จับตาน้ำท่วม-รถติดทั่วกรุงวันนี้ ฝนหนักเสี่ยงกระทบชั่วโมงเร่งด่วน

Share on Line Share on Facebook Share on X
จับตาน้ำท่วม-รถติดทั่วกรุงวันนี้ ฝนหนักเสี่ยงกระทบชั่วโมงเร่งด่วน

กรุงเทพมหานครต้องจับตาสถานการณ์ฝนอย่างใกล้ชิดในวันนี้ (5 ตุลาคม 2569) โดยเฉพาะช่วงบ่ายต่อเนื่องถึงเย็น ซึ่งหากเกิดฝนตกหนักในช่วงเวลาเดียวกับชั่วโมงเร่งด่วน อาจทำให้บางพื้นที่เกิดน้ำท่วมขังและส่งผลต่อการจราจรได้

ก่อนหน้านี้ กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่า ระหว่างวันที่ 5-7 ตุลาคม จะมีฝนกระจายในหลายภูมิภาค ลักษณะเป็นฝนฟ้าคะนองและมีฟ้าผ่า ตั้งแต่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ไปจนถึงภาคตะวันตก ก่อนที่จะมีฝนอีกระลอกช่วงวันที่ 10-13 ตุลาคม

สถานการณ์ดังกล่าวทำให้กรุงเทพมหานครเตรียมมาตรการรองรับ โดยเฉพาะวันที่ 5-6 ตุลาคม ซึ่งเป็นหนึ่งในช่วงที่ต้องติดตามฝนหนัก

กทม.เร่งพร่องน้ำ เตรียมเครื่องสูบน้ำพื้นที่เสี่ยง

นายปริญญา จันทคุปต์ ผู้อำนวยการส่วนวิชาการจัดการคุณภาพน้ำ สำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร ระบุว่า กทม.ได้เร่งระบายน้ำออกจากคลองสายหลัก เพื่อเพิ่มพื้นที่รองรับปริมาณฝน พร้อมเตรียมเครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่ไว้ในจุดที่มีโอกาสเกิดปัญหาน้ำท่วมขัง

พื้นที่ที่มีการเตรียมพร้อมเป็นพิเศษ ได้แก่ เขตสายไหม เขตลาดกระบัง เขตคลองสามวา และเขตสะพานสูง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่หน่วยงานเตรียมเครื่องสูบน้ำไว้รองรับสถานการณ์

ขณะเดียวกัน พื้นที่ที่มีน้ำสะสมจากสถานการณ์ก่อนหน้า ระดับน้ำลดลงต่อเนื่อง โดยชุมชนเคหะร่มเกล้า ระดับน้ำลดลงแล้วประมาณ 30-70 เซนติเมตร และ กทม.ตั้งเป้าระบายน้ำอย่างน้อยวันละ 25 เซนติเมตร

ส่วนเขตมีนบุรี ประเวศ และสะพานสูง มีการเปิดประตูระบายน้ำเพิ่มเพื่อผลักดันน้ำเข้าสู่คลองแสนแสบ ขณะที่พื้นที่สายไหมและออเงิน มีการนำเครื่องสูบน้ำจากพื้นที่ที่สถานการณ์คลี่คลายแล้วเข้ามาเสริม รวมถึงใช้เรือช่วยผลักดันน้ำออกจากพื้นที่

สรุปข่าว

จับตากรุงเทพฯ วันนี้ ฝนหนักอาจกระทบการเดินทางช่วงเย็น กทม.เร่งพร่องน้ำในคลองและเตรียมเครื่องสูบน้ำในสายไหม ลาดกระบัง คลองสามวา และสะพานสูง ขณะที่เจ้าพระยายังต่ำกว่าคันกั้นน้ำ พร้อมเฝ้าระวังน้ำท่วมขังและการจราจร ก่อนรับฝนอีกระลอก 10-11 ต.ค.

กรุงเทพมหานครต้องจับตาสถานการณ์ฝนอย่างใกล้ชิดในวันนี้ (5 ตุลาคม 2569) โดยเฉพาะช่วงบ่ายต่อเนื่องถึงเย็น ซึ่งหากเกิดฝนตกหนักในช่วงเวลาเดียวกับชั่วโมงเร่งด่วน อาจทำให้บางพื้นที่เกิดน้ำท่วมขังและส่งผลต่อการจราจรได้

ก่อนหน้านี้ กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่า ระหว่างวันที่ 5-7 ตุลาคม จะมีฝนกระจายในหลายภูมิภาค ลักษณะเป็นฝนฟ้าคะนองและมีฟ้าผ่า ตั้งแต่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ไปจนถึงภาคตะวันตก ก่อนที่จะมีฝนอีกระลอกช่วงวันที่ 10-13 ตุลาคม

สถานการณ์ดังกล่าวทำให้กรุงเทพมหานครเตรียมมาตรการรองรับ โดยเฉพาะวันที่ 5-6 ตุลาคม ซึ่งเป็นหนึ่งในช่วงที่ต้องติดตามฝนหนัก

