spy with a Cold Nose*

จุดพีคที่สุดคือในคืนวันที่ 30 กรกฎาคม 1966 หลังจากที่ขุนพลสิงโตคำรามคว้าแชมป์โลกได้สำเร็จ เจ้าพิกเกิลส์และเจ้าของได้รับเชิญให้เป็นแขกเกียรติยศ VIP ในงานเลี้ยงฉลองอย่างเป็นทางการ นักเตะระดับตำนานอย่าง บ็อบบี้ มัวร์ ถึงขั้นอุ้มเจ้าพิกเกิลส์ขึ้นมาให้เลียหน้า และอนุญาตให้มันเลียถ้วยรางวัลจูลส์ ริเมต์ ที่มันเป็นคนหาเจอมากับมือ!

ชีวิตของเจ้าพิกเกิลส์พิสูจน์ให้เห็นว่า บางครั้งวีรบุรุษผู้กู้ชาติก็ไม่จำเป็นต้องมาในเครื่องแบบตำรวจ แต่อาจมาในร่างของเจ้าสี่ขาพเนจรตัวเล็กๆ ที่ใช้แค่ "จมูกและสัญชาตญาณ" สยบแผนโจรกรรมบันลือโลกได้อย่างราบคาบ

สรุปข่าว

ตำรวจทั้งประเทศยังอาย! ย้อนรอยหนึ่งในเรื่องที่ตลกร้ายและหักมุมที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก เมื่อเจ้าภาพอังกฤษทำถ้วยแชมป์โลกหายลึกลับก่อนแข่งไม่กี่เดือน จนโดนทั่วโลกหัวร่อร่า... แต่สุดท้าย คนที่กู้หน้าให้คนทั้งชาติกลับเป็น 'เจ้าพิกเกิลส์' สุนัขพันธุ์ทางตัวหนึ่งที่เดินไปดมเจอในพุ่มไม้ซะงั้น

ในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก แฟนบอลชาวอังกฤษมักจะยืดอกภาคภูมิใจกับปี 1966 เพราะนั่นคือครั้งแรกและครั้งเดียวที่ทัพ "สิงโตคำราม" คว้าแชมป์โลกมาครองได้สำเร็จ ทว่า ก่อนที่ทัวร์นาเมนต์อันยิ่งใหญ่นี้จะเปิดฉากขึ้นเพียงไม่กี่เดือน ประเทศอังกฤษเกือบจะต้องจารึกชื่อในฐานะ  "ตัวตลกของโลก" 

จากคดีโจรกรรมที่อื้อฉาวที่สุดในวงการกีฬา เมื่อถ้วยรางวัลแชมป์โลกอันทรงคุณค่าได้ล่องหนหายไปอย่างไร้ร่องรอย และเรื่องราวหักมุมระดับฮอลลีวูดที่ต้องจารึกชื่อฮีโร่สี่ขาพันธุ์ทางนามว่า  "เจ้าพิกเกิลส์" (Pickles) 

>  "ตำรวจทั้งประเทศพลิกแผ่นดินหาไม่เจอ... แต่สุดท้ายศักดิ์ศรีของประเทศอังกฤษ ถูกกู้กลับคืนมาได้ด้วยจมูกของสุนัขพันธุ์ทางตัวเล็กๆ ตัวหนึ่ง"  — บันทึกประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก 1966

ลบหลู่ต้นตำรับ! ขโมยถ้วยบอลโลกลูบคมสกอตแลนด์ยาร์ด

ย้อนกลับไปในเดือนมีนาคมปี 1966 สมาคมฟุตบอลอังกฤษ (FA) ได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลโลก และพวกเขาได้นำถ้วยรางวัล  "จูลส์ ริเมต์" (ถ้วยแชมป์โลกทองคำแท้ในยุคนั้น)  ไปจัดแสดงนิทรรศการแสตมป์ที่ห้างสรรพสินค้าเวสต์มินสเตอร์กลางกรุงลอนดอน ท่ามกลางการคุ้มกันที่แน่นหนาและมีประกันมูลค่ามหาศาล

แต่แล้วเรื่องช็อกโลกก็เกิดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 20 มีนาคม เมื่อคนร้ายอาศัยจังหวะที่เจ้าหน้าที่เปลี่ยนกะ ย่องเข้ามางัดหลังตู้โชว์แล้วขโมยถ้วยจูลส์ ริเมต์ เดินดุ่ยๆ ออกไปอย่างลอยนวล!

ข่าวนี้กลายเป็นข่าวดังไปทั่วโลกในพริบตา ข่าวหนังสือพิมพ์ประณามอังกฤษอย่างรุนแรงว่า "หยิ่งผยองแต่ไร้ความสามารถ" รัฐบาลบราซิลถึงขั้นส่งสารมาเยาะเย้ยว่า *“ไม่มีทางเกิดเรื่องแบบนี้ในบราซิล เพราะแม้แต่หัวขโมยบราซิลยังรักฟุตบอลเกินกว่าจะขโมยถ้วยแชมป์”* (แต่ภายหลังบราซิลก็ทำหายจริงๆ) ตำรวจสกอตแลนด์ยาร์ดระดมกำลังนับพันพลิกแผ่นดินลอนดอนหา แต่กลับพบเพียงจดหมายเรียกค่าไถ่ปลอมๆ และความมืดแปดด้าน

