เปิด 3 Helps ยุทธศาสตร์เอาตัวรอด สร้างภูมิคุ้มกันคนไทยรับมือภัยพิบัติ

Share on Line Share on Facebook Share on X
เปิด 3 Helps ยุทธศาสตร์เอาตัวรอด สร้างภูมิคุ้มกันคนไทยรับมือภัยพิบัติ

รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์ ผู้อำนวยการศูนย์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยรังสิต และรองประธานมูลนิธิสภาเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์ ระบุว่า “3 Helps” ยุทธศาสตร์เอาตัวรอดจากน้ำท่วม สร้างภูมิคุ้มกันสังคมไทยรับมือภัยพิบัติ

ศูนย์ภูมิอากาศและภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยรังสิต และมูลนิธิสภาเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการสร้างความพร้อมรับมือภัยพิบัติ โดยเฉพาะสถานการณ์น้ำท่วม ท่ามกลางสภาพภูมิอากาศที่มีความแปรปรวนและแนวโน้มการเกิดฝนตกหนักเฉพาะพื้นที่ มวลน้ำหลาก และน้ำล้นคันกั้นน้ำที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งมากขึ้น

สรุปข่าว

ศูนย์ภูมิอากาศและภัยพิบัติ ม.รังสิต และมูลนิธิสภาเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ย้ำว่า ภัยน้ำท่วมจากสภาพอากาศแปรปรวนกำลังเป็น “ความจริงใหม่” ที่สังคมไทยต้องเรียนรู้และปรับตัว แนะหลัก 3 Helps ได้แก่ Self Help ช่วยเหลือตนเองและครอบครัว, Community Help ช่วยเหลือกันในชุมชน และ Nation Help การจัดการภัยพิบัติในระดับประเทศ โดยการเตรียมพร้อมทั้ง 3 ระดับจะช่วยลดความสูญเสีย สร้างภูมิคุ้มกัน และทำให้สังคมไทยสามารถรับมือกับน้ำท่วมและภัยจากสภาพภูมิอากาศในอนาคตได้อย่างยั่งยืน

รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์ ผู้อำนวยการศูนย์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยรังสิต และรองประธานมูลนิธิสภาเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์ ระบุว่า “3 Helps” ยุทธศาสตร์เอาตัวรอดจากน้ำท่วม สร้างภูมิคุ้มกันสังคมไทยรับมือภัยพิบัติ

ศูนย์ภูมิอากาศและภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยรังสิต และมูลนิธิสภาเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการสร้างความพร้อมรับมือภัยพิบัติ โดยเฉพาะสถานการณ์น้ำท่วม ท่ามกลางสภาพภูมิอากาศที่มีความแปรปรวนและแนวโน้มการเกิดฝนตกหนักเฉพาะพื้นที่ มวลน้ำหลาก และน้ำล้นคันกั้นน้ำที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งมากขึ้น

หน่วยงานด้านภูมิอากาศและภัยพิบัติระบุว่า ปรากฏการณ์เหล่านี้ไม่ควรถูกมองว่าเป็นเพียง “ภัยธรรมชาติ” ที่เกิดขึ้นนาน ๆ ครั้ง หรือเป็นเรื่องของ “โชคชะตา” อีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็น “ความจริงใหม่” ที่ประชาชนและโครงสร้างสังคมไทยต้องเรียนรู้ ปรับตัว และเตรียมพร้อมรับมือ โดยใช้หลักวิทยาศาสตร์และการประเมินความเสี่ยงเป็นพื้นฐานสำคัญ

หัวใจสำคัญของการสร้างภูมิคุ้มกันต่อภัยพิบัติคือแนวคิด “3 Helps” ซึ่งประกอบด้วย Self Help, Community Help และ Nation Help ที่ต้องทำงานเชื่อมโยงกันตั้งแต่ระดับบุคคล ครอบครัว ชุมชน ไปจนถึงระดับประเทศ

Self Help คือการช่วยเหลือตนเองและครอบครัว โดยประชาชนต้องมีความรู้และเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อลดการพึ่งพาความช่วยเหลือจากภาครัฐเพียงฝ่ายเดียว ขณะที่ Community Help คือการช่วยเหลือเกื้อกูลกันภายในชุมชน การสร้างเครือข่ายเฝ้าระวังและช่วยเหลือกันในพื้นที่ เพื่อเป็นเกราะป้องกันภัยที่อยู่ใกล้ตัวประชาชนมากที่สุด

ส่วน Nation Help คือการช่วยเหลือและการบริหารจัดการในระดับประเทศ โดยภาครัฐจำเป็นต้องพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ระบบเตือนภัย และระบบบริหารจัดการภัยพิบัติให้มีความมั่นคงและมีประสิทธิภาพ เพื่อสนับสนุนการรับมือภัยพิบัติในทุกระดับ

ทั้งนี้ การพึ่งพาระบบเตือนภัยหรือรอการเยียวยาจากภาครัฐเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอในสถานการณ์ที่ภัยพิบัติเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว การเตรียมพร้อมของประชาชน ชุมชน และภาครัฐจึงต้องดำเนินไปพร้อมกัน เพราะแม้ภัยธรรมชาติจะเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ “ความสูญเสีย” สามารถป้องกันและบรรเทาได้ หากทุกฝ่ายมีความพร้อมและรู้วิธีรับมืออย่างเหมาะสม

แนวคิด “3 Helps” จึงไม่ใช่เพียงคำที่ใช้รณรงค์ แต่เป็นกรอบยุทธศาสตร์ในการสร้างความอยู่รอดและภูมิคุ้มกันให้กับสังคมไทย หากทั้ง 3 ระดับสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างเป็นระบบ จะช่วยให้สังคมไทยไม่เพียงสามารถรอดพ้นจากสถานการณ์น้ำท่วมในแต่ละครั้ง แต่ยังมีศักยภาพในการปรับตัวและรับมือกับความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตได้อย่างยั่งยืน

ที่มาข้อมูล : รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์

ที่มารูปภาพ : Reuters