กทม.เร่งพร่องน้ำ เตรียมเครื่องสูบน้ำพื้นที่เสี่ยง

นายปริญญา จันทคุปต์ ผู้อำนวยการส่วนวิชาการจัดการคุณภาพน้ำ สำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร ระบุว่า กทม.ได้เร่งระบายน้ำออกจากคลองสายหลัก เพื่อเพิ่มพื้นที่รองรับปริมาณฝน พร้อมเตรียมเครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่ไว้ในจุดที่มีโอกาสเกิดปัญหาน้ำท่วมขัง

พื้นที่ที่มีการเตรียมพร้อมเป็นพิเศษ ได้แก่ เขตสายไหม เขตลาดกระบัง เขตคลองสามวา และเขตสะพานสูง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่หน่วยงานเตรียมเครื่องสูบน้ำไว้รองรับสถานการณ์

ขณะเดียวกัน พื้นที่ที่มีน้ำสะสมจากสถานการณ์ก่อนหน้า ระดับน้ำลดลงต่อเนื่อง โดยชุมชนเคหะร่มเกล้า ระดับน้ำลดลงแล้วประมาณ 30-70 เซนติเมตร และ กทม.ตั้งเป้าระบายน้ำอย่างน้อยวันละ 25 เซนติเมตร

ส่วนเขตมีนบุรี ประเวศ และสะพานสูง มีการเปิดประตูระบายน้ำเพิ่มเพื่อผลักดันน้ำเข้าสู่คลองแสนแสบ ขณะที่พื้นที่สายไหมและออเงิน มีการนำเครื่องสูบน้ำจากพื้นที่ที่สถานการณ์คลี่คลายแล้วเข้ามาเสริม รวมถึงใช้เรือช่วยผลักดันน้ำออกจากพื้นที่

จับตาฝนหนักชนชั่วโมงเร่งด่วน

อีกประเด็นที่ต้องติดตามในวันนี้คือช่วงเวลาที่ฝนตก หากฝนปริมาณมากเกิดขึ้นในช่วงเย็น ซึ่งเป็นช่วงที่ประชาชนเดินทางกลับบ้าน ปริมาณรถบนถนนประกอบกับน้ำท่วมขังในจุดระบายน้ำไม่ทัน อาจทำให้การจราจรติดขัดมากขึ้น

โดยเฉพาะพื้นที่กรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออกและตอนเหนือ ซึ่งมีหลายเขตอยู่ในแผนเตรียมรับฝนของ กทม. ประชาชนที่ต้องเดินทางในช่วงบ่ายถึงค่ำควรตรวจสอบสภาพอากาศ สถานการณ์น้ำ และสภาพการจราจรก่อนออกเดินทาง

สำหรับเส้นทางที่ยังต้องระมัดระวังจากสถานการณ์น้ำก่อนหน้า นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่า ถนนฉลองกรุงยังเป็นบริเวณที่มีน้ำท่วมขังสูง จึงขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงเส้นทางดังกล่าว

เจ้าพระยายังต่ำกว่าคันกั้นน้ำ กทม.

ส่วนสถานการณ์แม่น้ำเจ้าพระยา กรุงเทพมหานครคาดการณ์ระดับน้ำสูงสุดวันนี้อยู่ที่ประมาณ 1.72 เมตร ต่ำกว่าระดับคันกั้นน้ำของกรุงเทพมหานครประมาณ 1.28 เมตร

กรมชลประทานยังคงการระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยาที่อัตรา 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อพร่องน้ำบริเวณเหนือเขื่อนและเตรียมพื้นที่รองรับน้ำเหนือที่อาจเพิ่มขึ้นจากฝนระลอกใหม่

นายธเนศร์ สมบูรณ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารจัดการน้ำและอุทกวิทยา กรมชลประทาน ยืนยันว่า การระบายน้ำในอัตราดังกล่าวไม่ทำให้ระดับน้ำล้นคันกั้นน้ำของกรุงเทพฯ และปริมณฑลเข้าสู่พื้นที่เมือง โดยยังคงติดตามพื้นที่ริมตลิ่งนอกแนวคันกั้นน้ำ รวมถึงตรวจสอบแนวป้องกันในปทุมธานีและนนทบุรี

ฝนยังไม่จบ จับตาอีกระลอก 10-11 ต.ค.

หลังผ่านช่วงวันที่ 5-6 ตุลาคม กรุงเทพมหานครยังต้องเตรียมรับฝนอีกครั้งในวันที่ 10-11 ตุลาคม ตามการคาดการณ์สภาพอากาศ ทำให้การพร่องน้ำในคลอง การเตรียมเครื่องสูบน้ำ และการติดตามระดับน้ำยังต้องดำเนินการต่อเนื่อง

สำหรับวันนี้ ประชาชนในกรุงเทพฯ โดยเฉพาะผู้ที่ต้องเดินทางช่วงบ่ายถึงค่ำ ควรติดตามประกาศสภาพอากาศและข้อมูลการจราจรเป็นระยะ หากพบฝนตกหนักควรเผื่อเวลาเดินทาง และหลีกเลี่ยงเส้นทางที่มีรายงานน้ำท่วมขัง เพื่อช่วยลดผลกระทบจากทั้งฝนและปริมาณรถในช่วงชั่วโมงเร่งด่วน

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : TNN

บรรณาธิการออนไลน์