---

ฮีโร่สี่ขาใต้พุ่มไม้: เมื่อ "เจ้าพิกเกิลส์" ออกโรง

ผ่านไปหนึ่งสัปดาห์เต็มๆ อังกฤษตกอยู่ในสภาวะหน้าถอดสี และเตรียมใจที่จะต้องหล่อถ้วยปลอมขึ้นมาใช้ในพิธีเปิด จนกระทั่งในเย็นวันที่ 27 มีนาคม ชายหนุ่มนามว่า  เดวิด คอร์เบตต์  ได้พาขวัญใจของเขา ซึ่งเป็นสุนัขพันธุ์ทางคอลลี่ผสมสีขาว-ดำ ชื่อ  "เจ้าพิกเกิลส์"  ออกไปเดินเล่นตามปกติในย่านทางใต้ของลอนดอน

ในขณะที่เดินอยู่ เจ้าพิกเกิลส์ก็เกิดอาการหูผึ่ง และวิ่งรี่เข้าไปดมๆ ขุดๆ วัตถุบางอย่างที่ถูกห่อด้วยหนังสือพิมพ์เก่าอย่างหนาแน่นและผูกด้วยเชือก ซุกซ่อนอยู่ใต้พุ่มไม้ข้างทาง คอร์เบตต์เดินตามไปดู ตอนแรกเขาคิดว่าเป็นระเบิดของกลุ่มผู้ก่อการร้าย แต่เมื่อเขากลั้นใจแกะกระดาษหนังสือพิมพ์ออก... แสงสีทองอร่ามก็กระแทกตา!

>  "ผมแกะกระดาษออกนิดหน่อย เห็นรูปผู้หญิงชูขัน และมีคำว่า Germany, Uruguay, Brazil สลักอยู่... ผมรีบวิ่งกลับบ้านไปบอกภรรยาด้วยความตื่นเต้นว่า ผมเจอถ้วยบอลโลกแล้ว!"  — เดวิด คอร์เบตต์ กล่าวในภายหลัง

---

ตารางบันทึก 7 วันเขย่าโลก: มหากาพย์ถ้วยจูลส์ ริเมต์ 1966

20 มีนาคม 1966 : ถ้วยจูลส์ ริเมต์ ถูกขโมยจากนิทรรศการในกรุงลอนดอน

21-26 มีนาคม 1966 : ตำรวจเร่งสืบสวนและค้นหาถ้วยรางวัล

27 มีนาคม 1966 : พิกเกิลส์ สุนัขพันธุ์ทาง ดมพบถ้วยแชมป์โลกที่ถูกซุกไว้ใต้พุ่มไม้

30 กรกฎาคม 1966 : อังกฤษเอาชนะเยอรมนีตะวันตก คว้าแชมป์ฟุตบอลโลกสมัยแรก

---

รางวัลแด่สุนัขกู้ชาติ และเกียรติยศในงานฉลองแชมป์

เมื่อคอร์เบตต์นำถ้วยไปส่งตำรวจ (ตอนแรกเขาโดนสงสัยว่าเป็นคนขโมยด้วยซ้ำ) ความจริงก็ปรากฏ อังกฤษรอดพ้นจากความอับอายขายหน้าในระดับสากลได้อย่างปาฏิหาริย์ และผู้ที่ได้รับสปอตไลท์ไปเต็มๆ ก็คือ  เจ้าพิกเกิลส์ 

เจ้าพิกเกิลส์กลายเป็นเซเลบริตี้ในชั่วข้ามคืน มันได้รับรางวัล  "กินอาหารสุนัขฟรีตลอดชีวิต"  จากบริษัทผลิตอาหารสัตว์ ได้รับเงินรางวัลส่วนแบ่ง และได้เล่นภาพยนตร์เรื่อง *The Spy with a Cold Nose*

จุดพีคที่สุดคือในคืนวันที่ 30 กรกฎาคม 1966 หลังจากที่ขุนพลสิงโตคำรามคว้าแชมป์โลกได้สำเร็จ เจ้าพิกเกิลส์และเจ้าของได้รับเชิญให้เป็นแขกเกียรติยศ VIP ในงานเลี้ยงฉลองอย่างเป็นทางการ นักเตะระดับตำนานอย่าง บ็อบบี้ มัวร์ ถึงขั้นอุ้มเจ้าพิกเกิลส์ขึ้นมาให้เลียหน้า และอนุญาตให้มันเลียถ้วยรางวัลจูลส์ ริเมต์ ที่มันเป็นคนหาเจอมากับมือ!

ชีวิตของเจ้าพิกเกิลส์พิสูจน์ให้เห็นว่า บางครั้งวีรบุรุษผู้กู้ชาติก็ไม่จำเป็นต้องมาในเครื่องแบบตำรวจ แต่อาจมาในร่างของเจ้าสี่ขาพเนจรตัวเล็กๆ ที่ใช้แค่ "จมูกและสัญชาตญาณ" สยบแผนโจรกรรมบันลือโลกได้อย่างราบคาบ

ที่มาข้อมูล : FIFA Youtube

ที่มารูปภาพ : FIFA Youtube

อดีต บรรณาธิการข่าวกีฬาออนไลน์ และ ผู้สื่อข่าวกีฬา

แท็กบทความ

บอลโลก2026ทีมชาติอังกฤษอังกฤษ
สมาคมฟุตบอลอังกฤษ
ถ้วยจูลส์ ริเมต์
พิกเกิลส์
ฟุตบอลโลก